ยางพาราตกต่ำ
รัฐบาล แก้ปัญหา ‘ราคายางตกต่ำ’ แล้ว! ใช้ “ยางสด” ผสมทำถนน ทั่วประเทศ เมื่อวันที่13 ก.ค. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ได้หารือกับกรรมการสมาคมผู้ค้ายาง และ ตัวแทน 5 บริษัทผู้ส่งออกยางพารา ถึงการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการซื้อขายล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศมีผลกดดันให้ราคายางในประเทศตกลงมา ประกอบกับมีพ่อค้าต่างชาติเข้าปั่นราคายางในตลาดล่วงหน้าด้วย จึงทำให้ราคาผันผวน ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันประกาศว่าจะเดินหน้านโยบายการนำน้ำยางสดไปผสมทำถนนพาราซอยซีเมนต์ทั่วประเทศ โดยจะให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าประมูลซื้อน้ำยางสดแทนการประมูลซื้อยางแผ่นเหมือนที่ผ่านมา และทางสมาคมผู้ค้ายางจะรับน้ำยางสดดังกล่าว ไปปั่นผสมสารเคมีเก็บไว้ โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อส่งต่อให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะมาซื้อไปทำถนนต่อไป โดยจะเริ่มซื้อในจันทร์ที่ 15 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป
เกษตรกรสวนยาง ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง รวมตัวเลี้ยงต่อหัวเสือเพื่อขายหลังราคายางตกต่ำ เผยราคาดี 700 บาท/กก. สร้างรายได้กว่า 40,000 บาทต่อการเก็บ 1 ครั้ง นายณรงค์ ก่อสกุล เกษตรกรผู้เลี้ยงต่อหัวเสือจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดตรังได้เริ่มหันมาเลี้ยงตัวอ่อนต่อหัวเสือกันมากขึ้น หลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคตัวอ่อนต่อหัวเสือกำลังได้รับความนิยม สามารถขายได้กก.ละ 700 บาท โดยใน 1 รังต่อหัวเสือจะมีปริมาณตัวอ่อนที่พร้อมนำไปจำหน่ายราว 2-3 กก. หรือบางครั้งมีปริมาณมากที่สุดถึง 5 กก. โดยจะเลือกเก็บเฉพาะตัวอ่อนที่มีอายุ 3-4 เดือน และเว้นช่วง 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน/ครั้ง ในส่วนของตนเองนั้นสามารถสร้างรายได้จากต่อหัวเสือได้ประมาณ 40,000-50,000 บาท จากการเก็บตัวอ่อน 1 ครั้งในส่วนของการจัดจำหน่ายนั้น นอกจากจะจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดตรังเองแล้ว ยังส่งไปขายยังจังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช และกรุงเทพฯ อีกด้วย โดยตัวอ่อนต่อหัวเสือนั้นสามารถนำไปทำอาหารรับประทานได้สารพัดเมนู เช่น ต่อคั่วเกลือ ผัดกะทิ เป็นต้น นายณรงค์ กล่าวต่อว่า เริ่มแรกท
