ราคาดี
ราคาดี สร้างรายได้พอใจ “จิ้งโกร่ง” เลี้ยงไม่ยาก ขายได้ทั้งสด แห้ง แปรรูป ช่วงการทำโครงการในปีแรก ชาวบ้านในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านแม่ตาด อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ยังคลุมเครือ และยังไม่เข้าใจว่า “จิ้งโกร่ง” จะทำให้เกิดรายได้เป็นกอบเป็นกำอย่างไร เพราะเป็นของใหม่ ชาวบ้านไม่คุ้น จึงไม่กล้าลงแรง และสละเวลาเข้ามาร่วมโครงการ แม้ คุณสิริพล เพ็งโฉม ผู้รับผิดชอบโครงการ จะบอกว่า ทุกขั้นตอนทางโครงการมีงบประมาณสนับสนุนในการเริ่มต้น มีการอบรมให้ความรู้ในด้านวิธีการเลี้ยง พร้อมกับแสดงตัวเลขรายได้จากการขายจิ้งโกร่ง ตัวโตเต็มวัยให้ดูว่านี่เป็น Trend ของโปรตีนในโลกยุคใหม่ แต่ชาวบ้านกลุ่มเป้าหมายบางส่วนก็ยังคงลังเล จากที่ต้องการหาอาชีพเสริมให้ชาวบ้านกลุ่มคนด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ และคนพิการ มีรายได้ในภาวะวิกฤตโรคระบาด จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในบางประเด็นเพื่อ “พิสูจน์” ให้ชาวบ้านเห็นว่า ขั้นตอนการเลี้ยงจิ้งโกร่งไม่ยาก ลงทุนทำกล่องหรือกรงเลี้ยงรอบเดียว จากนั้นดูแลตามวิธีการ เช่น ให้น้ำ ให้อาหาร ดูการเจริญเติบโต และเก็บขาย “นี่อาจเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่เราได้พบ เพราะชาวบ้านถูกหน่วยงานมาชวนให้ทำ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรชวนปลูกมะขามเปรี้ยวกำไรงาม 2.3 พันบาท/ไร่ แนะสินค้าทางเลือกทดแทนการปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม มะขามเปรี้ยวกำไรงาม – น.ส.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์เศรษฐกิจสินค้าเกษตรพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ตามโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri – Map) พบว่า ปีเพาะปลูก 2560/61 จังหวัดหนองบัวลำภู มีพื้นที่ปลูกข้าวจำนวน 647,685 ไร่ โดยเป็นพื้นที่เหมาะสมมาก (S1) จำนวน 2,436 ไร่ เหมาะสมปานกลาง (S2) จำนวน 356,239 ไร่ และพื้นที่เหมาะสมน้อย (S3) จำนวน 125,084 ไร่ และไม่เหมาะสม (N) จำนวน 163,926 ไร่ สำหรับต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) จังหวัดหนองบัวลำภู พบว่า เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 4,469 บาท/ไร่ ขาดทุนสุทธิเฉลี่ย 1,004 บาท/ไร่ และจากการวิเคราะห์การผลิตสินค้าเกษตรทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการผลิตข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม พบว่า มะขามเปรี้ยวเป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรทางเลือกที่น่าสนใจ พันธุ์ที่เป็นที่นิยมปลูก คือ มะขามเปรี้ยวพันธุ์ฝักยักษ์ หรือ มะขามเปรี้ยวยักษ์
