ม.เกษตร
ม.เกษตร สกลนคร เก็บเกี่ยวดอกกัญชา ล็อตแรก เผยคุณภาพดี พร้อมนำไปผลิตยาแผนไทย 7 ตำรับ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ทำการเก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก จำนวน 99 ต้น มีน้ำหนักสดรวม 103 กก. เผย คุณภาพสมบูรณ์ดี พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลพระ อาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อนำไปผลิตเป็นยาแผนไทย 7 ตำรับ ดร.ณธกร ทัศนัส ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมพืชกัญชาและพืชเสพติดสมุนไพรทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการว่า การปลูกกัญชาในรอบแรกนี้ได้ถูกวางแผนเพื่อให้ได้วัตถุดิบสำคัญ 4 ส่วนคือ ดอก ใบ ก้านใบและราก นับตั้งแต่เพาะเมล็ดเมื่อวันที่ 6 กันยายน จนถึงวันนี้รวมระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ต้นกัญชามีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ดี ดอกกัญชามีลักษณะที่พร้อมเก็บเกี่ยวตามความต้องการของตำรับยาแผนไทยคือ เกสร (Pistil) เปลี่ยนจากสีขาวใสเป็นสีน้ำตาลมากกว่า 50% ทีมงานเก็บเกี่ยวดอกกัญชาล็อตแรก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 จำนวน 99 ต้น มีน้ำหนักสดรวม 103 กก. พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลพระ อาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อนำไป
อาจารย์ ม.เกษตร ชี้ร้านหมูกระทะ ใช้แก๊สกระป๋องอัดซ้ำ สุดอันตราย เสี่ยงระเบิด ! กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวเตือนใจสำหรับคนที่ชอบกิน หมูกระทะ ระบุว่า “หมูกระทะแก๊สกระป๋อง ใครชอบทาน เพื่อนๆ ระวังด้วยนะ ระเบิดสนั่นตกใจ” โดยผู้โพสต์เช็กอินที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา มีภาพผู้บาดเจ็บและซากที่ระเบิดแล้วของเตาหมูกระทะที่ใช้แก๊สกระป๋องในการปิ้งย่าง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่อันตรายอย่างมาก เนื่องจากเตาปิ้งย่างนั้นอยู่ใกล้กับตอนกิน ทางที่ดีควรเลือกร้านหมูกระทะเป็นเตาถ่านจะปลอดภัยที่สุด ต่อมา รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า คนไทยไม่สนอันตราย ร้านหมูกระทะบางเจ้า เอาแก๊สกระป๋องที่หมดแล้ว มาอัดซ้ำใช้ใหม่ เน้นกำไร ขายแก๊สพร้อมหมูกระทะ อัดกระป๋องทำให้ลูกค้าสั่งซื้อเติมเรื่อยๆ ไม่ใช้ถัง LPG ใหญ่ ที่ต่อสายมาที่เตา…หัวดัดแปลง อัดใหม่แรงดันฟรีสไตล์ กระป๋องเก่าต้องทนแรงดันที่ไม่ได้มาตรฐาน ประกอบกับการ
ปัจจุบัน ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ลูกค้ามีความคาดหวังว่าสินค้าและบริการต่างๆ จะต้องตอบโจทย์ความต้องการของตนโดยเฉพาะ (personalisation) ซึ่งรวมถึงสินค้าประเภทอาหารด้วย ที่นอกจากจะต้องมีรสชาติอร่อย คุณภาพดี ปลอดภัยแล้ว ในด้านของคุณค่าทางโภชนาการ จะต้องเหมาะสมกับความต้องการหรือข้อจากัดด้านสุขภาพ เทสโก้ โลตัส มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ต่อยอดงานวิจัยจากนักวิชาการ สู่สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์เทสโก้ เตรียมส่งเมนูคาวหวานพร้อมทาน ดีต่อสุขภาพ มีรสชาติอร่อย และราคาที่เอื้อมถึงได้ จำหน่ายทั่วประเทศ ตอบรับเทรนด์ความต้องการอาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการตรงกับสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalised Foods) ของลูกค้ายุคใหม่ มร.เดวิด เบียร์ดมอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ สินค้าบริโภค เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ให้ความสาคัญกับการพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์เทสโก้ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง ให้รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง คุณภาพดี และดีต่อสุขภาพ เช่น การลดปริมาณน้ำตาล โซเดียม
นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ หลังคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดตัววอฟเฟิลกรอบ และมันอบกรอบแปรรูปจากมันสำปะหลัง ผลงานวิจัยจากโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 โดย รศ.ดร.อนุวัฒน์ แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทอาหารที่จดทะเบียน 8,000 บริษัท 1,800 รายเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม สร้างมูลค่าการส่งออกและรายได้ให้กับประเทศปีละ 102,000 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารมีความสำคัญต่อประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการพัฒนาอุตสาหกรรม ใช้มันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีจำนวนมากในประเทศไทยเป็นตัวขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของคณะอุตสาหกรรมเกษตรช่วยต่อยอด พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้าน รศ.ดร.ปรารถนา ปรารถนาดี หัวหน้าโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เปิดเผยว่า โครงการนี้ทำต่อเนื่องจากปี
