ร้านอร่อย
ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ชวนเหล่าสายชิมมาเปิดโลกความอร่อยแบบจัดเต็มในงาน “THAI TOWN” ที่รวบรวมเมนูเด็ดยอดฮิตจากร้านอร่อยหลากสไตล์มาไว้ให้ครบในที่เดียว ทั้งเมนูของคาว ของหวาน อาหารทานเล่น เบเกอรี่ ไปจนถึงเมนูสไตล์พรีเมียมที่หาทานได้ยาก งานนี้รวบรวมความหลากหลายของรสชาติให้เลือกชิมกันแบบไม่ซ้ำ เดินสนุกและอิ่มเพลินตลอดงาน โดยงาน “THAI TOWN” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 8 ธันวาคม 2568 ณ ชั้น 1 โซนธนาคาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา พลาดไม่ได้! กับ 13 ร้านดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ วัตถุดิบคุณภาพ และเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น มาเสิร์ฟให้ได้ชิมในงานเดียว ไม่ว่าจะเป็นเมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ของดีประจำจังหวัด อาหารใต้รสจัด เบเกอรี่สุดฮิต หรือขนมของฝาก เปิดประสบการณ์ลิ้มลองความอร่อยที่หลากหลาย ครบ จบ ในงานเดียว ได้แก่ เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขส่งท้ายปีกับความอร่อยจากร้านยอดนิยมหลากหลายสไตล์ ที่เมกาบางนาตั้งใจคัดสรรมาให้ทุกคนได้ชิมแบบครบจบในที่เดียวในงาน “THAI
เจาะลึกเบื้องหลัง แอดมิน มูมมาม เพจรีวิวอาหาร ชี้เป้าร้านอร่อย น่าติดตาม หากพูดถึง เพจรีวิวอาหาร ชี้เป้าร้านอาหารเด็ด เมนูอร่อยทั่วราชอาณาจักรไทย เชื่อว่า เพจมูมมาม คือเพจรีวิวอาหารที่ติดท็อปอันดับต้นๆ ที่ได้รับการกล่าวถึง ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคน คุณบูม-เทพศิรินทร์ กุนมี ศิษย์เก่าสาขาวิชามัลติมีเดีย วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แอดมินผู้ก่อตั้งเพจมูมมาม เล่าให้ฟังว่า สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมีความสนใจด้านการถ่ายภาพ งานกราฟิก การทำคอนเทนต์ ซึ่งตอนนั้นเพจออนไลน์ต่างๆ ยังไม่บูมเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวบล็อกเกอร์ ยูทูบเบอร์ ซึ่งการที่เลือกเรียนทางด้านมัลติมีเดีย ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะหลากหลาย สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานได้ เช่น การถ่ายรูป ถ่ายทำคลิปวิดีโอ ตัดต่อ วาดรูป การออกแบบ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการทำสิ่งที่ชอบ ทำให้ไลฟ์สไตล์ชีวิตและการทำงานเดินไปด้วยกัน “หลังเรียนจบนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านการทำคอนเทนต์ โดยทำงานเป็นช่างภาพถ่ายภาพอาหารให้บริษัทแห่งหนึ่ง ทั้งถ่ายภาพอาหารญี่ปุ่น ปิ้งย่าง ซึ่งเราถนัดด้านนี้อยู่แล้วทั้งถ่ายภาพและวิ
