ลดหย่อนภาษี
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการสร้างรายได้เข้าประเทศ พบว่า แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติบ้าง แต่การแข่งขันในภูมิภาคที่สูงขึ้น ต้นทุนผู้ประกอบการที่เพิ่ม และความเปราะบางของกำลังซื้อในประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ทำให้ภาพรวมการใช้จ่ายและการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศยังไม่คึกคักเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จึงมีมติเห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ มาตรการหลักคือ “เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท หัวใจสำคัญของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดนี้ คือการผลักดันให้เกิดการเดินทางและการใช้จ่ายอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการเน้นหนักไปที่ “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” เพื่อกระจายรายได้ออกจากเมืองหลักอย่างแท้จริง ซึ่งประกอบด้วย มาตรการ รายละเอียดการกระตุ้น 1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง ให้สิทธิผู้มี
เคทีซี ต้อนรับเดือนแห่งความรัก มอบความคุ้มค่านักช้อปออนไลน์ พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี เคทีซี ขานรับโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ร่วมมือแพลตฟอร์มออนไลน์ ช้อปปี้-ลาซาด้า-ติ๊กต็อก จัดส่วนลดพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” และยังสามารถนำใบเสร็จรับเงินจากการซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อประกอบการลดหย่อนภาษีส่วนบุคคล นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความรัก และยังเป็นเดือนสุดท้ายของการจัดโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ของภาครัฐเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เคทีซียินดีมอบสิทธิพิเศษผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของพันธมิตร เพื่อส่งความสุขและความคุ้มค่าให้กับสมาชิกทุกการใช้จ่ายกับบัตรเคทีซี และคาดว่าในปี 2568 นี้ยอดใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตเคทีซีจะเติบโต 15%” สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเคทีซีมีดังนี้ รับส่วนลดสูงสุด 1,500 บาท เมื่อใช้จ่ายบนแอป ช้อปปี้ (Shopee) ตั้งแต่ 12,000 บาทขึ้นไป และชำระด้วยบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า หรือบัตรเครดิตเคทีซี มา
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ชวนช้อปสุดคุ้ม พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีกับโครงการ Easy E-Receipt บัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ชวนช้อปสุดฟิน รับสิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการ Easy-E Receipt 2.0 พร้อมรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม (เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามที่สรรพากรกำหนด) บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ มอบเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 5,600 บาท เพียงใช้จ่ายตามแคมเปญ “Easy E-Receipt” รับเครดิตเงินคืนเพิ่มรวมสูงสุด 600 บาท และรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 5,000 บาท เมื่อใช้จ่ายตามแคมเปญ “รูดช้อป คืนเงินแทบทุกหมวดในชีวิต” (ลงทะเบียนทั้ง 2 รายการ) (16 ม.ค. 68 – 28 ก.พ. 68), บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ชวนช้อปคุ้มที่ห้างเซ็นทรัลหรือโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการ 5,000 บาทขึ้นไป รับคูปองและเครดิตเงินคืนสุดคุ้ม พิเศษ รับเพิ่มบัตรของขวัญมูลค่า 100 บาท (จำกัดตามเงื่อนไข) (16 ม.ค. 68 – 28 ก.พ. 68), บัตรเครดิต กรุงศรี รับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 350 บาท เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายในหมวดกิน, ซูเปอร์มาร์เก็ต, สินค้าแฟชั่น และห้างชั้นนำครบ 30,000 บาทขึ้นไป (1 ก.พ. 68 – 28 ก.พ. 68) พร้อมสิทธิพิเศษ เช่น รับ
ไม่พลาด โอกาสทองลดหย่อนภาษี 20,000 บาท ร่วมสนับสนุนสินค้า OTOP-SME กว่า 750 รายการ ที่ร้านเซเว่นฯ ในโครงการ Easy E-Receipt 2.0 – เซเว่นฯ ชวนช้อป ลดหย่อนภาษี สินค้า OTOP – SME กว่า 750 รายการ เข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ในเซเว่นฯ ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 – สามารถขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (ใบเสร็จรับเงิน) (e-Receipt) ผ่านช่องทาง 7 APP และขอกับพนักงานโดยตรง – สินค้าที่เข้าร่วมลดหย่อนภาษี ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ของทานเล่น และเครื่องใช้ในครัวเรือน สร้างสีสันในการจับจ่ายใช้สอยช่วงต้นปีให้กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น “เซเว่น อีเลฟเว่น” ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและ OTOP ผ่านโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ในหมวดสินค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ OTOP ชวนช้อปสินค้าคุณภาพ ของดีของเด็ดของคนไทย ที่ร้านเซเว่นฯ คัดมาให้เลือกสรรกว่า 750 รายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค วางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ และแพลตฟอร์มออนไลน์ 7 Delivery, All Online ผ่านช่องทาง 7 App ส่งเสริมการสร้างรายได้ กร
ลดหย่อนภาษีง่ายๆ แค่ซื้อให้ถูกประเภท! เปิดลิสต์ ซื้อสินค้าอะไร ช่วยลดหย่อนภาษีมาตรการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2567 อนุมัติหลักการมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ซึ่งเป็นการขยายผลจากมาตรการเดิม Easy E-Receipt เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศในปี 2568 โดย มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 คือมาตรการที่ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซื้อสินค้าหรือค่าบริการในราชอาณาจักร ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ได้สูงสุด 50,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ใดถึงได้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการนี้ ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจากผู้มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ถ้า ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกร
เปิดขั้นตอนเช็ก ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt ไขข้อสงสัยซื้อของแล้วต้องเก็บใบเสร็จไหม มาตรการ Easy E-Receipt ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 เมื่อซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศ มาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท โดยกรมสรรพากรกำหนดให้สิทธิเฉพาะใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น และต้องเป็นการซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2566 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 5,060 ราย ร้านที่ให้บริการ 127,000 ร้านค้า อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากร ได้แนะนำวิธีการเช็กว่า ร้านค้าหรือบริการใดบ้างที่เข้าร่วมมาตรการ Easy E-Receipt มีรายละเอียดดังนี้ วิธีตรวจสอบร้านค้า เข้าร่วม Easy E-Receipt สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ออก e-Tax Invoice & e-Receipt ได้ที่เว็บไซต์ https://efiling.rd.go.th/rd-questionnaire-web/etax-invoice โดยสามารถค้นหา ประเภทกิจการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และชื่อสถานประกอบการหรือชื่อผู้ประกอบการ ในกรณีร้านค้าที่เข้าร่วม e-Tax Invoice by Time Stam
เริ่มแล้ว! “Easy E-Receipt” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 หมื่นบาท ซื้ออะไรได้บ้าง? เช็กได้ที่นี่ วันที่ 1 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากมาตรการ Easy E-Receipt ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน เมื่อซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศ มาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท ให้สิทธิเฉพาะใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น และต้องเป็นการซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) โดยได้เริ่มมาตรการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ สำหรับมาตรการดังกล่าว ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนการบริโภคในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีให้ใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นและการอ่าน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษี และการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีรายละเอียดเงื่อนไข ดังนี้ เงื่อนไขรับสิทธิ Easy E-Receipt คุณสมบัติผู้เข้าร่วม กำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงิน
ทีทีบี เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “My Tax” บนแอป ttb touch ผู้ช่วยบริหารจัดการเรื่องลดหย่อนภาษี พร้อมจัดแคมเปญพิเศษแผนลดหย่อนภาษีสำหรับลูกค้าบัญชีเงินเดือน ทีทีบี ครบคุ้มทั้งประกันและกองทุน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี รุกเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าบัญชีเงินเดือน ทีทีบี เพื่อตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่วๆ ไป และสามารถช่วยเปลี่ยนชีวิตทางการเงินของพนักงานเงินเดือนให้ดีขึ้นได้ทุกเดือน กับฟีเจอร์ใหม่ “My Tax” บนโมบายแอปพลิเคชัน ttb touch ที่จะเป็นผู้ช่วยส่วนตัวแบบครบวงจร เพื่อวางแผนประหยัดภาษีล่วงหน้าในการลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด สะดวกกว่าด้วยฟังก์ชันช่วยประมวลข้อมูลการเงินเพื่อคำนวณภาษีให้อัตโนมัติสำหรับลูกค้าบัญชีเงินเดือน ทีทีบี โดยเฉพาะ ซึ่งเรียกดูก็ง่าย เรียกใช้ก็สะดวก พร้อมระบบจัดเก็บ รักษาเอกสารภาษีไว้ให้ในที่เดียว และเหนือกว่าด้วยแคมเปญลดหย่อนภาษีที่ให้ความคุ้มค่าทั้งประกันชีวิตและการลงทุน นายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ หัวหน้าทีมดิจิทัล ทีทีบี สปาร์ค (ttb spark) เปิดเผยว่า ธนาคารมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ชีวิตการเงินของพนักงานเงินเดือนภา
ชวนช้อปรับปีใหม่ “ช้อปดีมีคืน” ลดหย่อนภาษี กับ 4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2566 4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค ได้แก่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ เอาใจขาช้อปรับปีใหม่ กับโครงการ “ช้อปดีมีคืน 2566″ ช้อปลดหย่อนภาษี ช้อปสูงสุด 40,000 บาท รับคืนภาษีสูงสุด 14,000 บาท (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอัตราเงินได้สุทธิที่เสียภาษี) ตั้งแต่วันนี้ – วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 โดยสินค้าและบริการที่ใช้ลดหย่อนภาษี ได้แก่ สินค้าและบริการทั่วไปที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หนังสือ (รวมถึง e-book) และสินค้า OTOP ที่ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว (ยกเว้น สุรา เบียร์ ไวน์ บุหรี่ ยาสูบ ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ค่าบริการนำเที่ยว ค่ามัคคุเทศก์ ค่าที่พักในโรงแรม ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต และค่าเบี้ยประกันวินาศภัย) สำหรับใบกำกับภาษีที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษี “ช้อปดีมีคืน 2566” – ใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษ ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท 
ช้อปดีมีคืน ลดหย่อนภาษี สูงสุด 4 หมื่นบาท คลัง ชง ครม. 29 พ.ย.นี้ เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ เผยข่าว ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ข้อสรุปมาตรการช้อปดีมีคืน หรือ ช้อปช่วยชาติแล้ว ว่าจะให้มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงต้นปีหน้า เช่นเดียวกับที่ดำเนินการไปเมื่อต้นปี 2565 ที่ผ่านมา โดยจะให้มีผลระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2566 รวม 46 วัน ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบได้ภายในไม่เกินวันที่ 29 พ.ย.นี้ ซึ่งมาตรการจะเพิ่มเติมจากเดิมที่ให้นำรายจ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าวมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท แต่รอบนี้จะเพิ่มสำหรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้อีก 10,000 บาท “รอบนี้ นอกจากสามารถใช้ใบกำกับภาษีเป็นกระดาษ มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30,000 บาท ยังสามารถนำใบกำกับภาษีที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์มาลดหย่อนได้เพิ่มอีก 10,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท” แหล่งข่าวกล่าว ทั้งนี้ รายจ่ายค่าซื้อสินค้าและบริการที่นำมาใช้สิทธิตามมาตรการได้ หลักๆ ก็จะเหมือนมาตรการครั้งที่ผ่านมา คือ ค่าซื้อสินค้าและบริการ โดยจะยกเว้