ม.เกษตรฯ หนุน “บริษัทเด็กปั้น” สร้างงาน Digital Marketing เสริมทัพ SMEs และธุรกิจไทย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดตั้งโครงการบริษัท “เด็กปั้น” โดยการเปิดรับนักศึกษา ชั้นปีที่ 1-4 ทุกคณะเข้าร่วมโครงการเพื่อปฏิบัติและทำงานจริงอย่างมืออาชีพ ด้าน Digital Marketing สืบเนื่องจาก ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาแนวใหม่ ที่ไม่เน้นการสอนในตำราเพียงอย่างเดียว มุ่งเน้นให้บัณฑิตจบใหม่สามารถทำงานได้ทันที เพื่อให้นักศึกษามีประสบการณ์จริง และสร้างรายได้ระหว่างเรียน ที่สำคัญ ยังเป็นกำลังในการช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับภาคธุรกิจ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศไทย ผศ.รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ และสื่อสารองค์กร รักษาการแทนคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า “คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดตั้งบริษัท “เด็กปั้น” โดยเปิดรับนักศึกษาทุกคณะที่มีคุณสมบัติด้านทัศนคติ ความอดทน ความคิดสร้างสรรค์และมีความสนใจด้าน Digital Marketing เข้าสู่กระบวนการฝึกฝนการทำงาน ซึ่งระย
ผศ.รัชด ชมภูนิช รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เปิดเผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า” การจ่ายเงินด้วยระบบคิวอาร์โค้ด หรือการไม่พกเงินสด เป็นโครงการที่ทางมหาวิทยาลัย ทำร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ “คือเราต้องการใช้แพลตฟอร์มดิจิตอล เป็นองค์ประกอบในการพัฒนาทุกอย่าง เริ่มที่บัตรนิสิต บัตรบุคลากร จะต้องเป็นบัตรที่บวกกับอิเล็กทรอนิกส์ มีคิวอาร์โค้ด จัดการทุกอย่างตั้งแต่การสแกนเวลาทำงาน การจัดการพื้นที่ การลงเวลาเรียน การจ่ายเงินค่าลงทะเบียน ระบบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ฯลฯ ทีนี้ ในเรื่องของ การไม่พกเงินสด แต่ใช้ระบบคิวอาร์โค้ด แทน เราทำร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะเอาเข้าจริงๆ ก็มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น พ่อค้า แม่ค้า ในโรงอาหารไม่ต้องนับเงิน ทอนเงิน ไม่ต้องหยิบจับเงินที่บางครั้งหลายคนมองว่าไม่ถูกสุขอนามัย เขาเองก็สะดวก เวลาให้ลูกจ้างทำงานแทน ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องลูกจ้างโกงเงิน และทางมหาวิทยาลัย ก็จะนำระบบนี้มาใช้ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และลดการทำงานด้วยระบบเอกสารลง” ผศ.รัชด กล่าว ผศ.รัชด เผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์R
เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pook Sukonta Berthebaud โพสต์ข้อความ กรณีรุ่นพี่คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ วิทยาเขตศรีราชา จัดกิจกรรมรับน้อง ด้วยการให้รุ่นน้องดำน้ำในท่อบำบัดน้ำเสีย จนทำให้น้องบอส หรือนายโชคชัย ทองเนื้อขาว นิสิตชั้นปีที่ 1 จมน้ำอาการสาหัสต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลชลบุรี ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้นายก่อโชค จันทวรางกูร รักษาการแทนรองอธิการบดี วิทยาเขตศรีราชา ตรวจสอบ อีกทั้งตนจะเดินทางลงไปดูแลเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย และเป็นการรับน้องที่อยู่ในความดูแลของอาจารย์ ซึ่งการที่เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นมา มหาวิทยาลัยจะไม่ปัดความรับผิดชอบ ตั้งแต่อธิการบดี ลงมาจนถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด แต่ขอเข้าไปดูแลเด็กให้ปลอดภัยก่อน “ผมขอชี้แจงก่อนว่า บ่อน้ำดังกล่าวไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย หรือบ่อบำบัดสารเคมี แต่เป็นบ่อน้ำปกติที่รองรับน้ำฝน และน้ำที่ไหลมาจากภูเขาด้านหลังมหาวิทายลัย ซึ่งคณะพาณิชย์นาวีจะใช้บ่อดั