หากินยาก! คนน่านแห่เก็บแมงมัน หลังฝนตกหนัก ขายได้ราคาดี กิโลกรัมละ 2,000 บาท (คลิป) วันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.น่าน หลังมีฝนตกหนัก ช่วงเข้าฝนแรกของฤดูกาล ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา มีประชาชนถือไฟฉายและขวดน้ำพลาสติกหรือกระป๋อง นั่งรอคอยเก็บ “แมงมัน” ที่จะออกมาเล่นแสงไฟตามเสาไฟฟ้าริมถนน ทำให้เมื่อคืนนี้ตามเสาไฟฟ้าของถนนหลายสายในจ.น่านคึกคัก ซึ่งแมงมันที่ออกมาเล่นแสงไฟตามเสาไฟฟ้านั้น จะมีทั้งแมงมันดำและแมงมันแดง แมงมันดำจะเป็นตัวเมีย ตัวสีดำปีกดำ ตัวใหญ่ มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว ส่วนแมงมันแดง ตัวจะเป็นสีแดงส้ม เป็นตัวผู้ มีความยาวประมาณ ครึ่งนิ้ว จากการสอบถามชาวบ้านที่ออกมาจับจองพื้นที่ตามเสาไฟฟ้าเพื่อรอจับแมงมัน หลายคนบอกว่า เก็บเพื่อนำกลับไปรับประทานเอง เนื่องจากแมงมัน มีราคาแพง ถึงราคาขีดละ 200 บาท หรือ กิโลกรัมละ 2,000 บาท เลยทีเดียว ซึ่งช่วงนี้ แมงมันออกใหม่ ทำให้มีราคาแพง จึงเก็บไปเพื่อรับประทานเอง แต่ก็มีบางส่วนที่มาเก็บแมงมันเพื่อไปขายเพราะราคาดีและมีคนนิยมหาซื้อไปรับประทาน โดยส่วนใหญ่แล้ว จะนิยมรับประทาน แมงมันดำ มากกว่า แมงมันแดง เนื่องจากแมงมันดำ มีรสชาติ ที่มัน กรอบ อร่
อ้อย เป็นอีกพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรไทยหลายพื้นที่นิยมปลูก ขั้นตอนการดูแลไม่มีอะไรยุ่งยากในช่วงที่รอผลผลิตเจริญเติบโต แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการเก็บเกี่ยวบ้างในระยะหลังมานี้ เพราะขาดแคลนแรงงานในการตัดอ้อยส่งขายให้กับโรงงาน ทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวรวมกลุ่มทำเป็นอ้อยแปลงใหญ่ เพื่อให้สมาชิกภายในกลุ่มได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องของแรงงานและการแก้ปัญหาต่างๆ ส่งผลให้ชาวไร่อ้อยเกิดความเข้มแข็งส่งต่อเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปยังลูกหลาน คุณวีนัด สำราญวงศ์ เกษตรกรไร่อ้อย อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ที่ 13 ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ยึดอาชีพทำไร่อ้อยเป็นงานหลักสร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดยลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้ตออ้อยเดิมมาเป็น 10 กว่าปี พร้อมทั้งเน้นตัดอ้อยแบบต้นสดจำหน่าย ทำให้ใบอ้อยที่เหลือจากการตัดนำมาเป็นปุ๋ยอยู่ภายในแปลง สามารถลดต้นทุนการผลิตจำหน่ายอ้อยได้ผลกำไรงามทีเดียว คุณวีนัด สำราญวงศ์ คุณวีนัด เล่าให้ฟังว่า กว่าที่จะมาเป็นเกษตรกรไร่อ้อยเหมือนเช่นทุกวันนี้ ในสมัยก่อนได้ไปเป็นลูกจ้างใช้แรงงานอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาถึง 10 ปี เมื่อมีโอกาสกลับมาอยู่ประเทศไทยก็ได้มีครอบครัว ซ
“สตรอว์เบอร์รี่ปลอดสาร” ผลผลิตจากไร่ธารตาดหมอก คู่แข่งน้อย ราคาดี จากช่วงปลายปีที่ผ่านมา ฤดูกาลเปลี่ยนจากร้อน ฝน ไปเป็นหนาว อากาศที่ถูกอกถูกใจคนไทยเป็นที่สุด และแน่นอนว่า หน้าหนาวช่วงสิ้นปีเปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่แบบนี้ สินค้าขายดีตามฤดูกาล แถมกำลังจะเป็นสินค้าสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงอากาศเย็นสบาย ก็คือ พืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้สีสวย ดอกไม้หลากสี แถมด้วยผลไม้ยอดนิยมอย่างสตรอว์เบอร์รี่ อาชีพอย่างหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น ก็คือ การปลูกสตรอว์เบอร์รี่ที่เป็นผลไม้ประจำหน้าหนาว หรือทำสวนสตรอว์เบอร์รี่ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวแบบนี้ พื้นที่ทำเลทอง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดทางเหนือ หรือจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย เขาใหญ่ เป็นต้น ได้มีโอกาสเยี่ยมชม “ไร่ธารตาดหมอก” ของ คุณส้ม-วิภาวริศ เกตุปมา ที่บ้านปางไฮ ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคุณส้ม เกริ่นให้ฟังว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะครอบครัวชอบทานสตรอว์เบอร์รี่ และรู้ว่าซื้อทานเองไม่ค่อยจะปลอดภัยนัก เพราะผลไม้ชนิดนี้มีการใช้สารเคมีจำนวนมาก ก็เลยตัดสินใจปลูกไว้ทานเอง แต่
ชาวนาบางบาล หันปลูกข้าวนาปรังปลอดสาร ราคาดี มั่นใจปลดหนี้ได้ เมื่อเร็วๆนี้ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดสำนักงานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และคณะกรรมการบอร์ดฯ เดินทางไปยัง ชุมชนบางชะนี ต.บางชะนี อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจเยี่ยมรับฟังความก้าวหน้า หลังจากที่ สกว.ได้ลงมาเป็น “พี่เลี้ยง” สนับสนุนองค์ความรู้ตลอดจนพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกรในพื้นที่ นางเรณู กสิกุล ประธานสภาองกรค์ชุมชนบางชะนี กล่าวว่า เกิดและเติบโตในพื้นที่ ต.บางชะนี ทุกฤดูน้ำหลาก บางบาลซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่ม เกิดน้ำท่วมทุกปี แต่เป็นการท่วมตามฤดูกาล ชาวบ้านตั้งรับได้ ปีไหนน้ำมากนานๆ นาจะเสียหายหนัก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่านาล่ม จนเมื่อปี 2514 กรมชลประทานมาตัดถนนผ่าน เพื่อกั้นน้ำไม่ให้เข้าทุ่งบางบาล ทำให้การทำนาเป็นไปอย่างราบรื่น กระทั่งปี 2538 เกิดน้ำท่วมใหญ่ คันกั้นน้ำหักหลายที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ ไร่นาเสียหายเป็นจำนวนมาก และมาปี 2545 เกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้ง สร้างความเสียหายไม่แพ้กัน การแก้ไขส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องการเสริมคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะถนนให้สูงขึ้น และที่เสียหายหนักมาก ค
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ของเกษตรกรในการขายผลผลิตทางการเกษตร ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และดูแลค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน พาณิชย์ภาค และพาณิชย์จังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และเป็นที่น่ายินดีว่า ในปีนี้ราคาสินค้าเกษตรหลายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี อาทิ ยางพารา มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน กาแฟ และหอมแดง เป็นต้น สถานการณ์สินค้าหอมแดงในฤดูการผลิตปี 2559/60 มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 50,900 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 4.5 มีผลผลิตกว่า 100,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 12.4 เนื่องจากราคาหอมแดงที่เกษตรกรขายได้ในช่วงปี 2559 มีราคาสูงกว่าปีก่อนประมาณร้อยละ 36 ซึ่งหอมแดงปลูกมากใน จ.ศรีสะเกษ เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา เพชรบูรณ์ เป็นต้น โดยจ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่ปลูกหอมแดงประมาณ 29,400 ไร่ ปีนี้ได้ผลผลิตค่อนข้างสูง เนื่องจากภูมิอากาศเอื้ออำนวย ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตและนำออกสู่ตลาดเกือบทั้งจำนวน ยกเว้นเก็บไว้ทำพันธุ์ในฤดูการผ
