ราคาผัก
กลับสู่สภาวะปกติ ผักหลายชนิด ราคาถูกลง เพียงพอต่อความต้องการ วันที่ 2 พ.ย. 2565 นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากช่วงที่ก่อนหน้านี้มีฝนตก น้ำท่วมขังในพื้นที่แหล่งผลิตผักหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะในภาคกลาง กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะสินค้าผัก และขณะนี้หลายพื้นที่น้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อวานนี้ (1 พ.ย. 2565) จึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผัก ณ ตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นตลาดขายส่งผักขนาดใหญ่ พบว่า สินค้าผักส่วนใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวสูงขึ้น ราคาได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และหลายตัวราคาปรับลดลง เนื่องจากผลผลิตในช่วงฤดูหนาวมีการเจริญเติบโตดี ส่งให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น เช่น ขึ้นฉ่าย เดิมราคา 100-120 บาท ลดลงเหลือ 30-40 บาทต่อกก. ผักชี เดิมราคา 100-150 บาท ลดลงเหลือ 50-60 บาทต่อกก. ถั่วฝักยาว เดิมราคา 60-70 บาท ลดลงเหลือ 45-50 บาทต่อกก. ผักกาดหอม เดิมราคา 80-100 บาท ลดลงเหลือ 30-35 บาทต่อกก. เป็นต้น และมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้
ติดตามสถานการณ์ผัก ช่วงน้ำท่วม คาด 1-2 สัปดาห์ ราคาผัก จะปรับลดลง วันที่ 19 ตุลาคม 2565 นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในช่วงที่ก่อนหน้านี้มีฝนตก มีน้ำท่วมขังในพื้นที่แหล่งผลิต หลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะภาคกลาง กรมการค้าภายใน จึงติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะสินค้าผัก วันนี้ (18 ตุลาคม 2565) จึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผัก ณ ตลาดไท จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นตลาดขายส่งผักขนาดใหญ่ พบว่า สินค้าผักสดและผักใบ ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายบางส่วน เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ตามปกติ ส่งผลให้ราคาขยับสูงขึ้นเล็กน้อยจากช่วงที่ผ่านมา ส่วนสินค้าที่มีแหล่งผลิตจากภาคเหนือ ขณะนี้อากาศเริ่มดีขึ้น ราคาก็เริ่มขยับตัวลดลง เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ส่วนผักที่มีราคาปรับขึ้น เช่น ผักชี ต้นหอม คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ราคาจะปรับลดลง เพราะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายน้ำท่วม เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้ตามปกติ และปลูกทดแทนขึ้นมาใหม่ โดยใช้เวลาไม่นาน ซึ่ง 1-2 สัปดาห์ ก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ หากราคาผักยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางกรมการค้าภายใน เตรียมพร้อมที่
วันที่ 29 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศใกล้เทศกาลกิเจ ประจำปี พบว่า บรรยากาศการค้าขาย ไม่เพียงร้านจำหน่ายอาหารเจตามพื้นที่ต่างๆ ที่คึกคัก แต่ยังมีพื้นที่การเกษตรริมโขง ในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ที่ชาวบ้านทำอาชีพปลูกผักตลอดแนว ริมแม่น้ำโขงขาย สร้างรายได้ มีเนื้อที่นับ 10,000 ไร่ โดยในปีนี้โชคดีของชาวบ้าน ที่ระดับน้ำโขงลดเร็ว ทำให้ชาวบ้านได้เริ่มปรับพื้นที่ปลูกผักตั้งแต่ต้นปี สามารถเก็บผลผลิตได้เร็วขึ้นไปถึงช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะในช่วงนี้ใกล้เทศกาลตรุษจีน ได้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วภาคอีสาน มาสั่งซื้อพืชผักสวนครัว เพื่อไปจำหน่ายในช่วงเทศกาลกินเจ ทำให้ราคาพืชผัก สวนครัวเริ่มปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง ประมาณ 30 -40 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลดีต่อเกษตรกรในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง มีเงินหมุนเวียนสะพัด บวกกับในช่วงนี้เกิดปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ ทำให้พืชผักได้รับความเสียหายจนขาดตลาด ทำให้หันมาสั่งในพื้นที่ จ.นครพนม เพิ่มขึ้น ทำให้ตามตลาดสดต่างๆ มีการสั่งออเดอร์พืชผัก สวนครัว เข้ามาจำหน่ายกันคึกคัก จากการสอบถามเกษตรกร ระบุว่า สำหรับพื้นที่ริมฝั่งแม่น้
วันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานราคาผักสดและเครื่องปรุงชนิดต่างๆภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก่อนจะเริ่มเทศกาลกินเจประจำปี 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม นี้ ทำให้บรรดาคนไทยเชื้อสายจีนและประชาชนที่ต้องการทำบุญโดยการละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ หันมาบริโภคผักแทน ส่งผลให้บรรดาราคาผักและเครื่องปรุงต่างๆได้มีการปรับราคาที่สูงขึ้น อาทิ โปรตีน เต้าหู้ เครื่องปรุงรส ก็ได้มีการปรับอย่างละ 15-20 บาท ส่วนราคาผัก ก็ได้เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น 5-10 บาท เช่นผัก ผักคะน้า กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , กะหล่ำปี กิโลกรัมละ 20 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 25 บาท , ผักบุ้ง กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 20 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 30 บาท , และมอคเคอลี่ จากเดิม 60 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 75 บาท เป็นต้น ซึ่งจากการสอบถามแม่ค้าขายผักภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ทราบว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาผักมีการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องในหลายพื้นที่ได้ประสบปัญหาผักเจริญเติบโตไม่ทัน อีกทั้งผักบางชนิดก็เกิดการเน่าเสีย หลังจากในหลายพื้นที่มีสภาพอาการแปรปรวนม
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาผัก และปริมาณผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาด คาดว่าปริมาณผักในช่วงเทศกาลกินเจที่กำลังจะมาถึง (วันที่ 1 – 9 ตุลาคม 2559) จะมีปริมาณเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ราคาผักอาจจะยังคงอยู่ในระดับสูงตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดในแต่ละวันและความต้องการที่สูงขึ้น ขอให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ “ฉลาดซื้อ ประหยัดใช้” เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของตนเอง และหากพบเห็นหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ แจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ในช่วงใกล้เทศกาลกินเจ ในปี 2559 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมีความต้องการบริโภคพืชผักเพิ่มสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาผัก พบว่าผักใบตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน 2559 เป็นต้นมา ราคาผักบางชนิดได้ปรับตัวลดลง ร้อยละ 8 – 26 โดยเฉพาะผักใบ (ผักกาดหอม คะน้า ผักชี ต้นหอม และขึ้นฉ่าย) เนื่องจากมีฝนตกในแหล่งผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ปริมาณผลผลิตจึงออกสู่ตลา
“อภิรดี” สั่งกรมการค้าภายในจับตาราคาผักแพงรับเทศกาลกินเจ เตรียมจัดหามาตรการเชื่อมโยงตลาดทั่วประเทศ มั่นใจมีปริมาณเพียงพอ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาผัก และปริมาณผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงเทศกาลกินเจที่กำลังจะมาถึง ระหว่างวันที่ 1 – 9 ตุลาคม 2559 เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ราคาผักอาจจะยังคงอยู่ในระดับสูงตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดในแต่ละวันและความต้องการที่สูงขึ้น “ขอให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ ฉลาดซื้อ ประหยัดใช้ โดยเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อรักษาประโยชน์ของตนเอง และหากพบเห็นหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ แจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ” ทั้งนี้ กรมการค้าภายในรายงานว่า สถานการณ์ราคาผักผักใบ เช่น ผักกาดหอม คะน้า ผักชี ต้นหอม และขึ้นฉ่าย ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน 2559 เป็นต้นมา ได้ปรับตัวลดลง 8 – 26% เนื่องจากมีฝนตกในแหล่งผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ปริมาณผลผลิตจึงออกสู่ตลาด
