ฤดูแล้ง
“โคราช” ยังแล้งหนัก แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด กุ้งหอยปูปลาเสี่ยงสูญพันธุ์ (ชมคลิป) นครราชสีมา-วันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ที่โรงเรียนบ้านพลจลก ต.มะค่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จะจัดกิจกรรมวันแม่ โดยเชิญชวนผู้ปกครองและเด็กนักเรียนร่วมกันแห่นางแมว และดำนา แต่สภาพอากาศโดยไปของจังหวัดนครราชสีมายังคงมีสภาพอากาศแห้งแล้งและส่งผลให้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดเล็กต่างๆในพื้นที่อ.โชคชัย แห้งขอดจนเกือบไม่มีน้ำเหลือ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทบถึงสัตว์น้ำที่อยู่ภายในแหล่งน้ำถูกจับไปเป็นอาหาร ส่วนที่ยังเหลือรอดก็ขาดน้ำจนตายเกือบหมดแล้ว ทำให้ชาวบ้านหวั่นวิตกว่าสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่เคยเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ทั้งกุ้ง หอด ปู ปลา อาจสูญพันธุ์จากภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีนี้ นายบัว ป่องกระโทก อายุ 35 ปี กล่าวว่า ที่คลองยายนวล บ้านกุดจอกน้อย ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคลองน้ำสายย่อยของตำบล ขณะนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดปริมาณน้ำแห้งขอดตลอดทั้งสาย ทำให้เห็นดินที่อยู่ใต้คลองน้ำที่กำลังแตกระแหง รวมถึงมีเศษซากสัตว์น้ำตายเกลื่อนทั่วบริเวณ ในขณะที่ในส่วนที่ยังมี
‘บิ๊กป๊อก’ หวั่น! ปีนี้เจอภัยแล้งหนัก จะมีน้ำใช้ ถึงพฤษภา ปีหน้า หรือเปล่า? เมื่อวันที่ 30 กค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งว่า ล่าสุดเท่าที่ติดตามมีฝนตกในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นในอ่างเก็บน้ำ ที่เหลือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ถ้าฝนตกลงมาอีก เช่น ฝนตกใต้เขื่อน จะทำการระบายน้ำให้น้อยลง ถ้าตกเหนือเขื่อน อาจต้องกักเก็บน้ำ หรือ ปล่อยน้ำแต่จะปล่อยอย่างไร ในส่วนนี้ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (สทนช.) ต้องดูในรายละเอียดว่าน้ำที่มีนั้นจะอยู่ได้ถึงเดือนพ.ค.ปี 63 หรือไม่ อย่างไรก็ตามในขั้นนี้เป็นเรื่องของพื้นที่ ได้ให้ ผวจ. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำเป็นพื้นที่แล้ว ซึ่งในขั้นแรกต้องแจ้งเตือนประชาชนว่าหน้าแล้งนี้ควรปลูกพืชอะไร นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวต้องเตรียมนำเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน ทั้งน้ำอุปโภค บริโภค และทางการเกษตร หากมีเหตุจำเป็น อีกทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังมีงบประมาณที่จะใช้ได้ หากคิดว่าต้องมีมาตราการช่วยเหลือเช่น การขุดเจาะบาดาล และขั้นสุดท้ายหากประชาชนได้รับความเสียหาย จะมีการเยียวยา ต้องรีบสำรวจ
ยโสธรแล้งจัด ลำน้ำชีแห้ง ข้าวอ่อนยืนต้นตาย 500 ไร่ ชาวบ้านขอรัฐช่วยด่วน วันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งลามทั่ว จ.ยโสธร ล่าสุดปริมาณน้ำในลำน้ำชีแห้งขอด จนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ ชาวบ้านคุยตับเต่า หมู่ที่ 5 ต.ขุมเงิน อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธรไม่สามารถสูบน้ำจากลำน้ำชีเข้าพื้นที่ทำนาได้ เนื่องจากปริมาณน้ำมีน้อย หรือถ้าสูบได้ต้องรอบ่อน้ำซึมใต้ผิวดินไหลมาสมทบแต่ต้องรอ 2-3 วัน จึงส่งผลให้ต้นข้าวอ่อนที่กำลังเจริญงอกงามสูงเลยผิวดิน ขนาด 30 เซนติเมตร เหี่ยวแห้งตายกว่า 500 ไร่ จากนาข้าวทั้งหมด 1,600 ไร่ ชาวบ้านคุยตับเต่า กล่าวว่า ปกติเดือนกรกฎาคม ปริมาณน้ำจุดหลังวัดบ้านคุยตับเต่า จะอยู่ที่ระดับ 5-6 เมตร ปีนี้ปริมาณน้ำในลำน้ำชีเหลือ 30 เซนติเมตรเท่านั้น และสามารถเดินข้ามได้ ลำบากมากปีนี้ กระทบมากในการทำนา และอาชีพหาปลา นายสมคิด ประสมศรี ผู้ใหญ่บ้านบ้านคุยตับเต่าหมู่ที่ 5 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร กล่าวว่า มีราษฎรจำนวน 145 ครอบครัว ส่วนใหญ่ประชาชนมีอาชีพทำนา และหาปลาขายส่งตลาดในตัวเมืองยโสธร ลูกบ้านที่มีที่นาอยู่ใกล้คลองส่งน้ำก็พอจะสูบน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้แต่ก็พอประทัง ส่วนนาข้าว
