รฟท
เริ่มวันนี้! รฟท.เปิดวิ่ง “รถไฟทางไกล-นำเที่ยว” เพิ่ม 40 ขบวน นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ตามที่ ศบค. เห็นชอบให้ยกเลิกประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว และการขนส่งสาธารณะข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ในการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมีความต้องการในการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางโดยรถไฟ ทั้งการเดินทางภายในเขตเมือง ระหว่างเมือง และทางไกล ข้ามเขตพื้นที่จังหวัด การรถไฟฯ จึงได้ประกาศเปิดเดินขบวนรถโดยสารทางไกลเพิ่มเติม จำนวน 40 ขบวน เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรการผ่อนคลายการเดินทาง ระยะที่ 4 เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป สำหรับขบวนรถที่เปิดให้บริการในเส้นทางต่างๆ มีดังนี้ 1. ขบวนรถโดยสารทางไกล จำนวน 34 ขบวน (ไป-กลับ) ดังนี้ 1.1 สายเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวไป) จำนวน 6 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวกลับ) จำนวน 4 ขบวน 1.2 สายตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่
รฟท. ระบุ ซีพี-บีทีเอส กอดคอนผ่านซอง 3 แต่ซีพี เสนอราคาต่ำกว่าบีทีเอส 5.27 หมื่นล้าน ไฮสปีด 3 สนามบิน ดันซีพีเข้าวินได้เจรจาเปิดซอง 4 เงื่อนไขพิเศษวันที่ 24 ธ.ค. ตั้งเป้าเริ่มเจรจา 3 ม.ค. 62 คาดใช้เวลาถก 2 สัปดาห์ หากตกลงได้ซีพีคว้าชัย แต่หากไม่ตกลงไม่ได้ เล็งเชิญบีทีเอส เจรจาต่อไป ซีพีคว้าไฮสปีด 3 สนามบิน – นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้อเสนอซอง 3 ด้านการเงิน ในโครงการเปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ว่า กลุ่มซีพี ได้ส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสงสัยทางด้านการเงินมาให้คณะกรรมการได้พิจารณาครบถ้วนตามที่เสนอขอ โดยสามารถชี้แจงได้ชัดเจนในทุกประเด็น จึงเป็นผ่านคุณสมบัติซอง 3 ขณะที่กลุ่มของบีทีเอส ก็ผ่านคุณสมบัติซอง 3 ด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากซีพี มีเป็นกลุ่มที่มีการเสนอขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐน้อยที่สุดคือ 117,227 ล้านบาท ต่ำกว่า บีทีเอส ที่เสนอที่ 169,934 ล้านบาท หรือต่ำกว่าบีทีเอส 52,707 ล้านบาท คณะกรรมการฯ จึงเตรียมเชิญบี
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยทและมอบนโยบายการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ได้เร่งรัดให้รฟท. ยกระดับคุณภาพการให้บริการ โดยเร่งรัดทำโครงการเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้า หรือรถไฟไฟฟ้า ทดแทนการเดินรถแบบระบบดีเซล เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เพิ่มความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งจากการผลการศึกษาเบื้องต้น รฟท. แจ้งว่าจะทำโครงการรถไฟไฟฟ้าในจำนวน 4 เส้นทาง เชื่อม 4 ภูมิภาค คือ 1. กทม.-นครสวรรค์ 2. กทม.-นครราชสีมา 3. กทม.-หัวหิน และ 4. กทม.-พัทยา โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณในการออกแบบก่อสร้างประมาณ 100-200 ล้านบาท จากนนั้นจึงจะมาจัดลำดับความสำคัญว่าจะเริ่มก่อสร้างเส้นทางไหนก่อน รายงานข่าวจากรฟท. แจ้งว่า การดำเนินโครงการรถไฟไฟฟ้า 4 เส้นทาง เป็นไปตามแผนวิสาหกิจของการรถไฟฯ ระหว่างปี 2560- 2564 ซึ่งจากผลการศึกษาระบุว่าโครงการรถไฟไฟฟ้าทั้ง 4 เส้นทาง มีความเหมาะสมในการดำเนินงาน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวม 100,907.57 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะเดินรถด้วยระบบไฟฟ้ารวม 885 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 1. เส้นทาง กทม.-นครสวรรค์ เส้นทาง เริ่มจาก