ร้านเด็ดย่านยศเส “เมาเวอริคสุกี้” รสเข้มข้น กลมกล่อม มัดใจลูกค้านาน 50 ปี พูดถึงของดีขึ้นชื่อย่านยศเส ต้องนึกถึง สุกี้เจ้าดังรสเด็ด ที่ได้รับความนิยมมานานกว่า 50 ปี “เมาเวอริคสุกี้” โดย คุณสุเทพ ตระกูลวิริยะ หรือ คุณเอ๋ อายุ 50 ปี สามีเจ้าของร้านสุกี้เมาเวอริค สาขายศเส เล่าถึงตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี ให้ฟังว่า เมาเวอริคสุกี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 โดย คุณบุญส่ง อภิกิจธนพล (พ่อภรรยา) เป็นผู้คิดค้นสูตรและขายสุกี้ที่ซอยยศเส มาตั้งแต่อายุ 17 ปี จนถึงปัจจุบัน ตั้งชื่อ เมาเวอริค ตามพระเอกหนังคาวบอยฝรั่งที่ดังมากในสมัยก่อน เป็นศิลปินที่คุณบุญส่งชื่นชอบ เพราะเก่ง ฉลาด ที่สำคัญ ยิงปืนได้ไว เหมือนกับเจ้าของร้านรุ่นแรกที่ผัดสุกี้ได้อย่างรวดเร็ว คล้ายดั่งการยิงปืนของพระเอกหนุ่ม ภายหลังร้านแห่งนี้ได้รับการสานต่อโดยทายาทรุ่นที่ 2 คือ ภรรยาของคุณสุเทพ ที่เคยทำงานเป็นเชฟมาก่อน เมื่อออกจากงานจึงนำความรู้และประสบการณ์จากการเป็นเชฟมาปรับใช้กับกิจการ จนผัดสุกี้ได้อย่างชำนาญ รสชาติอร่อยไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ ปัจจุบัน เมนูของร้านมีเพียง 4 เมนู คือ สุกี้น้ำ สุกี้แห้ง ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และทูนหัวเมาเวอริค ความอ
‘ห่อข้าวหอม’ ร้านอาหารชื่อดังจากกระทู้ในพันทิปมาระยะหนึ่ง เป็นร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่แถวสำโรง ขายราคาถูก มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น คุณแก้ว ธนาเทพ ใจพุก วัย 20 ปี โดย คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก เจ้าของร้านควบตำแหน่งพ่อครัววัย 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เมื่อไปทานที่ร้านอาหารอื่นๆ รู้สึกว่าเขาเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งวัตถุดิบ ราคา และปริมาณ จึงคิดเปิดร้านขึ้นมา โดยตั้งใจไว้ว่าจะไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ต้องใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ และขายในราคาที่คนทุกฐานะสามารถซื้อทานได้ ตอนเปิดร้านแรกๆ มีเงินทุนเพียง 14,000 บาท จากการทำงานเก็บออมมา 2 ปี คุณแก้วเล่าต่อว่า ครึ่งเดือนแรกในการขายข้าว ตนเกือบหมดทุนเหมือนกัน วันๆหนึ่งขายได้กำไรน้อยมาก ได้ประมาณ 100 – 200 บาท ซึ่งนับว่าขายไม่ค่อยดีนัก แต่มีคุณแม่ที่
นุ่มไม่สะเทือนเหงือก “หมูทอด น้ำมันมะพร้าว” ภายใต้แบรนด์ “หมูหม้อเทพ” สูตรเด็ดลูกค้าแน่น ใช้เนื้อหมู 5-6 ตัน/เดือน “หมูทอด” เมนูอาหารยอดฮิต กินได้ทั้งเช้า กลางวัน เย็น หาทานง่าย โดยแต่ละร้านจะมีรูปแบบการขาย เทคนิคการทอด และสูตรที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ จะเลือกทานแบบไหน ความฮิตของหมูทอดจึงกลายเป็นหนึ่งในช่องใหม่ของคนอยากทำธุรกิจ ดังตัวอย่างนักธุรกิจหนุ่มรายนี้ เขาเปลี่ยนบทบาทจากผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิต คุณหมุ่ย-อภิชาติ สถิตเกษมสานต์ วัย 36 อดีตพนักงานออฟฟิศที่หันเหมาเอาดีทางด้านค้าขาย เปิดกิจการหมูทอดมากว่า 3 ปี ตั้งชื่อ “หมูหม้อเทพ” กับคอนเซ็ปต์ “นุ่มไม่สะเทือนเหงือก เหล็กดัดฟันไม่ขยับ ทอดด้วยน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์” คุณหมุ่ย เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า เมื่อก่อนทำงานเป็นพนักงานประจำฝ่ายไอทีของบริษัทแห่งหนึ่ง มีนิสัยชอบทานของทอด โดยเฉพาะหมูทอดจะชอบมากเป็นพิเศษ กระทั่งได้รับผลตรวจสุขภาพ พบค่าคอเลสเตอรอล และความดันสูง หมอสั่งให้ลดของทอด แต่เจ้าตัวกินจนติดเป็นนิสัย เมื่อเลิกไม่ได้ก็ต้องหาทางออกให้ตัวเอง ด้วยการนำสูตรหมูทอดของที่บ้านมาทำขายเองเสียเลย “เพื่อไม่ให้เจอปัญห
