รถตู้โดยสาร
บขส. และรถร่วมฯ แจ้งงดจำหน่ายตั๋วทุกเส้นทางสายยาวที่มีระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร จนกว่าสถานการณ์ระบาดโควิด-19 กลับสู่ภาวะปกติ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) แจ้งว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00 – 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับบางจังหวัดประกาศปิดเมืองห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออก และการใช้มาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing บนรถโดยสาร ทำให้ บขส. ไม่สามารถจัดรถให้บริการประชาชนได้ ทุกเส้นทางทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ขณะที่ล่าสุดผู้ประกอบการรถร่วมฯ แจ้งขอหยุดการเดินรถเส้นทางสายยาวที่มีระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร เนื่องจากต้องทำ Social Distancing เว้นระยะห่างเช่นกัน จึงไม่สามารถจำหน่ายตั๋วโดยสารได้ ตั้งแต่วันนี้ (4 เม.ย. 63) เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงแจ้งผู้ใช้บริการงดเข้ามาซื้อตั๋วที่สถานีทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนการเดินรถสายสั้นของรถตู้โดยสาร ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ยังมีรถตู้ให้บริการ ในช่วงเวลา 05.00 – 16.00 น. โดยรถตู้โดยสารทุกคันจ
ช่วยได้ไหม ? ขสมก. อัดรถเมล์เพิ่ม 6 เส้นทาง แทนรถตู้โดยสาร 1,800 คันที่หยุดวิ่ง ขสมก. เตรียมจัดรถโดยสารปรับอากาศ ให้บริการแทน รถตู้โดยสาร ที่มีอายุใช้งานครบ 10 ปี และหยุดวิ่งในวันที่ 1 ต.ค. ลดความเดือดร้อนการเดินทางแก่ประชาชน รถตู้โดยสาร – ตามที่ตัวแทนรถตู้สาธารณะ ได้ออกมาเผยว่า ในวันที่ 1 ต.ค. จะมีรถตู้โดยสารราว 1,800 คัน ในหลายเส้นทางหยุดให้บริการ เนื่องจากรถมีอายุใช้งานครบ 10 ปี และกรมขนส่งทางบก ไม่ยืดอายุใช้งานให้รถตู้เพิ่ม ซึ่งทำให้ประชาชนที่ใช้บริการรถตู้สัญจรจำนวนมาก ได้รับความเดือดร้อนนั้น รถเมล์จำนวน 6 เส้นทาง ที่จะเข้ามาใช้บริการเสริม ทดแทนเส้นทางที่รถตู้ขาดหายไป ล่าสุด นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการตำแหน่ง ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เผยว่า ขสมก. ได้จัดรถโดยสารปรับอากาศวิ่งให้บริการ จำนวน 6 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทาง และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ใช้บริการรถตู้โดยสาร ทั้งนี้หากเส้นทางที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก ขสมก. จะพิจารณาเพิ่มจำนวนรถโดยสาร ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการต่อไป สำหรับเส้นทางที่ ขสมก. จัดเตรียมรถโดยสารปรับอากาศ
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป รถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 ที่วิ่งให้บริการเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งจตุจักร (หมอชิต), สถานีขนส่งสายใต้ (ปิ่นเกล้า) และสถานีขนส่งเอกมัย เป็นจุดจอดรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งคณะกรรมการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะจะติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด ผ่านการทำงานประสานความร่วมมือในการกำกับดูแลการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเป็นระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ทหาร, ตำรวจ, บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), กรมการขนส่งทางบก, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกรุงเทพมหานคร เพื่อดูแลความปลอดภัย และป้องกันมิจฉาชีพและการเอาเปรียบ ทั้งนี้บขส. ได้จัดเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับรถตู้เข้าใช้ในพื้นที่พร้อมทุกด้านแล้ว มีจุดจอดรอ จุดพักคอยสำหรับรถตู้รองรับเพียงพอ โดยสถานีขนส่งจตุจักรรองรับจำนวนรถได้ 2,046 คัน สถานีขนส่งสายใต้ (ปิ่นเกล้า) รองรับได้ 1,617 คัน และสถานีขนส่งเอกม
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีรถตู้โดยสารใช้ถนนที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อผู้โดยสาร โดยถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ขาเข้า กทม. ช่วงพุทธมณฑลสาย 7 มีการขยายถนนซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รถยนต์ทั่วไปต่างใช้ถนนตามปกติ แต่กลับมีรถตู้โดยสารจำนวน 3-4 คัน วิ่งเป็นแถวบนถนนที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เช่น รถตู้สาย กรุงเทพฯ-บ้านโป่ง และ สายกรุงเทพฯ-นครปฐม-บ้านไร่ ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียนวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ ที่มามติชน