กล้วยน้ำว้าจัดเป็นกล้วยพื้นเมืองที่พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย โดยนิยมปลูกเพื่อรับประทานผลสุก ส่วนผลดิบจะนำมาแปรรูป และส่วนต่างๆนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะใบตองจะห่ออาหาร ปลีกล้วยและหยวกกล้วย ยังนำมาปรุงเป็นอาหารได้อีกด้วย คุณอิทธิกร จันทร์น้อย หรือคุณนุ เจ้าของสวนกล้วยน้ำว้าพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บอกว่า เหตุที่มาสนใจปลูกกล้วยเนื่องจาก มองว่า กล้วยน้ำว้า คือวัฒนธรรมของคนไทย ตั้งแต่เกิดจนตาย มีกล้วยน้ำว้าเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา และที่สำคัญกล้วยน้ำว้าปลูกไม่ยาก ถ้ารู้วิธีจัดการ แถมปลูกครั้งหนึ่ง เก็บเกี่ยวได้ 4-5 ปี และเหตุที่เลือก กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์ ปากช่อง 50 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการวิจัย มาจากสถานีวิจัยปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน คือมีความโดดเด่นในเรื่องการให้ผลผลิต จำนวนหวีมากกว่า และผลใหญ่กว่า สายพันธุ์อื่น การปลูกกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 สิ่งที่ต้องใส่ใจคือ การดูแลรักษา เนื่องจากกล้วยเป็นไม้ผลที่ตอบสนอง กับสภาพอากาศ ดิน และปุ๋ยเป็นอย่างมาก หากการดูแลรักษาไม่ดี ขาดน้ำ ขาดปุ๋ย หรือสภาพพื้นที่แห้งแล้งเกินไป ผลผลิตก็จะลดลง “จริงๆ กล้วยน้ำว้าพันธุ
มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ เนื้อผลมีเนื้อนุ่มหนา น้ำข้นเหนียวเป็นวุ้น หากกินในช่วงที่พอเหมาะจะรสชาติดี เดิมทีมีความเข้าใจว่า กินมะพร้าวกะทิเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบัน พิสูจน์แล้ว ไม่มีผลแต่อย่างใด หากพบว่า มะพร้าวต้นไหนเป็นกะทิ มักจะพบในระยะต่อมา มะพร้าวต้นหนึ่งมี 12 ทะลาย ต่อปี อาจจะพบกะทิในทะลายที่ 2 ทะลายที่ 5 แต่ละทะลายอาจจะพบ 1-2 ผล ในทางวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร วิจัยให้ได้มะพร้าวกะทิ 18-20 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง หากปลูกพันธุ์กะทิของศูนย์วิจัยฯ ลงดินไป เมื่อให้ผลผลิต 100 ผล ต่อต้น ต่อปี จะมีกะทิ 18-20 ผล ในทางปฏิบัติ เกษตรกรจะขายผลแห้ง 80 ผล เป็นมะพร้าวขูดน้ำกะทิ (มะพร้าวแกง) ผลละ 7 บาท เป็นเงิน 560 บาท ส่วนผลกะทิ ขายผลละ 40 บาท เป็นเงิน 800 บาท ดังนั้น เกษตรกรจะมีรายได้ 1,360 บาท ต่อต้น ต่อปี ในสภาพความเป็นจริง ผลผลิตอาจจะน้อยกว่า 100 ผล หรือมากกว่า 100 ผล ต่อต้น ต่อปี ก็ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ ทองยงค์ ปลูกมะพร้าวอยู่อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พื้นที่ 100 ไร่ เป็นมะพร้าวน้ำหอม รบ.1, รบ. 2, รบ.3 อย่างอื่นมีมะแพร้ว, มะพร้าวพันธุ์กะทิ จากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และ
