ม็อบ
เป็ดเหลืองฟีเวอร์ ยอดขายทะลัก แม่ค้าเผย วันเดียวยอดหลักแสน กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วประเทศ เมื่อม็อบกลุ่มราษฎร ได้มีการนำเป็ดเหลืองมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเดินขบวน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าตามเทรนด์ มีการนำเป็ดสีเหลืองมาวางขายกันในม็อบหลายร้าน วันที่ 30 พ.ย. 63 ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง ร้านขายห่วงยาง แพยางแฟนซี และสินค้าราคาโรงงานแห่งหนึ่ง เจ้าของร้าน วัย 37 ปี เล่าว่า ตนขายห่วงยาง แพยางแฟนซี อุปกรณ์ว่ายน้ำ สินค้าโรงงานมาได้ 2 ปีแล้ว เมื่อก่อนทางเพจขายสินค้าได้เรื่อยๆ ปกติ ด้วยความที่ตนไม่ได้ตามข่าวสารมากนักจึงไม่ค่อยได้นำของมาขายตามเทรนด์สักเท่าใด จนมีคนทักเข้ามา เหมาซื้อแพเป็ดเหลือง และแพลายอื่นๆ จนหมดสต๊อก “ก็ขายดีขึ้นมาบ้างค่ะ ก็ตามกระแส มันก็ทำให้เรามียอดขายเพิ่มขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เพราะของเราก็นำเข้าจากจีนมาขายเป็นปกติอยู่แล้ว สั่งเข้ามาทีก็ 2-3 ร้อยตัวต่อปี คละๆ ลายมาขาย วันนั้นเขาก็มาเหมาซื้อไปหมด ยูนิคงยูนิคอร์นเขาก็เอาไป วันนั้นวันเดียวก็ขายได้ประมาณหลักแสนบาท แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากเพราะรู้อยู่ว่ามันเป็นตามกระแส แล้วช่วงนี้โควิด มันก็ทำเราขายของไม่ค่อยได้อยู่แล
ส่องอาชีพเด็กไทย หากโดน ผปค.ไล่ออกจากบ้าน เพราะไปม็อบ โลกออนไลน์ มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันไม่น้อย ในกรณี เยาวชนหญิง 2 ราย ยืนถือกล่องขอความช่วยเหลือในม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว โดยเขียนแผ่นป้ายกระดาษ มีใจความว่า ‘หนูโดนไล่ออกจากบ้าน เพราะมาม็อบ ตอนนี้หนูไม่มีเงินแล้วช่วยหนูด้วย‘ ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามความเห็นของเยาวชนคนอื่นๆ ว่าด้วยเรื่อง หากโดนไล่ออกจากบ้านเพราะไปม็อบ จะทำอาชีพใดเลี้ยงตัวเอง คุณณัฐ นักศึกษาปี3 แสดงความเห็นว่า โดยส่วนตัวแล้ว หากเกิดเหตุการณ์นี้กับตนเอง สิ่งที่จะทำให้สามารถดำรงอยู่ได้คือ การรับจ้างทำการบ้านหรือเปิดติว และสมัครงานพาร์ทไทม์ เพราะอย่างน้อย ก็ทำให้อยู่ได้ ถ้า รู้จักหาลูกค้า อีกทั้งตนเรียนนิเทศ คณะที่เรียนก็สามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ ได้เหมือนกัน ถึงเเม้จะยังเรียนไม่จบ ทั้งการเป็นพรีเเลนด์ รับจ้างทำกราฟิก ตัดต่อ หรืองานเบื้องหลัง อีเว้นต่าง ๆ เพราะมีความเชื่ออีกอย่างว่า ผู้ใหญ่บางคน ก็อยากได้ความคิดของเด็ก ๆ เพื่อที่จะไปพัฒนาองค์กรเหมือนกัน คุณอุ้ม นักศึกษาคณะการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ วัย 22 ปี กล่าวว่า หากโดนที่บ้านไล่ออกมาเพรา
