ราชบุรี
“ความตั้งใจจริงๆ ของลุง ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์ เราอายุขนาดนี้ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ ถือว่ามันประสบความสำเร็จแล้ว” คำบอกเล่าของ คุณเสาว์ชัย เหลืองชูฤทธิ์ หรือ ลุงใหญ่ วัย 70 ปี เจ้าของร้าน sao.home.matcha ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ใน จ.ราชบุรี อาชีพเดิมของลุงใหญ่คือการค้าขายรองเท้ามานานเกือบ 20 ปี แต่ได้เลิกกิจการไปในช่วงหลังโควิด ทำให้เขามีเวลาว่าง ประกอบกับมีพื้นที่หน้าบ้าน จึงได้ปรับเป็นมุมให้พรรคพวก กลุ่มแอโรบิกกับโยคะ ที่ตนเองและภรรยา (ป้าไก่-วชิราวลัย เหลืองชูฤทธิ์ วัย 68 ปี) เป็นครูสอนมานาน 30 ปี ได้มานั่งสังสรรค์กัน โดยมีชา กาแฟ และขนมมาเลี้ยง แบบไม่ได้ทำเป็นการค้ามานาน 2 ปี “ความตั้งใจจริงๆ ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์กัน เพราะลุงกับป้าอยู่กันแค่ 2 คน แล้วไม่ชอบเที่ยว ลูกก็บอกว่า ถ้าพ่อแม่ไม่ชอบเที่ยวก็เอาบ้านนี่แหละมาสร้างความสุข ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถ และความสุขที่ได้มันก็คุ้มค่า ตอนหลังพรรคพวก ลูกศิษย์เห็นใจ ครูก็เปิดขายไปเลยสิ ในเมื่อพ
นอกจากทุเรียนที่ครองตำแหน่งผลไม้เศรษฐกิจอันดับ 1 ของไทยแล้ว คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า “มะพร้าวน้ำหอม” คือผลไม้ที่สร้างรายได้มหาศาลเป็นอันดับ 2 ให้กับประเทศ ด้วยรสชาติหอมหวานชื่นใจอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของ NC coconut บริษัทส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สร้างรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ผ่านเรื่องราวของ คุณหนุ่ย-ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ผู้ก่อตั้งบริษัท เอ็นซี โค่โค่นัท จำกัด ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ เคล็ดลับ และมุมมองในการปั้นมะพร้าวน้ำหอมให้กลายเป็นขุมทรัพย์ของเกษตรกรไทย รากฐานจากผืนดินราชบุรี สู่ราชามะพร้าวไทย ธุรกิจ NC coconut เริ่มต้นจากใจรักและความภาคภูมิใจในผืนดินบ้านเกิดราชบุรี คุณหนุ่ยปลุกปั้นสวนมะพร้าวน้ำหอมบนพื้นที่ 30 ไร่ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของ “มะพร้าวน้ำหอมดำเนิน” หรือ “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” สายพันธุ์เอกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชามะพร้าวน้ำหอมไทย” ด้วยกลิ่นหอมนุ่มนวลและรสหวานธรรมชาติที่เหนือกว่าใคร ปัจจัยสำคัญคือดินปากแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์และอุณหภูมิที่เหมาะสมขอ
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียน “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ของไทย เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรป หลังไทยยื่นคำขอไว้เมื่อปี 2566 ด้วยเล็งเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทย ทั้งในด้านการป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า การยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้า และการขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย อันก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จากการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุ
การได้ไปซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติ ฟังเสียงธารน้ำไหล ฝูงนกโผบิน เมื่อตกช่วงค่ำคืน นอนฟังเสียงร้องของแมลงที่ดังระงมมาจากในป่า เป็นอะไรที่ผ่อนคลาย และอยู่ในตัวเลือกของคนกรุงที่อยากจะใช้ชีวิตในวันหยุดไปกับอะไรแบบนั้น “The Scenery Vintage Farm” ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี คือหนึ่งในจุดหมายที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ที่พักแห่งนี้ยืนหยัดมานานกว่า 20 ปี ด้วยเสน่ห์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปเยือนและพูดคุยกับ คุณดวงกมล ชุติมันต์ กรรมการบริหาร The Scenery Vintage Farm เธอได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางอันน่าประทับใจ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีก่อน จนถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบัน จุดเปลี่ยนจากความล้มเหลวสู่ความสำเร็จ คุณดวงกมล เล่าว่า ย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สวนผึ้งยังคงเป็นเพียงป่าที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเช่นทุกวันนี้ เธอมีความฝันอยากเป็นเกษตรกร และได้ลองลงทุนปลูกหัวหอม ซึ่งในตอนแรกก็สร้างรายได้เป็นอย่างดี แต่ต่อมากลับประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก สูญเงินไปหลายแสนบาท จากความล้มเหลวในการทำเกษตร
“ส้มตำเปลี่ยนชีวิต” อดีตพ่อค้าตลาดนัด เบนเข็มสู่ความสำเร็จ ไลฟ์สดขายส้มตำ สร้างยอดขาย 3 หมื่นบาทต่อวัน “ลูกค้าเยอะจนท้อ” คำพูดจากพ่อค้าส้มตำที่บอกกับเรา ทันทีที่ได้ยินคำนี้จึงมานั่งคิดว่า ต้องเยอะขนาดไหนกัน ทำไมถึงไม่ดีใจที่ลูกค้าเยอะ แต่เมื่อได้ฟังเขาทั้งคู่อธิบาย เลยทำให้เข้าใจ และรู้ว่า นี่คือร้านส้มตำตัวอย่างอีกร้าน วันนี้จะมาพูดถึงร้านส้มตำที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าดังเลยคือ ร้านราชบุรีส้มตำ ล้านแตก แค่ชื่อร้านก็พอจะเดาได้แล้วว่าขายที่ไหน ร้านตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เป็นร้านที่เริ่มต้นมาจากสิ่งใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามไปของคุณอ้น อินธิราช อายุ 29 ปี และ อาจารย์อิฐ-ศักดิ์สิทธิ์ วงศ์เปีย อายุ 35 ปี โควิดมาเยือน คุณอ้นเคยทำอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหาร ส่วนทางด้านของคุณอิฐก็เป็นอาจารย์ประจำสอนเกี่ยวกับการตลาดอยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่ง คุณอ้น เผยว่า ในตอนแรกไม่ได้มีความคิดเลยสักนิดที่จะมาเปิดร้านส้มตำ แต่พอมาเจอกับโควิดที่มาใหม่ๆ ทำให้ต้องหยุดจากอาชีพพนักงานเสิร์ฟอาหาร และว่างงานอยู่ประมาณ 1 เดือน ในช่วงที่ว่างงานตอนนั้น ทำให้เขานั่งคิดกับตัวเองว่า “เราจะทำอะไรดีนะ” ทั้งคู่ก็มานั่งคิด
