ร้านขายของ
“โดนใจ” โมเดลค้าปลีกใหม่ ปรับลุกส์โชห่วยเดิมให้ขายดี ผลตอบแทน 100% ไม่แบ่งใคร คนไทยคุ้นชินกับร้านโชห่วยมานาน แม้จะล้มหายตายจากกันไปบ้าง แต่ที่ยังอยู่ก็มีตัวเลขราวๆ 400,000 ร้านค้าทั่วประเทศ และปัจจุบันร้านโชห่วยไม่ได้อยู่อย่างเดียวดาย เพราะค้าปลีกยักษ์ใหญ่หลายเจ้าเร่งปั้นโมเดลร้านค้าปลีกใหม่เป็นทางเลือกให้โชห่วยได้พัฒนาปรับปรุงร้าน หนึ่งในนั้นคือ บีเจซี กับโมเดล ร้านโดนใจ สีส้มสดใส มาพร้อมระบบ POS ที่พัฒนามาเพื่อโชห่วยโดยเฉพาะ โดยในปีหน้าตั้งเป้าเปิดร้านโดนใจถึง 8,000 ร้านค้า และเติบโตสู่หลัก 30,000 ร้านค้าภายใน 5 ปี คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี กล่าวว่า ร้านโดนใจ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่อยากเข้าไปช่วยพัฒนาร้านโชห่วยให้เติบโต ด้วยการบริหารจัดการที่ทันสมัย ตลอดจนมีระบบที่ช่วยพัฒนาการขายแบบยั่งยืน โดยตั้งแต่ปี 2565 บริษัทได้ทำโครงการแบบซอฟต์ลอนช์ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากร้านโชห่วย เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายร้านโดนใจแล้วประมาณ 1,000 ราย มีขนาดร้านตั้งแต่ไซซ์ XS ถึงไซซ์ L
จะดีแค่ไหนหากมีธุรกิจที่ช่วยใส่ใจโลก รักษาสิ่งแวดล้อม ให้ทุกคนลดการใช้ขยะในชีวิตประจำวันได้อย่างสนุก เพียงแค่นำบรรจุภัณฑ์มาซื้อของตัก ตวง เติม แบบรีฟิลได้ตามใจชอบ โดยที่ไม่ต้องหมดเงินจำนวนมากไปกับการซื้อของชิ้นใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะใช้หมดเมื่อไหร่ เจ้าของไอเดียดังกล่าว ชื่อ คุณเมี่ยว-ฤดีชนก จงเสถียร สาวสวยวัย 30 ปี ดีกรีปริญญาโทบริหารธุรกิจ Master of Management Studies Duke University Fuqua School of Business สหรัฐอเมริกา เธอเปิดร้าน “ซีโร่โมเมนต์ รีฟิลเลอรี่ (ZeroMoment Refillery)” ร้านรักษ์โลก บนเนื้อที่ประมาณ 30 ตารางเมตร ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นมาได้เพียง 1 เดือน จากจุดเริ่มต้นของคุณเมี่ยวที่อยากทำธุรกิจเพื่อสังคมอยู่แล้ว ซึ่งในต่างประเทศเองมีไอเดียธุรกิจร้านขายของชำแนวนี้อยู่จำนวนมาก การพกภาชนะมาซื้อของเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ต่างจากในประเทศไทยซึ่งยังไม่เป็นที่แพร่หลาย “เมืองไทยยังไม่มีร้านแบบนี้ให้ลูกค้า เลยนำแนวคิดตรงนี้มาปรับรูปแบบให้เข้ากับคนไทยมากขึ้น สร้างทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าได้มีช่วงเวลาสั้นๆ มาที่นี่ เป็นช่วงเวลาที่ไม่สร้างขยะ สอดคล้องกับชื่อร้าน ZeroMomen
