รองเท้านักเรียน
ทุกช่วงเปิดภาคเรียน “รองเท้านักเรียน” นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคระดับฐานรากได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเวลาเดียวกัน และเชื่อมโยงโดยตรงกับรายจ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือน ขณะที่ปีการศึกษา 2569 ผู้ปกครองเผชิญแรงกดดันจากภาวะค่าครองชีพโดยรวมที่ปรับเพิ่มต่อเนื่องในระดับสูงกว่าปกติ โดยมีปัจจัยหลักจากวิกฤตพลังงานของโลก ท่ามกลางบริบทดังกล่าว นันยาง รองเท้าผ้าใบสัญชาติไทยอันดับหนึ่งในใจของนักเรียนทั่วประเทศ เดินหน้าช่วยลดภาระครอบครัวไทยด้วยการตรึงราคารองเท้านักเรียนในฤดูกาลเปิดเทอมใหม่นี้ แม้ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก พร้อมยืนยันรักษามาตรฐานรองเท้านันยางที่มีคุณภาพ ทนทาน คุ้มค่า ให้นักเรียนไทยใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม นายชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า นันยางเข้าใจดีว่าเงินทุกบาทมีความหมายมากในช่วงเปิดเทอม แม้ต้นทุนการผลิตจะปรับสูงขึ้น แต่นันยางยังคงตรึงราคาในช่วงเปิดเทอมนี้ เพื่อไม่ซ้ำเติมภาระให้ผู้ปกครอง พร้อมยืนยันการเลือกใช้ยางพาราแท้ 100% ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำ
70 ปี ดีไซน์เดิม แต่ขายได้! เปิดกลยุทธ์ นันยาง เปรียบตัวเองเป็นปลาตามซอก ว่ายในเรดโอเชียน ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ได้ขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ “ถอดวิธีคิด เส้นทาง กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของโทฟุซังและนันยาง” พร้อมกับ คุณสุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โทฟุซัง จำกัด พร้อมเผยเคล็ดลับการทำธุรกิจในงานสัมมนา “Thailand 2024 : beyond RED OCEAN” ที่จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ย้อนไปเมื่อประมาณ 100 ปีกว่า คุณวิชัย ซอโสตถิกุล มาจากเมืองจีน อายุได้ 10 ปีกว่าๆ อพยพจากเมืองจีนมากับครอบครัว ได้ทำอาชีพต่างๆ จนครั้งหนึ่งได้ทำกิจการซื้อมาขายไป หนึ่งในนั้นได้มีการนำเข้ารองเท้าจากประเทศสิงคโปร์ มีชื่อว่า หนำเอี๊ย เป็นภาษาแต้จิ๋ว เมื่อแปลมาเป็นภาษากลาง คือ นันยาง มาถึงในช่วงที่สอง คือช่วงก่อนปี 2500 ประเทศไทยมีการส่งเสริมการทำสินค้าไทย แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศสิงคโปร์เริ่มเปลี่ยนจากการไม่ผลิต จึงมีการเจรจาและเริ่มผลิตนันยางในประเทศไทยเมื่อปี 2496 เป็นปีแรก จนมาถึงปัจจุบัน 70 ปี ยุคเปลี่ยน แต่ นันยาง ไม่เปลี่ยน
นันยาง ประกาศกลยุทธ์รุกตลาดรับเปิดเทอมปี 2568 เน้นนวัตกรรมสินค้าและความคุ้มค่า เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคเศรษฐกิจชะลอตัว โดยยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 45% จากมูลค่าตลาดรองเท้านักเรียนรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องที่ 3-5% ในปีนี้ นันยาง ยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับความต้องการของเด็กนักเรียนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดรองเท้าเด็กกลุ่ม Gen Alpha หรือชั้นประถม โดยได้ออกแบบรองเท้ารุ่น Nanyang Have Fun ที่มีคุณสมบัติเบา นุ่ม และสวมใส่สบาย เหมาะกับสรีระของเด็กเล็กอย่างแท้จริง อีกทั้งนวัตกรรมสำคัญในช่วงโควิด-19 