ตู้คอนเทนเนอร์ ทำอะไรได้มากกว่า ขวางม็อบ!! จากกรณีที่รัฐบาลนำตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ พร้อมกับลวดหนาม มาปิดถนนบริเวณรอบสํานักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร จะประกาศเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม ไปยังอาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งภาพ ตู้คอนเทนเนอร์ ที่รัฐบาลนำมาปิดถนน ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากบนโลกโซเชียล และภาพดังกล่าวยังถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ผู้สื่อข่าว สอบถามไปยัง คุณศักดิ์ชัย โปรเจ็กต์เซลส์เมเนเจอร์ บริษัท คอนเทนเนอร์โชว์เคส จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจนี้มายาวนาน 7 ปี เผยว่า ตู้คอนเทนเนอร์ ถูกผลิตในประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ เมื่อผ่านการใช้งาน 20-30 ปี จะมีการปลดระวางโดยเอเย่นต์/สายเรือแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ หลังจากนั้นจะมีเอเย่นต์ในประเทศไทยรับซื้อมาอีกทีเพื่อขายต่อ และนำไปดัดแปลงในรูปแบบต่างๆ “ตู้คอนเทนเนอร์ ที่ปลดระวาง สามารถนำไปดัดแปลงเป็น บ้าน สำนักงาน ออฟฟิศ ร้านกาแฟ รีสอร์ต ตู้เก็บสินค้า ตู้เก็บเครื่องมือการเกษตร หรือทำเป็นที่พักคนงานได้ โดย 70% นิยมดัดแปลงเป็นสำนักงาน ร้านกาแฟ และตู้เก็บสิน
พ่อค้าแม่ขาย ตลาดนัด SCB วอนม็อบช่วยอุดหนุนหน่อย เมื่อวันที่ 24 พ.ย. เวลา 22.30 น. เพจเฟซบุ๊กทางการ เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ได้ประกาศมีการเปลี่ยนสถานที่นัดชุมนุมของทางฝั่งกลุ่มราษฎร จากเดิมที่มีการนัดหมายว่าจะไปร่วมชุมนุมที่ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เปลี่ยนมาเป็น หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 25 พ.ย. เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจภาพบรรยากาศใกล้เคียงจุดนัดหมายม็อบ อย่าง ตลาดนัด SCB หรืออีกชื่อคือ ตลาด BOXSPACE รัชโยธิน พบว่า บรรยากาศโดยทั่วไปยังคึกคัก ยังมีพ่อค้าแม่ขายมาตั้งร้านขายของ รวมถึงมีพนักงานจาก SCB ที่ทยอยกันมาจับจ่ายซื้อของก่อนเข้าไปทำงานกันตามปกติ ก่อนที่ทางสำนักงานใหญ่ของธนาคารจะออกประกาศให้พนักงานทำงานเพียงครึ่งวัน และแจ้งปิดทำการสาขาสำนักงานใหญ่ รัชโยธิน เป็นเวลา 1 วัน จากการสอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ขายในตลาด เจ้าของร้านขายเสื้อผ้ารายหนึ่ง กล่าวว่า ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็อยากให้อดทนสู้ๆ แต่ในฐานะแม่ค้าก็อยากให้เข้ามาช่วยอุดหนุนสินค้ากันสักเล็กน้อย ร้านน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ กล่าวว่า เศรษฐกิจมันต้องเดินหน้า ถ้าการเมือ
ปากกัดตีนถีบ! แม่ค้าสาวใจสู้ ขายข้าวไข่เจียวในม็อบ หาเงินใช้หนี้ ได้วันละพันกว่าบาท พอเป็นทุนขายวันต่อไป ในการชุมนุมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พบกับ คุณหวิว แม่ค้าสาวใจสู้ ที่ออกมาเข็นรถขายข้าวไข่เจียวหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แม้จะขายได้เพียงพันกว่าบาท แต่เธอบอกว่านั่นเพียงพอสำหรับการลงทุนวันต่อไป คุณหวิว เล่าว่า ยึดอาชีพค้าขายมานานหลายปี ขายทุกอย่างทั้งข้าวไข่เจียว เครื่องดื่มกาแฟ และน้ำผลไม้ปั่น รายได้ถือว่าดีมาก ก่อนเกิดโควิด-19 ทั้งต้นทุนและกำไรได้มากถึงวันละ 8,000-10,000 บาท หุงข้าววันละ 10 กิโล ใช้ไข่วันละ 10 แผง ถึงช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ทำให้ลูกค้าและยอดขายกลับมาเหมือนเดิม เฉลี่ยแล้ววันละไม่ถึง 3,000 บาท “ถึงยอดขายลดลงเรายังคงขายต่อ เพราะมีภาระหนี้สิน ทั้งหนี้นอกระบบและในระบบ ไหนจะหนี้รายวัน และค่าใช้จ่ายประจำวัน รายได้ที่ได้มาแทบไม่เหลือเพราะต้องแบ่งใช้หนี้ หน้าร้านขายไม่ดีเลยต้องเช่ารถเข็นเดือนละ 300 บาท มาเดินเร่ขาย วันนี้มาเปิดร้านในม็อบเพราะเห็นร้านอื่นขายดี นำข้
