ละครพรหมลิขิต
กระแสยังไม่จางจากฟีดออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มกับปรากฏการณ์ พรหมลิขิต ภาคต่อจาก บุพเพสันนิวาส มียอดผู้ชมทางออนไลน์ในคืนที่ผ่านถึง 1 ล้านคน และมีเรตติ้ง 6.40 ทั่วประเทศ เรียกได้ว่ากระแสออเจ้า พี่หมื่น ยังคงเหนียวแน่น อื่นใดในการค้นหาจาก Google ก็ค้นหาเรื่อง ท้าวทองกีบม้า กันจ้าละหวั่น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปย้อนรอยที่มาว่าเพราะเหตุใดท้าวทองกีบม้าถึงเป็นผู้ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหวาน พร้อมกับมาดูว่าขนมไทยมีอะไรบ้าง อะไรที่ทำให้ “ท้าวทองกีบม้า” หันมาทำขนมหวาน? บันทึกการทำขนมหวานท้าวทองกีบม้ามีความเห็นออกไปในแบบต่างๆ บางบันทึกก็ว่า ชีวิตช่วงหนึ่งของท้าวทองกีบม้าตกอับ จนกระทั่ง พ.ศ. 2233 ได้รับอนุญาตให้มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านโปรตุเกส และถูกบังคับให้ทำอาหารหวานส่งเข้าวังตามอัตราที่กำหนด เรื่องนี้ปรากฏอยู่ในบันทึกด้วยเนื้อหาที่แตกต่างกันออกไป ตามหลักฐานของ บาทหลวงโอมองต์ (Fr. Aumont) บันทึกไว้ว่า ท้าวทองกีบม้า หรือ “มาดามฟอลคอน” ได้รับแต่งตั้งให้เป็นชาววิเสทประจำห้องเครื่องในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ อีกบันทึกของ อเล็กซานเดอร์ แฮมมิลตัน อ้างว่า ได้พบกับมาดามฟอลคอนในปี พ.
ซีคอนสแควร์ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด พาทุกท่านข้ามกาลเวลา ชวนนุ่งโจง ห่มสไบ กับงาน “เยือนตลาดพรหมลิขิต สวมจริตออเจ้า” วันที่ 16 ตุลาคม 2566 นางรัชนี ปรีดากมลรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมการตลาด ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ เปิดเผยว่า ซีคอนสแควร์ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ของผู้จัดฯ หน่อง อรุโณชา จัดงาน “เยือนตลาดพรหมลิขิต สวมจริตออเจ้า” จากละครฟอร์มยักษ์ ‘พรหมลิขิต’ ภาคต่อของ ละครรักโรแมนติกอิงประวัติศาสตร์ ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่สร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลก ละคร ‘พรหมลิขิต’ บทประพันธ์ของ รอมแพง เป็นเรื่องราวของ ‘พุดตาน’ ที่ได้เจอหีบโบราณและสมุดข่อย มนต์กฤษณะกาลี ทำให้เธอย้อนเวลากลับไปในต้นยุคสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ โดยบทละครได้สอดแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในงาน ได้จำลองสถานที่สำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ที่ปรากฎในละคร ‘พรหมลิขิต’ ได้แก่ วัดพุทไธศวรรย์, หอกลอง, ตลาดบก, ตลาดน้ำวนบางกะจะ, เรือนพุดตาน,