ด้วยการพัฒนา ‘เชือกยืดหยุ่น’ ทำให้ไม่ต้องผูกเชือกอีกต่อไป ลดการสัมผัสเชื้อโรคจากรองเท้า 10 เท่า โดยล่าสุด ต้อนรับเปิดเทอมปีการศึกษา 2568 นันยาง ได้เปิดตัว ‘เชือกยืดหยุ่น 2.0’ ด้วยฟังก์ชันพิเศษ ‘ล็อก-ปลดล็อก’ ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัว ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมการเรียนและการเล่น เพื่อการพัฒนาการอย่างสมวัย นอกจากนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และตอบโจทย์สภาพเศรษฐกิจในปั
นันยาง ยืน 1 ตลาดรองเท้าผ้าใบ สานต่อจุดยืนยุติปัญหาบูลลี่ ผ่านแคมเปญ “พอดีไม่เหมือนกัน” ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดรองเท้านักเรียน มีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วน รองเท้าผ้าใบ 60% รองเท้านักเรียนหญิง 35% และอื่นๆ 5% โดย นันยาง ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดเฉพาะรองเท้าผ้าใบเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 45% ซึ่งในปี 2567 คาดว่าตลาดยังคงมีการแข่งขันเข้มข้นเช่นเดิม สำหรับภาพรวมธุรกิจในปีที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้นกว่าปี 2565 ค่อนข้างมาก เพราะนันยางได้รุกทำกิจกรรมการตลาดและการขายต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสและเข้าถึงอย่างใกล้ชิด ทำให้มีอัตราการเติบโต 13.70% สูงกว่าอัตราการเติบโตรวมของตลาดประมาณ 3% โดยในปี 2567 นันยางวางแผนการเติบโตต่อเนื่องที่ 3-5% พร้อมเพิ่มกลยุทธ์เพื่อรุกขยายโอกาสทางการตลาดในทุกช่องทางและยังเน้นเป้าหมายหลักที่กลุ่มนักเรียน นักกีฬา คนทำงาน และผู้ใช้งานอเนกประสงค์ ดร.จักรพล กล่าวต่อเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยช่วง Back To School ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน พบว่า ช่วงพีกสุดคือเดือนพฤษภาคม ต่อเนื่องไปถึง
หยุดปัญหาบูลลี่! นันยาง ออกรองเท้ารุ่นพิเศษ พร้อมอัปเดตตลาดรับเปิดเทอม เพราะปัญหาการบูลลี่ยังมีอยู่ในสังคมไทย โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต พบว่า ประเทศไทยมีการบูลลี่ในโรงเรียนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้ นันยาง รองเท้าที่อยู่คู่นักเรียนไทยมายาวนาน 70 ปี เดินหน้าประกาศจุดยืนเป็นแนวร่วมเด็กไทยยุติปัญหาด้วยแคมเปญ “BULLY NO MORE” พร้อมอัปเดตตลาดรองเท้านักเรียนไทยก่อนถึงช่วงเปิดเทอมในเดือนพฤษภาคมนี้ ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง กล่าวถึงแคปเปญ BULLY NO MORE ว่า นันยางได้เจาะลึกอินไซต์เด็กนักเรียนไทย พบว่า ฝันสูงสุดคือต้องการหยุดปัญหาและพฤติกรรมการบูลลี่ในโรงเรียน หลังกรมสุขภาพจิตเผยไทยกลายเป็นประเทศที่มีปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งปัจจุบันทวีความรุนแรงมากขึ้นทั้งลักษณะการกลั่นแกล้ง และการบูลลี่ ซึ่งได้รับผลกระทบด้านความรู้สึก เช่น ไม่อยากเจอเพื่อน ไม่อยากไปโรงเรียน ตลอดจนเป็นโรคซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย โดยนันยางได้จัดทำสื่อ “คำขอโทษจากนันยาง” ที่ไม่เพียงแต่ต้องการแสดงให้สังคมเห็นถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่นันยางได้เคย
