ร้านธงฟ้า
พาณิชย์ เตือน ร้านธงฟ้า ห้ามเอาเปรียบ กับผู้ถือบัตรคนจน ตรวจเจอถอนสิทธิทันที วันที่ 5 ก.ย. 2565 นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนทั่วไปว่า มีร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้า) บางแห่ง มีพฤติกรรมที่เอาเปรียบผู้บริโภค เช่น คิดค่าบริการกับลูกค้าที่ชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (หักหัวคิว) หรือมีพฤติกรรมรับแลกเงินสดจากผู้ถือบัตรฯ หรือขายสินค้าไม่ตรงกับราคาป้ายที่แสดง หรือไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ประกอบกับ กระทรวงการคลังได้ดำเนินโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ถือบัตรฯ โดยเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ถือบัตรฯ จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 2 เดือน (ก.ย.-ต.ค. 2565) จากเดิมเพิ่มเป็น 400 หรือ 500 บาทต่อคนต่อเดือน และเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 50 หรือ 100 บาทต่อเดือน (ผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิตั้งแต่ ต.ค. 2564 – ก.ค. 2565 จะได้รับเงินเข้าบัตรฯ ในเดือน เม.ย.-ก.ย. 2565) รวมถึงโครงกา
เราชนะ ปรับเกณฑ์ ร้านธงฟ้า-รถเร่ขายของ-สามล้อถีบ ร่วมโครงการได้ วันที่ 2 ก.พ. เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า ครม. เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอปรับรายละเอียดโครงการ “เราชนะ” จากเดิมร้านธงฟ้าที่เป็นนิติบุคคลไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ปรับให้สามารถเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ ส่วนร้านค้าอื่นจะยังคงเกณฑ์เดิม ให้เฉพาะร้านที่ไม่เป็นนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการเท่านั้น และร้านค้าที่ร่วมโครงการคนละครึ่งสามารถเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ รวมทั้งผู้ประกอบการกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง วิสาหกิจชุมชนก็เข้าร่วมได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ในส่วนร้านที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้า ประเภททองคำ ร้านที่ขึ้นทะเบียนขายของเก่า พลอย เพชร ทองนาก อัญมณี ไม่สามารถร่วมโครงการได้ นายอนุชา กล่าวว่า ครม. ยังเห็นชอบให้สถานประกอบการที่ตรวจสอบหลักแหล่งได้ร่วมโครงการ รวมถึงเป็นประเภทรถเร่ขายของ เช่น สามล้อถีบ เข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com ถึงวันที่ 29 ม.ค.-31 มี.ค. 2564 เปิดขั้นต
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ในการสนับสนุนสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เพื่อพัฒนายกระดับให้เป็นร้านสะดวกซื้อ เบื้องต้นกำหนดคุณสมบัติผู้ประกอบการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่จะขอรับสินเชื่อจากธนาคารกรุงไทย คือ 1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้า ธงฟ้าประชารัฐทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 2. มีประสบการณ์ทางธุรกิจอย่างน้อย 2 ปี 3. ติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) แล้ว กุลณี อิศดิศัย โดยธนาคารจะให้สินเชื่อเป็นจำนวน 3 เท่าของยอดขายภายในร้านค้าฯ ต่อเดือน สูงสุด 1 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ MRR (ปัจจุบันอยู่ที่ 7.120% ต่อปี) ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการมีประวัติการผ่อนชำระที่ดี ตรงต่อเวลา ไม่ผิดเงื่อนไขการชำระหนี้ เป็นระยะเวลา 12 เดือนติดต่อกัน ธนาคารกรุงไทย จะปรับลดดอกเบี้ยลง 1% ต่อปี ตั้งแต่เดือนที่ 13 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทย ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาห
นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยในส่วนของแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” พบว่ามีจำนวนร้านค้าผู้สมัคร 11,356 ร้านค้า กระทรวงพาณิชย์ส่งกรมบัญชีกลาง 21,845 ร้านค้า ธนาคารกรุงไทยส่งข้อความไปแจ้งผู้สมัครแล้ว 15,162 ร้านค้า ร้านค้าดาวน์โหลดแอพ 7,841 ร้านค้า ร้านค้ายังไม่ดาวน์โหลดแอพ 7,321 ร้านค้า ร้านค้าใช้งานแอพ แล้ว 3,203 ร้านค้า รวมจำนวนเงินที่ใช้ไปในโครงการตั้งแต่ 1 ต.ค. 2560 ถึง 19 ส.ค. 2561 จำนวน 34,996,076 บาท จากวงเงินที่ใส่ในบัตร 48,000 ล้านบาท และยังพบว่าหลายรายใช้เงินจับจ่ายมากกว่าวงเงินที่ให้ไว้ในบัตร ส่งผลให้ในภาพรวมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศมีเงินหมุนเวียนกว่า 96,000 ล้านบาท ซึ่งตามทฤษฎีการใช้จ่ายในระดับรากหญ้า หากกระตุ้นเงินงบประมาณลงไปจะทำให้เงินหมุนไป 5 รอบ หรือน่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 450,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นเม็ดเงินซื้อสินค้าชุมชน เช่น น้ำพริก กุ้งแห้ง และไส้อั่ว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เตรียมว่าจ้างมหาวิทยาลัยราชภัฏเก็บข้อมูลรายได้สินค้าชุมชนที่จำหน่ายในโครงการ ทั้งนี้ แอพดังกล่าวจะเน้นร้า
