รัชกาลที่ 9
อะโวคาโด ผลไม้วิเศษจากพระราชา สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เหล่าราษฎร ปัจจุบันคนไทยปลูกอะโวคาโด (Avocado) กันมากขึ้น เพราะว่าปลูกง่าย ไม่ต้องดูเเลมาก สามารถปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นก็ได้ เพาะเมล็ด 3-4 ปี ให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้ และจะให้ผลผลิตมากขึ้น ต่อเมื่อ อะโวคาโดอายุ 5-6 ปี เกษตรกรภาคเหนือตอนบนและตอนล่างนิยมปลูกกันมาก คุณโจ้-ยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันสวมบทบาททั้งเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการปลูก อะโวคาโด เพราะนอกจากจะขายผลสด ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ความงามบำรุงผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกาย ภายใต้แบรนด์ “อะโวคาโด้ ไร่ยังคอย” คุณโจ้ เล่าว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ไปเพาะพันธุ์ไก่ชนหายาก ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของแม่ฮ่องสอน มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ส่งประเทศ จีน ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีทั้งส่งตรงและส่งผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำอยู่ไม่นานเศรษฐกิจเริ่มไม่ดี ราคาไก่ตกต่ำ เลยเลิกทำฟาร์มไก่ หลังเพาะพันธุ์ไปได้แค่ปีเศษ จากนั้นจึงหันมาขายส่งกาแฟขี้ชะมด ประกอบกับปลูกอะโวคาโด ควบคู่ไป เพราะเห็นว่าราคาดี ปลูกง่า
ความคืบหน้า การก่อสร้าง พิพิธภัณฑสถานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ รัชกาลที่ 9 นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพื้นที่ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ล่าสุด ได้มีการตรวจรับงานก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ งวดที่ 11 และ 12 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 30% คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในปี 2566 เมื่อการก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนงานด้านการออกแบบและตกแต่งภายใน รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการเพื่อรวบรวมองค์ความรู้โบราณราชประเพณีเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมศพ พระศพ และองค์ความรู้ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา คติความเชื่อ งานสถาปัตยกรรม งานศิลปกรรมด้านต่างๆ ตลอดจน ขั้นตอนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้ประชาชนได้เห็นถึงความงดงามของรูปแบบศิลปกรรมไทย ประเพณี และศิลปกรรมในรัชกาลที่ 9 ที่มีเอกลักษณ์ แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของ
รัชกาลที่ 9 พระราชทานอาชีพ เลี้ยงโคนม อ.ส.ค. พร้อมสืบสานสู่ความยั่งยืน ปัจจุบัน เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ มีอายุค่อนข้างมากและก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้การประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีประสิทธิภาพลดลง ขณะที่เยาวชนรุ่นใหม่และบุตรหลานเกษตรกรได้ให้ความสนใจเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและบันเทิงเพิ่มมากขึ้น และการสานต่ออาชีพเกษตรกรรมจากบรรพบุรุษมีแนวโน้มลดลง ซึ่งการเลี้ยงโคนมก็เป็นหนึ่งอาชีพที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าวเช่นกัน องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะองค์กรหลักที่มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคนมของไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 59 ปี ได้กำหนดแนวทางพัฒนาและสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้คงอยู่จากรุ่นสู่รุ่นและมีความมั่นคงยั่งยืนสืบไป สำหรับแนวทางพัฒนาและสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ทาง อ.ส.ค. ระบุไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่เกษตรกรไทยมาตั้งแต่ปี 2505 โดย อ.ส.ค. ได้สานต่อการพัฒนาอาชีพนี้พร้อมร่วมส่งเสริมพัฒนาวงการโคนม และอุตสาหกรรมนมไทย มาอย่าง
“#ไม่เคยลืม” ทูลกระหม่อมฯ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 1 ปีถวายพระเพลิงฯ รัชกาลที่ 9 วันที่ 26 ต.ค. ในโอกาสครบรอบ 1 ปี พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพและข้อความในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ เป็นภาพแจกันดอกไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ วางอยู่เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยทรงโพสต์ข้อความว่า “ดอกไม้ให้พ่อ” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันครบรอบ 1 ปีถวายพระเพลิง 26 ตุลาคม 2561 #ไม่เคยลืม