นันยาง คว้า 2 รางวัล จากเวทีการประกวด MAT AWARD 2021 วันที่ 3 มีนาคม 2565 ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด รับมอบรางวัลจากการประกวดแคมเปญการตลาด MAT Award 2021 (Marketing Award of Thailand 2021) จัดโดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย หลังแคมเปญ “นันยางแฮฟฟัน รองเท้านักเรียนสำหรับเด็กประถม เบา นุ่ม ไม่ต้องผูกเชือก” ได้สะท้อนไอเดียสร้างสรรค์ฝ่าวิกฤตโควิด คว้า 2 รางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านกลยุทธ์ (Strategic Marketing) และแคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านการสร้างคุณค่าของแบรนด์ (Brand Experience & Communication) มาครองได้สำเร็จ จากผู้เข้าร่วมส่งผลงานเข้าร่วมทั้งสิ้น 73 ผลงาน จาก 44 องค์กรทั่วประเทศ โดยแคมเปญนี้ ได้สะท้อนไอเดียสร้างสรรค์ฝ่าวิกฤตโควิด คงฐานลูกค้ารุ่นเด็กไว้อย่างเหนียวแน่น ตอบโจทย์ผู้ปกครองที่ต้องการลดเสี่ยงสัมผัสเชื้อ แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านกลยุทธ์ของนันยางที่สะท้อนแนวคิดทางการตลาดเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย และมีการนำกลยุทธ์มาแปรเป็นแผนปฏิบัติการที่สอดคล้อง ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ทางธุรกิจท่ามกลางการแข่งขัน และสร้างผลลัพธ์
นันยาง เผยโฉม รองเท้ารุ่นพิเศษ พร้อมปรับแผนรับมือเลื่อนเปิดเทอม วันที่ 20 พ.ค. 2564 นายจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ ตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนก็เช่นกัน ต้องอาศัยการปรับตัวในทุกขั้นตอน เพื่อให้ภาพรวมธุรกิจยังไปต่อได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้จะมีการเลื่อนเปิดภาคเรียนหรือยังคงจัดรูปแบบการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ก็ตาม โดยนันยาง ได้ปรับแผนธุรกิจ ให้สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มตั้งแต่มาตรการป้องกันโควิดของบุคลากร การวางแผนการจัดเตรียมวัตถุดิบให้สอดคล้องกับการผลิตสินค้า และให้สอดคล้องกับการขายสินค้าในช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป การจัดสรรสินค้าในแต่ละช่องทางขายอย่างเหมาะสม รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าใหม่ ‘Nanyang Have Fun’ สำหรับเด็กประถมแถมฟรีเชือกยืดหยุ่นทำให้ไม่ต้องผูกเชือก ลดการสัมผัสเชื้อโรค สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรองเท้านักเรียนประถม นายจักรพล กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนของเมืองไทย นันยาง ยังคงตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นส่วนหนึ่งของ
ร้านขายรองเท้า นร.ไม่หวั่น เด็กแต่งไปรเวต ชี้ เลิกเครื่องแบบจริง หันขายอย่างอื่น จากกรณี ที่ภาคีนักเรียน KKC และกลุ่มนักเรียนเลว ได้ประกาศเชิญชวน ให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวตไปเรียน ในวันที่ 1 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเปิดเรียน ภาคที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2563 เป็นวันแรก ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง เจ้าของร้านขายรองเท้านักเรียนออนไลน์ วัย 30 ปี ท่านหนึ่ง ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ตนเปิดร้านขายรองเท้านักเรียน รองเท้าพละ ราคาส่ง ทางเฟซบุ๊กมาได้ประมาณ 4 ปีแล้ว จากการที่มีการรณรงค์ให้ใส่ชุดไปรเวตไปเรียนนั้น