รุ่ง
ว่ากันว่า ปีนี้ ปีหน้า และปีต่อๆ ไป จะไม่ใช่ปีของการทำธุรกิจแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งเหตุปัจจัยนั้น มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ผู้บริโภคมีความตระหนักมากขึ้น ส่วน “โลก” ก็ยังส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือปัจจัย “ชี้เป็น ชี้ตาย” ธุรกิจไหนจะอยู่รอด และธุรกิจไหนจะเติบโต สิ่งน่าสนใจในเรื่องนี้อีกประการหนึ่ง คือ “ธุรกิจยั่งยืน” จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยีสีเขียวเท่านั้น แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการไลฟ์สไตล์ใกล้ตัว ซึ่งกำลังกลายเป็น “ธุรกิจดาวรุ่ง” ในสายตานักลงทุนและผู้บริโภครุ่นใหม่ ดังเห็นได้จาก ผู้บริโภคยุคใหม่ จะไม่ถามแค่ว่า “ถูกหรือแพง” แต่พวกเขาจะถามลึกไปถึงว่า ธุรกิจนี้ใช้ทรัพยากรอย่างไร ดูแลคนทำงานแบบไหน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแค่ไหน และนี่คือ “โจทย์ใหม่” ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้ ตัวอย่างแรกที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัด ได้แก่ ศิวาเทล โรงแรมใจกลางกรุง ที่พิสูจน์แล้วว่า ความหรูหรากับความยั่งยืน สามารถเดินไปด้วยกันได้จริง นับตั้งแต่ การออกแบบอาคาร การจัดการพลังงาน ไปจนถึงแนวคิดการดูแล
บางธุรกิจเปลี่ยนแล้ว “รุ่ง” บางธุรกิจเปลี่ยนแล้วอาจ “แป้ก” และบางธุรกิจกำลังรอคนรุ่นใหม่ใจถึง ไอเดียแปลก การตลาดโดน ๆ มาเปลี่ยนให้เกิดสิ่งใหม่ เหมือนอย่างโลงกระดาษ ที่หลายคนไม่คุ้นชิน แต่จนถึงวันนี้ธุรกิจโลงกระดาษกลับเริ่มเข้าไปทดแทนธุรกิจโลงไม้บ้างแล้ว ทั้ง ๆ ที่ความคิดตั้งต้นเกิดจากการทำสารนิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มองเห็นธุรกิจครอบครัวผลิตกระดาษมาตั้งแต่เด็ก แต่วันนี้ธุรกิจดังกล่าวเกิดขึ้นจริงทั้งยังทำท่าจะไปได้ดีในตลาดโลงศพอีกด้วย เพราะอย่างที่ทราบธุรกิจนี้ “คนเป็นไม่ได้ใช้ คนตายไม่ได้ซื้อ” แต่ทำไมธุรกิจนี้ถึงเติบโตอย่างรวดเร็ว กระทั่งกลายเป็นเม็ดเงินมหาศาล จากวิทยานิพนธ์สู่โลงกระดาษ “อภิญญา รัตนไพศร” เจ้าของไอเดียโลงกระดาษ เล่าว่า คลุกคลีกับธุรกิจผลิตกระดาษมาตั้งแต่เด็ก หลังเรียบจบก็เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจจากคุณพ่อทันที ซึ่งทำธุรกิจกระดาษ ในนามบริษัท เอพีเอ็ม นิวไลน์ จำกัด โดยเน้นกระดาษกันกระแทก, เข้ามุมสินค้า, กระดาษอัดแข็ง, รองพาลเลต ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทผู้ส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร และกล
