รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ไม่ใช่เกษตรกรก็ควรรู้! ราชกิจจาฯ บังคับใช้กฎหมายประกอบการเกษตร เลี้ยงสัตว์กี่ชนิด ปลูกพืชอะไรบ้าง ถึงจะได้รับสิทธิทางภาษี ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 37 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 2 การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้หมายถึง การใช้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามความหมายของคำว่า “ประกอบการเกษตร” ในระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม แต่ไม่รวมถึงการทำการประมงและการทอผ้า การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมนั้นด้วย ทั้งน
ประกาศ! เลื่อน ‘เกณฑ์ทหาร’ ออกไป 3 เดือน เสี่ยงโควิด-19 กองการสัสดี #ประกาศ เลื่อนกำหนดการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการ ไปเป็นระหว่างเดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม 2563 ตามที่ กองทัพบกได้กำหนดให้มีการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการประจำปี ๒๕๖๓ ในระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เว้นวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น เนื่องจากปัจจุบันเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด 19 ในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุม ป้องกัน และลดความเสี่ยง ของทหารกองเกินและประชาชน ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว กระทรวงกลาโหมจึงได้เลื่อนกำหนดการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการ ประจำปี ๒๕๖๓ จากเดิมออกไปเป็นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงส
“อุตตม” กักตัวเอง 14 วัน หลัง ตำรวจติดตามป่วยโควิด-19 วันที่ 18 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนายตำรวจยศ พ.ต.ต. นายหนึ่งซึ่งเป็นนายตำรวจติดตามนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19 นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยนายตำรวจคนดังกล่าวมีอาการเป็นไข้แล้วได้ไปตรวจ และมีความเสี่ยงติดเชื้อ หลังจากที่ไปสังสรรค์ที่ย่านทองหล่อ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกลุ่มบุคคลติดเชื้อถึง 14 รายหลังจากพาเพื่อนชาวฮ่องกงมาเลี้ยงสังสรรค์ นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนเพิ่งทราบว่าตำรวจในรถนำนายอุตตมได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ตำรวจคนดังกล่าวมาทำงานเมื่อวันพุธที่ 11 มี.ค. วันเดียวแล้วหยุดไป เพิ่งทราบตอนหลังว่าได้รับเชื้อจึงได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนทางด้านนายอุตตมก็เพิ่งทราบจึงได้ไปตรวจ อยู่ระหว่างการรอผล และได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที 14 วัน โดยจะทำงานที่บ้านผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นอกจากนี้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ยังได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข โดยได้ประสานงานไปยังกระทรว
บสย. ต่อลมหายใจ SMEs ไทย “ต่อเติม เสริมทุน” ช่วยค้ำประกันสินเชื่อ 6 หมื่นล้าน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ 18 สถาบันการเงิน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานลงนาม ย้ำมั่นใจ มาตรการดี มัดใจ SMEs ช่วยได้จริง ต่อลมหายใจ คนใกล้ล้ม คาดมีผู้ประกอบการ SMEs จ่อคิวร่วมโครงการทะลุ 1 หมื่นราย ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลกและประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท สงครามการค้า ย่อมจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ SMEs ไทยอย่างแน่นอน แต่ในวันนี้ รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือ SMEs ให้มีสภาพคล่อง โดยมีความร่วมมือที่เข้มแข็ง จากผู้นำระดับสูงของ 18 ธนาคาร ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ตอกย้ำการแสดงเจตจำนงในขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งทุน โดยใช้เครื่องมือของรัฐเป็นกลไกสำคัญ โดยจัดสรรวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 60,000 ล้านบาท ฟรีค
ซินเจนทา ตอกย้ำการเป็นบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร กับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นระดับประเทศ นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลแห่งเกียรติยศของอุตสาหกรรมไทยให้แก่ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด โรงงานบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะอุตสาหกรรมดีเด่นแห่งปี พ.ศ. 2562 ประเภทการเพิ่มผลผลิต ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบรางวัลแห่งเกียรติยศสูงสุด อุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2562 (Prime Minister’s Award 2019) ประเภทการเพิ่มผลผลิต ให้แก่ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด โดยมี มร. เกรกอรี่ ดีทัว ผู้อำนวยการสายการผลิต ประจำภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก เป็นผู้ขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ด้านนายจารีต เจริญสุข ผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา โรงงานผลิตบางปู จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า “บริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติและมีความภูมิใจที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของรัฐบาลที่มอบให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความคิดริเริ่ม และมีความวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ความมุ่งมั่นพั
