ยาหม่อง
เมื่อร่างกายส่งสัญญาณว่าทำงานหนักเกินไปจนเป็นออฟฟิศซินโดรม ทั้งอาการปวดหัว ปวดหลังรุมเร้า ทำให้อดีตกราฟิกดีไซเนอร์ คุณหลี-ประภาวี ศิวเวทกุล ตัดสินใจหันกลับมาดูแลตัวเอง พร้อมนำสมุนไพรข้างรั้วของแม่ที่เคยใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยในวัยเด็ก มาสร้างแบรนด์ Herbpiness ด้วยความตั้งใจอยากให้คนที่ใช้เครื่องหอมสมุนไพรได้บรรเทาความเหนื่อยล้า คลายความเครียดและเพิ่มความสุข จุดเริ่มต้น Herbpiness เครื่องหอมสมุนไพร “ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจหรอกเวลาที่แม่ใช้สมุนไพรมาบรรเทาอาการเจ็บป่วยแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เอาใบพญายอมาบดแล้วโปะเวลาโดนยุงกัดหรือเป็นลมพิษ หรือใช้ว่านหางจระเข้เวลาโดนน้ำร้อนลวก รู้ตัวอีกทีอาการก็บรรเทาลงแล้ว และกลายเป็นความผูกพัน ความรักในการใช้สมุนไพรของแม่ที่เป็นนักชีววิทยาและชาวสวน พอมีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานก็ทำให้เราตกตะกอนความคิดชวนแม่มาสร้างแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพร” คุณหลี เล่าให้ฟัง Herbpiness คือแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพรไทยที่ตั้งใจนำความเป็นไทยมาตีความใหม่ให้เข้าใจและเข้าถึงง่าย ด้วยการออกแบบกลิ่นมาเพื่อคลายความเครียด บรรเทาความเหนื่อยล้า และเพิ่มความสุข พร้อมบรรจุในแพ็กเกจจิ
สืบเนื่องจากมีข้อมูลจากแพทย์ในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งดูแลอาการของทหารหลายนาย ระบุ นอกจากจะมีอาการการบาดเจ็บจากการปะทะแล้ว ยังมีการติดเชื้อราและติดเชื้อแบคทีเรียจากแผลแมลงกัดต่อยกันเป็นจำนวนมากนั้น ล่าสุด ทางกลุ่มจิตอาสาแพทย์แผนไทย นำโดยทีมแพทย์แผนไทยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเครือข่ายศิษย์เก่าแพทย์แผนไทยจากหลากหลายพื้นที่ ช่วยกันคนละไม้ละมือ ผลิต “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” จำนวน 1,500 กระปุก เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับทหารแนวหน้า และประชาชนผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สำหรับ “ยาหม่องสมุนไพรสรรพยา” ดังกล่าว ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติที่ทรงคุณค่าทางการแพทย์แผนไทย เช่น ใบพญายอ ฟ้าทะลายโจร ใบพลู และกระดูกไก่ดำ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย ไล่ยุง รวมถึงบรรเทาผื่นคันจากภูมิแพ้และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย โดยสมุนไพรทุกชนิด ผ่านการคัดสรรและอบรมวิธีการผลิตจาก “ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ” จังหวัดปราจีนบุรี โดยยาหม่องล็อตแรก จำนวน 800 กระปุก ได้ส่งมอบให้กับ “สำนักงานพัฒนา 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒน
“ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” สินค้าโฮมเมดจากสมุนไพร แค่ชื่อก็กินขาด แถมใช้ดีจนคนยอมรอซื้อกันข้ามเดือน! ยาหม่อง ถือเป็นยาสามัญประจำบ้านของชาวไทย ที่ทำมาจากสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ ลักษณะเป็นขี้ผึ้งเนื้อเหลวอ่อน กลิ่นหอม สรรพคุณหลากหลาย ทั้งใช้ทา ถู นวด บรรเทาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย หน้ามืดวิงเวียน คัดจมูกเนื่องจากหวัด หน้ามืดตาลาย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ฟกช้ำดำเขียว และอื่นๆ อีกมากมาย ในเมืองไทยมีผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้หลากหลาย มีตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่แบรนด์ดังคุ้นหูที่จำหน่ายทั่วประเทศ ไปจนถึงผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย ซึ่ง “ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” ก็เป็นยาหม่องอีกแบรนด์ที่ คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต วัย 54 ปี และ น้องดรีม-ชัสมา ไตรสุริยธรรมา วัย 22 ปี ได้ผลิตออกมาจำหน่าย ทั้งคู่ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงที่มาที่ไปของแบรนด์ยาหม่องชื่อเก๋นี้ว่า ก่อนที่สองป้าหลานจะมาทำธุรกิจยาหม่องร่วมกันนั้น ป้าจิบเป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา ส่วนน้องดรีมที่เป็นลูกหลานก็กำลังเรียนอยู่ “ตอนนั้นป้าจิบเป
สาวไทยปิ๊งไอเดียนำน้ำมันสกัดจากว่าน 108 น้ำมันสกัดจากจระเข้ และน้ำมันสกัดจากพริก ทำยาหม่องสูตรเจลใสเกรดพรีเมี่ยม ปราศจากสารเคมีเร่งความร้อน แตกต่างจากยาหม่องทั่วไปในตลาด ด้วยเนื้อสัมผัส สรรพคุณ และกลิ่นหอมสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการทาถูนวด ช่วยให้ผ่อนคลาย ถูกอกถูกใจคนไทยและชาวต่างชาติ ล่าสุดเตรียมส่งออกไปยังประเทศรัสเซีย คุณวลัญช์ชยา ชีวินชัยเฉลิม หรือคุณโบว์ เจ้าของยาหม่องวังทองในวัย 38 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ได้ทำงานเกี่ยวกับเครื่องประดับ กระทั่งเมื่อปีที่แล้วเกิดไอเดียอยากทำยาหม่องขายคนจีน เพราะมองว่าตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ ที่สำคัญคนจีนชอบสินค้าไทย เลยเสาะหาวัตถุดิบชั้นดี และแหล่งผลิตยาหม่อง คุณโบว์ อธิบายต่อว่า สาเหตุที่เลือก “ยาหม่อง” เพราะคนจีนส่วนใหญ่ชอบฝีมือการนวดและน้ำมันนวดของคนไทย ยาหม่องติดอันดับสินค้าขายดีที่ต่างชาติมักซื้อกลับประเทศ อีกทั้งยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจ เลยชวนเพื่อนสนิทคุณวราภรณ์ ยันต์เจริญ เข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วน “ยาหม่องส่วนใหญ่ในท้องตลาดมีสารเคมีเร่งความร้อน คนเป็นเบาหวาน เด็ก ผู้สูงอายุ ที่ผิวบอบบางทาแล้วมักเกิดอาการแสบ ห