“ข้าวขาหมูโบราณ” – ร้านเด็ดริมทางที่แท็กซี่-แมสเซนเจอร์บอกกันปากต่อปาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีร้านอาหารอร่อยๆ เปิดขายอยู่มากมาย โดยเฉพาะร้านรถเข็นเล็กๆ ตามข้างทาง จนมีคนเปรียบเปรยกันเอาไว้ว่า “ถ้าอยากรู้ว่า ร้านอาหารร้านไหนอร่อย ราคาไม่แพง ให้สังเกตดูว่ามีรถแท็กซี่กับพวกแมสเซนเจอร์จอดเยอะๆ” ร้าน “ขาหมูโบราณ ริมคลองประปา” ก็เป็นร้านรถเข็นริมทางเจ้าหนึ่ง ที่มีคนแวะกินกันเยอะมาก จนนอกจากคนขับแท็กซี่-แมสเซนเจอร์แล้ว ก็มีลูกค้าคนอื่นๆ มาเข้าแถวรอซื้อกินเช่นกัน คุณน้อย สรรศนี อายุ 50 ปี และ คุณทวีศักดิ์ ป้านสว่าง อายุ 54 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูโบราณ เล่าที่มาที่ไปในการมาขายข้าวขาหมูให้เส้นทางเศรษฐี ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเป็นลูกจ้างร้านค้าขายของทั่วไป พอสามีออกจากงาน ก็มาถามว่า จะทำมาหากินอะไรดี เธอเลยบอกกับสามีไปว่า ขายข้าวขาหมูก็เลยมาช่วยกันทำ “เริ่มแรกนั้นทำเอง ขายเอง คิดสูตรเอง ไม่ได้เอาสูตรขาหมูของคนอื่นมาทำ ลูกค้าจะเป็นพวกแท็กซี่ แมสเซนเจอร์ เสียส่วนใหญ่ แล้วก็พนักงานบริษัท ลูกค้าทั่วไปและขาจรที่มากิน เราอาศัยคำแนะนำพวกแท็กซี่นี่แหละมาปรับปรุงสูตรขาหมูของตัวเอง เพราะบางคนเขากินเขาก็จะบอกว
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เป็นคำกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยในอดีต ด้วยวิถีชีวิตของคนไทยเรามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งและแน่นแฟ้นกับแม่น้ำลำคลอง อาหารการกินอย่างปลาน้ำจืดจะหากินได้ไม่ยาก และหาได้ง่ายตามแม่น้ำลำคลอง เพียงแค่มีอุปกรณ์ในการจับปลา อย่าง เบ็ด แห อวน ลงมือลงแรงซักหน่อย ก็จะได้ปลาสดๆ เช่น ปลาช่อน ปลาขี้ขม ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาโสด ปลาซิว ปลาตะเพียน ปลาฉลาด ปลานิล หรือปลาอื่นๆ มาปรุงเป็นอาหารได้แล้ว วันไหนจับปลาได้มาก ก็จะแบ่งปันให้ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนบ้านได้กินกันอย่างทั่วถึงตามนิสัยโอบอ้อมอารีของคนในสมัยก่อน สำหรับส่วนที่เหลือก็จะเอาไปหมักเกลือทำเป็นปลาร้า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว หรือตากแดดย่างรมควัน แล้วแต่ความเหมาะสม ปลาส้ม การแปรรูปอาหารจากปลาชนิดหนึ่งของคนอีสาน เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอมอาหารจากปลา เมื่อปลาที่หามาได้มีจำนวนมากก็ต้องหาวิธีการแปรรูป เพื่อจะได้เก็บไว้กินนานๆ โดยเอาปลามาหมักกับเกลือ และข้าวสวย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะได้เมนูอร่อยๆ ที่เรารู้จักและเรียกกันว่า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว ส้มปลา นั่นเอง! สามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ และเสริมรายได้ให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดี
