รัชกาลที่9
ศิลปินงานแก้ว เล่าความภูมิใจ เมื่อครั้งถวายงาน ทำโคมไฟประดับพระเมรุมาศ ร.9 เชื่อเหลือเกินว่า พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 9 นั้น ประชาชนคนไทยทุกคนคงไม่ใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเป็นเหตุการณ์ที่มิอาจหลีกเลี่ยง เหล่าบรรดาพสกนิกรน้อยใหญ่ จึงต่างขอปวารณาตัว หยิบจับงานทุกอย่างทำกันด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ เรื่องราวของ “ศิลปินงานแก้ว” วัย 48 ปี นับจากนี้ เป็นเพียงเสี้ยวตัวอย่างของคนไทย ที่มีโอกาสทุ่มเททั้งแรงกาย-แรงใจ เพื่อขอถวายงานแด่พระองค์ท่านให้สมพระยศพระเกียรติ….เป็นครั้งสุดท้าย คุณวัฒน ทิพย์วีรนันท์ เจ้าของเรื่องราวผู้นี้ เป็นทายาทรุ่นสองของกิจการรีไซเคิลเศษแก้ว แต่ด้วยความ มุมานะในงานที่ทำอยู่ตรงหน้า เขาจึงหาหนทางเพิ่มมูลค่าสินค้าในมือให้มีเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ซึ่งต้องใช้ความอุตสาหะและองค์ความรู้หลายด้านนานอยู่หลายปี กระทั่งสามารถผลิตออกมาเป็น “แกรนิตแก้ว” ที่ได้การยอมรับให้เป็นนวัตกรรมแห่งวงการก่อสร้าง ได้รับความสนใจจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ แต่เขาก็ไม่หยุดงานที่ตัวเองรักและถนัดไว้อยู่แค่นั้น ยังทยอยสร้างสรรค์งานศิลปะจากเศษแก้ว
ทูลกระหม่อมฯ โพสต์ IG รำลึก พระมหากรุณาธิคุณ พับดอกบัวถวาย ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ต.ค. พร้อมระบุข้อความว่า 13 ตุลาคม วันที่เราไม่มีพ่อแล้ว แต่เราก็ไม่ลืมเพราะ “ธ สถิตในดวงใจตราบชั่วนิรันดร์” พนมมือกราบด้วยใจรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พับดอกบัวถวายพ่อทุกวัน
ความทรงจำของท่านหญิง เมื่อครั้ง ฉายพระรูปรับปริญญา กับทูลกระหม่อมปู่ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงโพสต์รำลึกถึงความทรงจำ เมื่อครั้งฉายพระรูปรับปริญญา กับทูลกระหม่อมปู่ ที่หัวหิน “รูปภาพนี้คือภาพสุดท้ายที่จะโพส ก่อนชีวิตของเราจะต้องดำเนินต่อไป (ถ้าเจออีกจะลงให้นะ) แต่ตอนนี้ขอต้องทำงานก่อน… ภาพนี้คือความภาคภูมิใจและดีใจที่สุดในชีวิตคือ ได้ถ่ายรูป รับปริญญากับทูลหม่อมปู่และทูลกระหม่อมย่าที่หัวหิน โดยมีทูลกระหม่อมพ่ออยู่เคียงข้าง (ตรงข้างคนถ่ายภาพนี้) สั่งเกตมั๊ยว่าทรงท่านยิ้ม วันนั้นเราได้ยิ้ม แบบนี้กลับบ้านจากทั้ง 3 พระองค์แนะ ปู่ ย่า พ่อ ทุกอย่างที่เรียนมา เราตามท่านแนะนำหมด (แม้อาจจะบิดๆเบียวๆบ้างก็ตาม )” Posted by Administrative Team.
พื้นที่ดอยภูทับเบิก เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนดอยภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่างการปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี วัย 62 ปี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในหมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า “ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย โดยคุณอาเซ็ง เล่าว่า “ญาติที่สนิทกัน ป่วยเป็นหลายโรคมาก ทั้งเป็นม
เป็นที่ประจักษ์ชัดในหัวใจของคนไทย และคนทั่วโลกแล้วว่า พระมหากรุณาธิคุณอันเกิดจากความรักในพระราชหฤทัยของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” นั้น แผ่ขจรไปไกล และปกเกล้าปกกระหม่อมชาวไทยทุกคน มาตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ด้วย “ทศพิธราชธรรม” และนับเป็นเวลากว่า 70 ปี ที่ทุกวินาทีของคนไทย ได้รับความรัก ผ่านพระราชกรณียกิจของพระองค์ในทุกๆ ด้าน ทำให้ทุกหย่อมหญ้าของแผ่นดิน ต้นไม้เล็กๆ ของพสกนิกรได้งอกเงยขึ้นทั่วไทย เช่นเดียวกับพระราชกรณียกิจด้าน “การศึกษา” ที่ปรากฏเด่นชัดในพระบรมราโชวาทหลายต่อหลายครั้ง สะท้อนถึงความรักที่อยากให้อนาคตของไทยเติบโตขึ้นอย่างงดงาม ในเรื่องแนวพระราชดำริด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้เปิดเผยไว้ในปาฐกถาเฉลิมพระเกียรติเรื่อง “แนวพระราชดำริด้านการศึกษากับอนาคตประเทศไทย” ณ ห้องประชุม สำนักพระราชวังเมื่อเดือนกันยายน 2559 ไว้ส่วนหนึ่ง นพ.เกษมเริ่มต้นเล่าพระราชดำริเรื่องการศึกษานี้ด้วยการยก พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระรา
เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้เดินทางไปยังหน้าพระบรมมหาราชวัง ก็พบว่า ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก แต่เหล่าพสกนิกรก็ยังหลั่งไหลรอเข้าลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ กันอย่างเนืองแน่นไม่ถดถอยท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ไม่เว้นแม่แต่บรรดาอาสาสมัครต่างก็มาด้วยความจงรักภักดีด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ค China Xinhua News ได้รายงานข่าว การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยระบุว่า เป็นข่าวที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนชาวไทยนั้นเทิดทูนพระองค์ให้เป็น “พ่อหลวง” เป็นศูนย์รวมใจของชาวไทย และเป็นดั่งดวงใจของแผ่นดิน ซึ่งคำกล่าวเหล่านี้ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เนื่องจากพระองค์ทรงมอบความรัก ความเมตตา และคำสอนให้แก่ประชาชนชาวไทยตลอดมา ทั้งยังมีคำกล่าวหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยว่า “พระองค์ทรงเป็นพ่อหลวงที่ทรงงานหนักเพื่อลูกๆ ชาวไทยทุกคน” แต่รู้หรือไม่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ พระมหากษัตริย์อันดับที่ 9 ของราชวงศ์จักรี ยังทรงมีพระนามในภาษาจีนอีกว่า “เจิ้งกู้” (郑固) ซึ่ง “แซ่เจิ้ง” (หรือแซ่แต้ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) นี้เป็นแซ่ประจำราชวงศ์จักรี โดยมีที่มาจากการจิ้มก้อง (进贡) หรือการส่งเครื่องราชบรรณาการให้จีนตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช โดยการจิ้มก้องในราชวงศ์จักรีนั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่1) ที่ทรงส่งเครื่องราชบรรณาการให้จีนในสมัยจักรพ
นายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ส่งสาส์นแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ทั้งในฐานะตัวแทนของของประชาชนชาวจีน รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและในฐานะส่วนบุคคล ในข้อความของนายกรัฐมนตรีจีนระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯทรงห่วงใยพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อความผาสุกของพสกนิกร ทรงเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของคนไทยทั้งชาติ การสูญเสียในครั้งนี้จึงนับเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงทรงทุ่มเทพระวรกายในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างไทยกับจีน และทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากิจการด้านความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างที่ยากจะหาใครเสมอเหมือนได้ เขากล่าวว่า จีนทะนุถนอมมิตรภาพจีน-ไทยที่มีต่อกันมาช้านานมาโดยตลอด และจีนพร้อมที่จะร่วมกันกับไทยในการสืบทอดมิตรภาพนี้ให้ลึกซึ้ง ครอบคลุมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นสืบไป ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