อาจจะทำให้ยอดขายของร้านตก แต่ไม่ได้ทำให้กระทบเท่าใดนัก เพราะส่วนตัวคิดว่า ไม่น่าจะมีการยกเลิกการแต่งกายไปโรงเรียนด้วยชุดนักเรียนในเร็ววันนี้ อาจจะมีการอนุโลมให้ใส่สัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละครั้งมากกว่า แต่หากมีการยกเลิกใส่ชุดนักเรียนจริง ตนคงต้องเปลี่ยนไปขายรองเท้าธรรมดา หรือรองเท้าแฟชั่นอื่นๆ แทน อาจจะเหนื่อยสักหน่อยเพราะคนขายเยอะ ด้านเจ้าของร้านรองเท้าในตลาดแห่งหนึ่ง ย่านเตาปูน เผยว่า ตนเปิดร้านขายรองเท้ามานานเกือบ 60 ปีแล้ว ส่วนตัวแล้วทางร้านรู้สึกเฉยๆ กับการรณรงค์ของเด็ก เพราะที่ร้าน
ตลาดแข่งขันรุนแรง! นันยาง-เอาไง “ทำสิ่งที่เก่งอยู่แล้วหรือแก้ไขจุดอ่อนของตัวเอง” “ซอโสตถิกุล” คือ ชื่อตระกูลคหบดีของเมืองไทย มีกิจการในความดูแลหลากหลาย นับตั้งแต่ ศูนย์สรรพสินค้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เครื่องปรุงในครัวเรือน ส่วนสินค้าเก่าแก่ที่สุด อายุอานามเกือบ 70 ปี ที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความมั่งคั่ง”นั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นของที่เริ่มทำในแบบ “ซื้อมา-ขายไป” มีกำไรต่อหน่วยไม่กี่บาท แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกคนต้องมีไว้ใช้ นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ “นันยาง” นั่นเอง คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารรุ่นที่สาม ของตระกูล ”ซอโสตถิกุล” วัยสามสิบเศษ เจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศย่านสี่พระยา ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง “ธุรกิจของเรา เริ่มต้นจาก คุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณตาของผม เดินทางมาจากเมืองจีน แบบเสื่อผืนหมอนใบ ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ท่านก่อร้างสร้างตัว ทำงานทุกอย่าง เริ่มจากซื้อมาขายไปสินค้าสารพัด และหนึ่งในนั้น คือ รองเท้าผ้าใบนันยาง”คุณจั
นันยาง โตสุดรอบ 5 ปี ครองส่วนแบ่งตลาด 43 % เตรียมเพิ่มกำลังผลิต 25% รับเปิดเทอม นายจักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการเติบโตของนันยางในปี 2561 มีอัตราการเติบโตที่ 10% เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2560 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้แต่เดิมที่ 7% ถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้นันยางสามารถครองความเป็นผู้นำตลาดด้านธุรกิจรองเท้านักเรียนของไทยได้ต่อเนื่อง ปัจจุบันนันยางมีส่วนแบ่งการตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนประมาณ 43% ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตเกิดจากกระแสการตอบรับที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของนันยางที่มีครอบคลุมทั้งสินค้าหลัก และสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม นอกจากนี้ รองเท้าผ้าใบนันยางยังสามารถขยายฐานไปสู่กลุ่มคนทำงานได้มากขึ้น ทั้งในกลุ่มผู้ที่ทำงานกลางแจ้งและทำงานในสถานประกอบการ นายจักรพล กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญที่ทำให้นันยางมีอัตราการเติบโตสูงในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการส่งออกที่มากขึ้นจากการทำตลาดต่างประเทศ ผ่านกีฬาเซปักตะกร้อ อีกด้วย ปัจจุบันรองเท้านันยางกระจายในช