สวนดุสิตโพล เผย สาเหตุการชุมนุม เพราะไม่พอใจในการบริหารงานของนายกฯ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง การชุมนุมทางการเมือง ณ วันนี้ ในกลุ่มตัวอย่าง 5,738 คน สำรวจระหว่างวันที่ 19-22 ต.ค. 2563 พบว่า สาเหตุของการชุมนุมที่มีเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ เพราะความไม่พอใจในการบริหารงานของนายกฯ 62.33% รองลงมาคือ ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย/ไม่สืบทอดอำนาจเผด็จการ 49.85% สิ่งที่อยากบอกกับรัฐบาล เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ณ วันนี้ คือ เร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไข อย่าซื้อเวลา 72.37% รองลงมาคือ ไม่ควรใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม 61.69% ส่วนสิ่งที่อยากบอกผู้ชุมนุม คือ มีสติ อย่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ฝ่ายใด 73.31% รองลงมาคือ ระมัดระวังเรื่องการระบาดของโควิด-19 65.97% และสิ่งที่อยากบอกกับสื่อมวลชน คือ ต้องมีจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ 84.21% รองลงมาคือ เป็นกลาง 77.27% วิธีการที่จะทำให้การชุมนุมยุติลงได้ คือ ไม่ใช้ความรุนแรงทั้ง 2 ฝ่าย 61.44% และรัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหาของผู้ชุมนุม 57.90% อย่างไรก็ตาม การชุมนุมทางการเมืองที่ร้อนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้สะท้อนให้เห็นว่าตัวนายกฯ และร
ม็อบหน้ามาอีก! พ่อค้าร้านน้ำ เผย ขายดีเป็นเท่าตัว ยันจะตามขายเรื่อยๆ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 19 ต.ค. 2563 ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการค้าขาย พื้นที่การชุมนุม บริเวณสถานีรถไฟฟ้ากระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีร้านค้ามาเปิดแผงขายของจำนวนมาก โดยบรรทุกสินค้าบนรถพ่วงข้างเพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย สำหรับสินค้าส่วนใหญ่มีทั้งอาหารและของกินนานาชนิด เช่น ร้านขายน้ำ ร้านลูกชิ้นทอด ร้านปลาหมึกย่าง ร้านขนมจีบซาลาเปา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านขายสินค้าสัญลักษณ์ เช่น เสื้อ มาตั้งแผงขายอีกด้วย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง พ่อค้ารายหนึ่ง เผยว่า ยึดอาชีพเปิดร้านขายน้ำอยู่แล้ว ส่วนที่เห็นว่าทำไมร้านค้าถึงมาตั้งร้านได้เร็วนั้น เป็นเพราะติดตามข่าวสารจากเพจ และสื่อโซเชียลต่างๆ รวมทั้งในหมู่พ่อค้าจะมีการแชร์กันว่าในแต่ละวันมีการจัดการชุมนุมที่ไหนบ้าง ส่วนวันนี้มาเปิดร้านที่สถานีรถไฟฟ้ากระทรวงสาธารณสุขได้รวดเร็ว เพราะบ้านอยู่บริเวณนี้ “วันนี้ขนของมาขายพอสมควร นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ยังมี ร่ม เสื้อกันฝน และของจำเป็นที่ต้องใช้ แต่ยังไงก็ตามตรงนี้ไม่ใช่พื้นที่การชุมนุมจุดใหญ่ ที่ไม่ไป