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 2 ธันวาคม ที่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ พล.ต.ณัฐวัฒน์ อัคนิยุตร ที่ปรึกษา พล.พัฒนาที่ 1 พร้อมด้วยนายชัยอนันต์ พันธ์ภคไพโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานก่อสร้าง สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร นำทีมเจ้าหน้าที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร สำรวจพื้นที่ และเส้นทางใช้สอย เบื้องต้นบริเวณรอบพระเมรุมาศ รวมถึง เส้นทางในการจัดริ้วขบวนในพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายชัยอนันต์ กล่าวว่า กรมศิลปากรได้กำหนดจุดแกนกลางพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้ทำสัญลักษณ์สีแดงกำหนดจุดอ้างอิงเบื้องต้นเอาไว้ โดยด้านทิศตะวันตกของพระเมรุมาศ กำหนดตามแนววัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และทิศใต้ตรงกับแกนเจดีย์ทองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนหน้าพระเมรุมาศหันออกทางพระที่นั่งทรงธรรม ตามโบราณราชประเพณีในทิศตะวันตก ทั้งนี้ จะรายงานการสำรวจให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้รับทราบก่อนจะกำหนดฤกษ์บวงสร
นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท เปิดเผยถึงการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ว่า ในวันแรก 7 พฤศจิกายน 2559 ที่ไปรษณีย์ไทยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับบัตรภาพฯ เว็บไซต์ www.stamprama9.thailandpost.com ตั้งแต่เวลา 07.00 น. โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะต้องใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกรอกรายละเอียดชื่อ-นามสกุล ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง เพื่อไปรษณีย์ไทยจะได้นำส่งบัตรภาพฯตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และระบุหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อการแจ้งข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการลงทะเบียน 1 ท่าน ต่อบัตรภาพฯชุดพิเศษนี้ 1 ใบนั้น ซึ่งภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุระบบล่ม “จากการเก็บยอดลงทะเบียนพบว่า ถึงเวลาประมาณ 12.00 น. มีผู้แจ้งความจำนงเข้ามาแล้วกว่า 2.5 ล้านคน โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 หากมีการแจ้งความจำนงเข้ามามากกว่า 9,999,999 คน ไปรษณีย์ไทยจะพิจารณาดำเนินการสำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ทุกคน” นางสมรกล่าว ทั้งนี้ เว็บไซต์ที่ไปรษณีย์ไทย
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ย. 2559 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดตัวบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 อย่างเป็นทางการ พร้อมสาธิตการลงทะเบียนจองรับสิทธิ์ นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า เพื่อการเป็นการแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีต่อกิจการไปรษณีย์มาตลอด70ปีแห่งรัชสมัย ไปรษณีย์ไทยจึงได้จัดทำบัตรภาพผนึกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 จำนวน 9,999,999 ดวง เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้เก็บเป็นที่ระลึก โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแจ้งความจำนงในการขอรับผ่านช่องทางเว็บไซต์ที่ www.stamprama9.thailandpost.com ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ตั้งแต่เวลา 7.00 น. จนถึงก่อนเวลา 24.00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ขอสงวนสิทธิ์ในการลงทะเบียน 1 ท่าน ต่อการ์ดที่ระลึกชุดพิเศษนี้ 1 ใบ “เราเตรียมระบบไว้ให้ง่ายที่สุดในการกรอกข้อมูล โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกรอกรายละเอียดชื่อ-น
เปิดเหรียญ 1 บาท รัชกาลที่ 9 ที่แพงมากที่สุดของไทย เหรียญเดียวราคาเกือบครึ่งล้าน ประมูลในงานของเอื้อเสรี วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ จบที่ราคา 430,000 บาทไม่รวมภาษี ถ้ารวมด้วย จะต้องจ่าย ค่าตัวเหรียญนี้ ที่ราคา 476,010 บาท เหรียญหนึ่งบาท ปี 2493 ผลิตมาเพื่อเป็นเพียงตัวอย่างจำนวนเล็กน้อย ประวัติคือ หลงปะปนมากับเหรียญบาทปี 2500 จำนวน 2 อัน พบที่ ธนาคารออมสิน สาขาราชดำเนิน ปัจจุบันยังคงมีบันทึกพบแค่ 2 เหรียญนี้เท่านั้น แต่เชื่อว่าอาจจะยังมีอีก…แต่ใครล่ะจะเป็นผู้โชคดีที่ค้นพบเจอ ขอบคุณคลิปจาก Siamcoin
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก siamcoin.com ได้โพสต์เรื่องธนบัตรตัวอย่างหายากของรัชกาลที่๙ ว่า ก่อนที่จะพิมพ์ธนบัตร ทางโรงพิมพ์ผู้ผลิตจะต้อง นำแบบธนบัตรที่ได้ออกแบบไว้ ผลิตขึ้นมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้ คณะกรรมการ หรือ ผู้มีอำนาจตรวจสอบ ขั้นสุดท้ายก่อนการผลิตจริง ซึ่งธนบัตรตัวอย่างเหล่านี้ มีจำนวนน้อย และเป็นที่ต้องการของนักสะสมมาก ทำให้ราคาของธนบัตรตัวอย่าง มีราคาสูงมากถ้าเทียบกับธนบัตรที่พิมพ์ออกมาแบบ ปกติ ข้อสังเกตคือ ธนบัตรเหล่านี้ อาจจะไม่มีลายเซ็นต์ของรัฐมนตรี หรือ ผู้ว่าการธนาคาร แต่บางแบบก็มี ตัวเลขอาจจะมี หรือ ไม่มีก็ได้ จะพบว่ามี อักษรพิมพ์คาดทับ “Specimen” “ตัวอย่าง” หรือ คำอื่นๆ ที่มีความหมายแบบเดียวกัน ธนบัตรชุดนี้ มีการประมูลโดย Stacksbowers จบราคาที่ ราวๆ 125,000 บาท ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
