รัชกาลที่ 10
ในหลวง-พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต วันที่ 17 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูฝน ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ปีติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี พระราชทานชื่อพะยูน “ยามีล” พร้อมรับ 2 พะยูนไว้ในพระอุปถัมภ์ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี – วันที่ 5 ก.ค. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เผยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานชื่อให้แก่ลูกพะยูนเกยตื้นตัวล่าสุด ที่จังหวัดกระบี่ว่า “ยามีล” เป็นภาษายาวี มีความหมายว่าชายรูปงามแห่งท้องทะเล และทรงรับลูกพะยูนมาเรียมและลูกพะยูนยามีลไว้ในโครงการ “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์” สำหรับ โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ นับว่าเป็นพระเมตตาและเป็นที่ปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งแก่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คนที่ทำงาน และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลแนวปะการังที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้ความสำคัญมีพระดำริให้มีโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปะการังและสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งภายใต้แผนง
สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงฉายพระรูปคู่พระมารดา พระพักตร์แจ่มใส เป็นภาพความประทับใจที่ได้รับการแชร์จากเพจ Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทยซึ่งได้นำพระฉายาลักษณ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงฉายพระรูปพร้อมด้วยพระธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร มาเผยแพร่ โดยทั้งสองพระองค์ทรงแย้มสรวล พระพักตร์ แจ่มใสทั้งสองพระองค์ ยังความปลาบปลื้มแด่ผู้ที่ได้รับชมภาพดังกล่าวอย่างยิ่ง
ราชาภิเษก : 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพระราชพิธีของรัชกาลที่ 10 – BBCไทย “…ตามราชประเพณีในสยามประเทศนี้ ถือเป็นตำรามาแต่โบราณว่าพระมหากษัตริย์ซึ่งเสด็จผ่านพิภพ ต้องทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก่อน จึงจะเปนพระราชาธิบดีโดยสมบูรณ์” ข้อความที่ปรากฏอยู่ใน จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 6 บ่งชัดถึงความสำคัญของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นโบราณราชประเพณีที่ได้รับอิทธิพลจากคติอินเดีย ในสมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 9 มีการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมาแล้ว 11 ครั้ง พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวันที่ 4-6 พ.ค.2562 จะเป็นครั้งที่ 12 การเตรียมการ ลำดับพระราชพิธี ตลอดจนคติต่างๆ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้รับการสืบทอดมายาวนานหลายร้อยปี ดังที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุในคำปรารภในการจัดพิมพ์หนังสือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของกระทรวงวัฒนธรรมว่า “แม้ว่าพระราชอำนาจบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคม แต่วัฒนธรรมประเพณีอันเนื่องด้วยพระราชพิธีสำคัญยังคงสืบสานต่อมาตราบเท่าทุกวันนี้” Reuters สำหรับคนไทยจำนวนมาก นั
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักราชเลขาธิการได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เรื่องการประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรายละเอียดระบุว่า เนื่องในโอกาสที่ประธานสภานิติบัญยัติแห่งชาติทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ในนามของปวงชนชาวไทย ได้กราบบังคมทูลอัญเชิญองค์รัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2559 นั้น ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธยเนื่องในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ดังนี้ 1.ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” คำอ่าน สม-เด็ด-พระ-เจ้า-อยู่-หัว-มะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-บอ-ดิน-ทระ-เทบ-พะ-ยะ-วะ-ราง-กูน 2. ภาษาอังกฤษว่า “His Majesty King Maha Vajiralongkorn Bodindradebayavarangkun” ที่มา มติชนออนไลน์