เปิดใจ CIA เช็กข่าวจากโซเชียลแล้วตามไปขาย ชี้ ม็อบช่วยเพิ่มยอดได้เยอะ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี พบว่า บริเวณใกล้กับจุดนัดชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 มีร้านค้าพ่วงข้าง อาทิ ร้านน้ำ ร้านไส้กรอกทอด รวมถึงร้านขายเสื้อและหมวกสัญลักษณ์ มาตั้งร้านขายประมาณ 10 ร้าน คุณเก้า แม่ค้าร้านลูกชิ้นทอด วัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยึดอาชีพขายไส้กรอกทอด ลูกชิ้นทอด มาเกือบ 6 ปีแล้ว จากที่ปกติขายได้วันละประมาณ 4 พันบาท ลดเหลือวันละพันบาท อาจเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่พอมีม็อบก็ตามไปขาย จึงทำให้พอมีรายได้เข้ามาบ้าง “ดูจากข่าว ตามโซเชียล มีคนที่เขาตามไปขายของกับม็อบอยู่ก่อนแล้วเขาตั้งกลุ่มในไลน์ไว้ เขาจะบอกว่าไปตั้งม็อบกันที่ไหน จะตามไปขาย ม็อบช่วยเราได้ค่อนข้างเยอะเลย เพราะว่าเราไม่ได้ไปขายที่ไหน นอกจากโรงเรียนกับตลาดใกล้ๆ บ้าน ถ้าม็อบมันยังมีอีก ก็จะเตรียมของวันต่อวันแล้วตามไปขายด้วย ถามว่ากลัวโควิดไหม มันก็กลัวแต่ให้ทำยังไงได้ มันต้องทำมาหากิน” คุณเก้า บอก ผู้สื่อ
ม็อบราชดำเนิน คึกคัก สินค้าสัญลักษณ์ พรึ่บ ริบบิ้น หมวก มือตบ ขายดี เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ต.ค. 63 ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รายงาน บรรยากาศการชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน พบว่า พื้นที่ฟุตปาธบริเวณดังกล่าวถูกเปลี่ยนเป็นสตรีตฟู้ด มีพ่อค้าแม่ขายนำอาหาร ขนม และ สินค้าสัญลักษณ์ มาจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก เจ้าของร้านขาย สินค้าสัญลักษณ์ ท่านหนึ่ง เผยว่า มาตั้งร้านตั้งแต่ 10 โมงเช้า สินค้าหลักที่ขาย คือ หมวก เสื้อ ปลอกแขนกันร้อน ราคา 100 บาท ตั้งแต่มาตั้งร้านพอขายได้บ้าง อย่างเช้านี้ ขายหมวกได้ประมาณ 3-4 ใบ ตอนนี้คอยดูสถานการณ์ก่อนว่ายังไง ถ้าขายไม่ได้ก็กลับ เพราะสินค้าสามารถเก็บไว้ขายต่อได้ ด้านพ่อค้าขาย สินค้าสัญลักษณ์ อีกท่านหนึ่ง เผยว่า มาเดินขายพวกริบบิ้น โบว์ ผ้าพันคอ มือตบ ร่ม แมสก์ พัด เสื้อกันฝน และ ผ้าปูนั่ง ส่วนใหญ่ลูกค้าซื้อริบบิ้น มือตบ พอขายได้ คิดว่าจะขายดีช่วงคนรวมตัวกันเยอะๆ
ฝนโปรยไม่หวั่น ชุมนุม มธ. ค้าขายคึกคัก สินค้าสัญลักษณ์เพียบ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศ การค้าการขาย ภายในการชุมนุมที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ว่า เป็นไปด้วยความคึกคัก มีสินค้าหลากหลาย ทั้งของกิน เครื่องดื่ม นานาชนิด แต่ละร้านคนรุมซื้อกันอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว มีฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ สินค้าที่ขายดีอีกอย่าง ได้แก่ แผ่นพลาสติกรองนั่ง เสื้อกันฝน และร่ม ราคาขายก็ไม่แรงมาก แผ่นพลาสติกรองนั่ง ขายแผ่นละ 20 บาท ส่วนร่ม ขายอันละ 100 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สินค้าที่เรียกความสนใจ จากบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุม ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ของทึ่ระลึก ประเภทเสื้อยืด สกรีนข้อความและสัญลักษณ์ เช่น พวงกุญแจ มือตบสามนิ้ว รวมทั้ง สินค้าร่วมสมัยเข้ากับยุคโควิด-19 นั่นก็คือ หน้ากากผ้าสกรีนสัญลักษณ์ 3 นิ้ว
