ราคาถูก
ช้อปปิ้งยุคใหม่ เลิกเห่อของถูก! ช้อปแบบมีสติ ยอมจ่ายเพิ่ม เพื่อเน้นความคุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานระยะยาว ในยุคปัจจุบัน เวลาที่จะใช้จ่ายซื้อของ สิ่งที่ชาวอเมริกันต้องการมากที่สุดคือ ความคุ้มค่า ซึ่งคำว่า “คุ้มค่า” ในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าแค่ “ราคาถูก” เสมอไป โดยสินค้าและบริการนั้น มีราคาที่พุ่งสูงขึ้นมาสักพักแล้ว เนื่องจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และในขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ทำให้ผู้ซื้อเสียเงินมากขึ้นในการกู้ยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต เพื่อซื้อของหรือชำระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น บิลรายเดือน เป็นต้น แม้ว่าผู้บริโภคจะเผชิญกับแรงกดดันเหล่านี้ พวกเขาก็ยังคงต้องจับจ่ายใช้สอย และมองหาโปรโมชัน ทำให้ Walmart (วอลมาร์ต) ที่เป็นบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลก มีการจัดโปรโมชันสินค้าลดราคาเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก ทำให้ลูกค้าแห่กันไปซื้อเพื่อคว้าดีลสุดคุ้มกับสินค้าอุปโภคบริโภค และของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แชมพู ยาสีฟัน กระดาษชำระ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 3.8% ในไตรมาสนี้ ควบคู่ไปนั้น ผู้คนยังมองหาดีลในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสวนทางกับที่คิดไว้ ร้านค้าหลา
ขายยังไงให้มีกำไร “ข้าวมันไก่ – ข้าวกล่อง 10 บาท” อาหารทานง่าย ขวัญใจคนงบน้อย อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าบางราย ปรับตัวโดยการขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้ร้านอยู่รอดได้ ผิดกับมุมมองและแนวคิดเจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” ซึ่ง คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 33 ปี กลับมองว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” ขายข้าวมันไก่ 10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน คุณนก ขยายความให้ฟังเพิ่มเติมว่า ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่
