ยาฮู
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ยาฮู บริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการถูกเจาะเข้าไปในระบบการบริการของยาฮูครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งรวมทั้งการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้วิธีแอบฝังซอฟต์แวร์ “คุกกี้” (ข้อมูลการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกบันทึกเก็บเอาไว้ในบราวเซอร์สำหรับใช้ในครั้งต่อไป) เพื่อไว้ใช้สำหรับการเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้งาน พร้อมระบุด้วยว่ามีคนในบริษัทรู้เรื่องดังกล่าวด้วย ข่าวระบุว่า การเปิดเผยดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อการที่บริษัท เวอร์ไรซอน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์อันดับ 1 ของสหรัฐที่อยู่ระหว่างการเข้าซื้อกิจการของยาฮู มูลค่า 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ทางยาฮูระบุว่า ทางบริษัทได้พยายามทำการตรวจสอบหลังจากพบว่าระบบถูกเจาะ และดูว่าแฮกเกอร์ทำอย่างไรจึงสามารถกลับเข้าไปภายในบัญชีต่างๆได้ตามใจชอบหลังจากนั้น โดยข้อมูลในเอกสารที่ยาฮูได้ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เอสอีซี) ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบกำลังตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่ และกิจกรรมที่บ่งชี้ถึงตัวผู้บุกรุก ซึ่งเ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ยาฮู บริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีการสอดแนมอีเมล์ครั้งใหญ่ท่ามกลางเสียงไม่พอใจจากบรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิทธิส่วนบุคคลต่อรายงานข่าวว่า ทางบริษัทสร้างโปรแกรมพิเศษเพื่อสแกนอีเมล์หลายล้านฉบับอย่างลับๆ ตามคำร้องขอของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ยาฮูแถลงว่า รายงานข่าวดังกล่าวที่ระบุว่า ทางบริษัทสแกนอีเมล์หลายร้อยล้านฉบับเพื่อช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด และแถลงว่า “เราได้ตีความคำร้องขอข้อมูลผู้ใช้ของรัฐบาลให้แคบที่สุดเพื่อที่จะได้เปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการสแกนอีเมล์ที่ถูกระบุถึงในบทความไม่มีอยู่ในระบบของเรา” ก่อนหน้านี้ รายงานข่าวของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมอ้างแหล่งข่าวเป็นอดีตพนักงานของยาฮูระบุว่า ทางบริษัทได้สร้างโปรแกรมที่ใช้ในการสแกนอีเมล์ทั้งหมดขึ้นมาเพื่อช่วยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ขณะที่รายงานของนิวยอร์กไทม์สเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมระบุว่า ยาฮูได้รับคำสั่งจากผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐให้ค้นหาอีเมล์ที่มี “
