รถเข็นเด็ก
ยังขายได้ปกติ! ผู้ประกอบการยัน รถหัดเดินไม่อันตรายหากดูแลใกล้ชิด ใช้ถูกวิธีมีประโยชน์ จากกรณีเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ ทับเด็กเสียชีวิต เหตุเกิดจากแม่เด็กใส่ลูกวัย 8 เดือนไว้ในรถหัดเดิน แต่รถเกิดไหลจากเนินหน้าบ้านลงไปที่ถนน ทำให้รถบรรทุกที่ขับผ่านมาหักหลบไม่ทันและทับเด็กเสียชีวิต นับเป็นข่าวเศร้าสะเทือนใจเป็นอย่างมาก “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจความเห็นผู้ประกอบการในแวดวงเครื่องใช้เด็กอ่อน โดยผู้ค้าวัย 35 ปี จากเพจจำหน่ายรถหัดเดิน ให้สัมภาษณ์ว่า ข่าวที่ออกมายังไม่ส่งผลกระทบกับยอดขาย แต่อาจจะเงียบเพราะช่วงนี้ใกล้เปิดเทอม อย่างไรก็ตาม กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ในมุมมองของคนขายของนั้น เธอให้ความเห็นว่า ต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก อยู่ที่ตัวผู้ปกครองที่ดูแลน้อง ไม่มีการดูแล เอาใจใส่ลูกเท่าที่ควร จึงทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ที่พ่อแม่ทุกคนไม่อยากให้เกิด ประเด็นสองที่ว่า รถหัดเดินหรือรถพยุงตัวไม่เหมาะสำหรับหัดเดินนั้น อยู่ที่การใช้งานของผู้ปกครองแต่ละคน ซึ่งส่วนมาก ลูกค้าที่มาซื้อ จะนำไปใช้เป็นรถนั่ง เวลาป้อนข้าวลูกเสียส่วนใหญ่ ส่วนที่มีงานวิจัยออกมาบอกว่า ร
บริษัทสัญชาติอังกฤษผู้ผลิตรถหรู “แอสตัน มาร์ติน” ที่มี DB11 เป็นรุ่นเรือธง เปิดร้านเพื่อทำการขยายแบรนด์ไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยมีทั้งการผลิตเรือยอร์ช กระเป๋า และมีกระทั่งอสังหาริมทรัพย์อย่างอพาร์ทเมนต์ แม้แบรนด์ แอสตัน มาร์ติน จะรู้จักในความเป็นรถหรู ที่ปรากฎในภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ กระทั่งเขยิบมาสู่การสร้างเรือยอร์ชจำหน่าย ล่าสุดแอสตัน มาร์ติน เปิดสโตร์แบบเอ็กซคลูซีฟในกรุงลอนดอน เดินตามรอยแบรนด์ดังทั่วโลก เพื่อจำหน่ายสินค้าลักเซอรี่อื่นๆ ซึ่งแอสตัน มาร์ติน วางสินค้าเชิงแฟชั่นทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า และที่สะดุดตาคือ แบรนด์รถดังทำรถเข็นเด็กวางขายด้วย ซึ่งสนนราคานั้นแพงระยับที่ 3,980 เหรียญสหรัฐ เรียกว่ารถเข็นเด็กเหยียบแสนบาทกันเลยทีเดียว “แอนดี้ พาล์มเมอร์” ซีอีโอแอสตัน มาร์ติน ให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในวันเปิดชอปร้านหรูว่าจะดีแค่ไหนที่สามารถไปเทียบเรือหรู (ยอร์ช) แบรนด์แอสตันมาร์ตินที่ไหนสักแห่ง หรือพักในอพาร์ทเมนต์ แอสตัน มาร์ติน พร้อมขับรถแบรนด์เดียวกันนี้ ซึ่งเขามองว่าร้านนี้จะตอบสนองลูกค้าที่จงรักภักดีต่อแอสตัน มาร์ติน ทั้งนี้ หลังการออกจากอียูของอังกฤษ