รายได้เกือบหมื่นต่อวัน อดีตพนักงานห้าง ขายก๋วยเตี๋ยว 8 บาท รับทรัพย์แบบปังๆ สังคมสมัยนี้ อาหารการกินก็มีราคาสูง แทบจะเป็นยุคข้าวยากหมากแพงไปเสียแล้ว บางทีมีเงินอยู่แค่ 10 บาท แต่อยากจะกินก๋วยเตี๋ยวสักถ้วย จะหาที่ไหนถึงจะได้กิน เพราะบางที่เริ่มต้นก็ 20 บาทแล้ว แต่ว่าวันนี้ เรามีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดมาฝาก ราคาเริ่มต้นที่ 8 บาท คนงบน้อยก็สามารถกินได้ แต่ทุกคนรู้ไหมว่า ก่อนที่จะมาเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวในราคา 8 บาท แล้วมีคนตามไปกินกันเยอะอย่างทุกวันนี้ มันมีเรื่องราวที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนขึ้น คุณเอ-ปรารถนา ณ ลำปาง เจ้าของร้านครัวเพื่อนกัน ก๋วยเตี๋ยวเรือ จิ้มจุ่มหมูกระทะ อายุ 49 ปี ได้วางตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยวแล้วมานั่งเล่าเรื่องราวของตนเองให้เราฟังอย่างภาคภูมิใจ ย้อนไปก่อนหน้านี้ร่วม 10 กว่าปี เธอเองได้ทำงานเป็นพนักงานห้างแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ด้วยอุปนิสัยเป็นคนที่หลงใหลในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นอย่างมาก มีร้านไหนเด็ด พอถึงวันหยุดก็จะตามไปกินอยู่เสมอ หลังจากตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานห้าง จึงกลับมาทำงานที่บ้านเกิด จังหวัดราชบุรี มาอยู่บริษัทที่ขายเกี่ยวกับรองเท้าแบรนด์หนึ่ง ก็ทำอย่างนั้น
วิศวกรไอที ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ เก็บผลผลิตแปรรูปขาย จากชีวิตมนุษย์เงินเดือน เป็นวิศวกรไอทีมีเงินเดือนมั่นคง แต่ชีวิตเหมือนขาดความสุข เพราะยิ่งโตขึ้นยิ่งห่างไกลบ้าน ห่างไกลพ่อแม่ จุดประกายให้ คุณโจ-ธราพงศ์ และคุณเอ๋-รุ้งนภา วงศ์วัฒนากิจ สองสามีภรรยา ลุกขึ้นมาวางอนาคตร่วมกันเป็นเกษตรกรทำสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ “Gardener House” ในจังหวัดราชบุรี นาน 6 ปี ทั้งคู่ช่วยกันฝ่าฟัน และสร้างสวนแห่งนี้มาด้วยกัน โดยไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านเกษตรมาก่อน แต่ในที่สุดก็สามารถผลิตมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์คุณภาพ จนได้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ได้สำเร็จ โดยผลผลิตของสวนถูกแปรรูปเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ที่ปราศจากการปรุงแต่ง จำหน่ายให้ผู้บริโภค คุณโจ ในวัย 36 ปี เกิดและเติบโตในจังหวัดราชบุรี ก่อนเข้ากรุงเทพฯ มาศึกษาต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากนั้นเข้าทำงานเป็นวิศวกรไอทีในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนทำให้เขาไม่มีเวลาดูแลครอบครัว เป็นจุดเริ่มต้นให้วางแผนชีวิตใหม่ คิดหาอาชีพเสริ
ปู่วัย 93 อดีตช่างปั้นโอ่งมังกรแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง นำขวดพลาสติกมาประดิษฐ์เป็นไก่ไทยสายพันธุ์ต่างๆ สวยแถมราคาถูก ได้แรงบันดาลใจจากไก่ทรงเลี้ยงของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไก่แจ้สายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ญี่ปุ่น ไก่โต้ง ไก่ชน เหล่านี้ ดูลักษณะเหมือนกับมีชีวิตที่กำลังสยายปีก สยายหาง ทั้งหางตั้งที่บ่งบอกถึงไก่แจ้สายพันธุ์ญี่ปุ่น ส่วนหางโง้งลงเป็นสายพันธุ์ไทย ทั้งตัวผู้และตัวเมียที่มีสีสันสวยงาม เป็นผลงานการประดิษฐ์ของ นายสมบัติ ปุยอ๊อก คุณปู่วัย 93 ปี ชาวตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อดีตช่างปั้นและเขียนลายโอ่งมังกร แห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เมืองราชบุรี หรือรุ่นบุกเบิกความรุ่งเรืองของโอ่งมังกรราชบุรี ก่อนจะยอมถอยอำลาอาชีพที่ทำมาชั่วทั้งชีวิตที่ยาวนานกว่า 74 ปี ด้วยความถดถอยของสังขารตัวเอง ได้วางดินปั้นโอ่งและเขียนลายมังกรบนโอ่ง กลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว เปิดร้านขายของชำและใช้เวลาว่างนำขวดโพลาริสพลาสติกที่เหลือใช้มาแปรรูปให้เป็นไก่แจ้และไก่ชน ที่หลายๆ คนเห็นแล้วต้องยิ้ม เพราะเสมือนไก่ของคุณปู่ทุกตัวมีชีวิต จากการตัดการประดิษฐ์ที่คุณปู่ได้ใส่ใจลง
วันเดย์ทริป สัมผัสประวัติศาสตร์ ราชบุรี เมืองที่มีดีมากกว่า ‘โอ่ง’ หากพูดถึงจังหวัดราชบุรี ทุกคนคงนึกถึงโอ่ง วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณเป็นแน่ แต่เชื่อไหมว่า จังหวัดราชบุรีนั้นมีดีมากกว่าโอ่ง หากได้ไปสัมผัสเมืองแห่งนี้สักครั้งจะรู้เลยว่า ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ให้เที่ยวชมอีกจำนวนมาก แวะที่หมายแรก ณ วัดคงคาราม วัดมอญที่สร้างขึ้นโดยพระยามอญที่อพยพมาตามลำน้ำแม่กลอง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่เหนือเขตอำเภอโพธารามตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาต่อกับกรุงธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์ วัดคงคารามโดดเด่นเรื่องจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถ เป็นผลงานของชาวไทยเชื้อสายมอญที่มีฝีมือไม่แพ้ช่างหลวงแห่งราชสำนักรัตนโกสินทร์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดขนอน วัดที่มีส่วนสำคัญต่อการอนุรักษ์การแสดงหนังใหญ่ มหรสพเก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติทางศิลปวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นการแสดงชั้นสูง โดยศิลปะเบื้องหน้าฉากผ้าขาวนี้จะจัดเชิดเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ที่โรงมหรสพหนังใหญ่วัดขนอน เมื่อชมเสร็จร่วมรำลึกประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอนกันต่อ ชมการแสดงชั้นสูงกันไปแล้ว เดินทางต่อที่พิพิธภัณฑสถาน
พาเดินเล่น-ทำบุญใส่บาตรพระล่องแพ ที่ “โอ๊ะป่อย” ตลาดริมน้ำ จ.ราชบุรี “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้เดินทางร่วมกับกรมพัฒนาชุมชน ไปยัง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม “โอ๊ะป่อย” ตลาดริมน้ำภาชี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บรรยากาศที่ตลาดเต็มไปด้วยความร่มรื่นจากต้นไม้ และความเย็นสบายจากริมธารใกล้ๆ โดยคำว่า “โอ๊ะป่อย” มีความหมายว่า “พักผ่อน” ในภาษากะเหรี่ยง ที่ตลาดโอ๊ะป่อยแห่งนี้ มีสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารคาว-หวาน เครื่องดื่ม และข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงสินค้า OTOP ต่างๆ โดยเมนูแนะนำ ที่ใครไปใครมาที่ตลาดแห่งนี้จะต้องลิ้มลองกัน คือ “ข้าวแดกงา” ขนมที่นำข้าวเหนียวและงาดำ มาตำรวมกัน นำไปนวดแล้วจึงนำไปย่างบนเตาถ่าน รสชาติอร่อย หอมกลิ่นงาคละคลุ้งในปาก “บ้าบิ่นมะพร้าว” เนื้อบ้าบิ่นเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นมะพร้าว มีทั้งแบบทอดและแบบปิ้ง เป็นหนึ่งในสินค้า OTOP ท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ อีกทั้งราคาอาหารและข้าวของต่างๆก็ไม่แพง ทำให้ซื้อเพลินมือเลยทีเดียว หรือใครที่อยากนั่งเล่นกินลมชิวๆ ที่นี่เขาก็มีที่นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่และที่นั่งริมลำธารจัดไว้ให้นั่งกันด้วย เอกลั
