ลิ้นจี่
เกษตรกรเฮ! MATA Fruitland รับซื้อผลไม้เพิ่ม บรรเทาผลผลิตล้นตลาด MATA Fruitland รับซื้อผลไม้ฤดูกาลจากเกษตรกรในปี 2563 เพิ่มจากปีก่อน 30% หวังช่วยชาวสวนให้เกิดรายได้ และบรรเทาผลผลิตล้นตลาดจากสถานการณ์โควิด-19 นางจิตตรา ปัญญาชัย เจ้าของกิจการ MATA Fruitland เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บรรดาโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) ต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ต่างชะลอการรับซื้อ เพราะการส่งออกไปยังต่างประเทศหยุดชะงัก ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด โดยเฉพาะผลไม้ฤดูกาลซึ่งมีผลผลิตเหลือเป็นจำนวนมาก ทาง MATA Fruitland โรงคัดบรรจุผลไม้ของคนไทย (ล้งไทย) ที่สนับสนุนผลผลิตเกษตรกรไทยมาโดยตลอด จึงได้รับซื้อผลไม้จากชาวสวนเพิ่มขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ลำไย ทุเรียน ลิ้นจี่ และ สับปะรดภูแล เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีผลไม้เกรดส่งออกซึ่งมีความพิเศษ เป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในโซนภาคเหนือเท่านั้น อาทิ “มะม่วงงาช้างแดง” รูปทรงของผลใหญ่ สวยงาม ปลายผลงอน ดูคล้ายกับงาช้าง ผลสุกจะมีเนื้อในสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวานหอม เม็ดเล็ก ไม่มีเสี้ยน และ “มะม่วงแดงจักรพรรดิ” ผลมีขนาดใหญ่สีม่วงแดง ผลดิบหรือห่ามรสจะมันอมเปรี้
เทสโก้ โลตัส ช่วยเกษตรกรไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 รับซื้อผลไม้ไทยเพิ่มกว่า 50% ขยายช่องทางจำหน่ายจากร้านใหญ่ สู่ร้านเอ็กซ์เพรส รวม 2,000 สาขาทั่วประเทศ เทสโก้ โลตัส ช่วยเกษตรกรไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศ โดยในปีนี้เทสโก้ โลตัส จะรับซื้อผลไม้ฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 50% พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ร้านเทสโก้ โลตัส ทุกรูปแบบ รวมทั้งเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส รวมทั้งหมด 2,000 สาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ให้ลูกค้าได้รับประทานผลไม้อร่อย ในราคาคุ้มค่า จากร้านค้าใกล้บ้านหรือส่งตรงถึงบ้าน คุณสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีรายได้ที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีโครงการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง โดยไม่ผ่านคนกลาง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ส่วนลูกค้าก็ได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย จากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เกษตรกรเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถระบายผลผลิตได้ในต่างประเทศ ส่งผลให้มีผลผลิตล้นตลาด
จากกรณีที่มีการศึกษาวิจัย ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางการแพทย์ The Lancet ระบุว่า เด็กในรัฐพิหาร ประเทศอินเดียเสียชีวิตจากการได้รับสารพิษในผลลิ้นจี่ ที่มีชื่อว่าไฮโพไกลซิน(Hypoglycin) โดยสารพิษนี้จะไปต่อต้านกระบวนการสร้างกลูโคสในร่างกาย ส่งผลต่อเด็กเหล่านี้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตส่วนมากครอบครัวมีฐานะยากจน และไม่ได้รับประทานอาหารเย็น ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ รศ.รัชนี คงคาฉุยฉาย ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สารไฮโพไกลซิน เอ ตามที่มีการรายงานในงานวิจัยดังกล่าวนั้น สารชนิดนี้จะมีมากในผลลิ้นจี่ที่ดิบ และจะลดปริมาณของสารลงไปเรื่อยๆ เมื่อผลมีการเจริญเติบโตเต็มที่ หรือเมื่อผลลิ้นจี่กึ่งสุกกึ่งดิบปริมาณสารนี้ก็จะลดลง และเมื่อผลสุกแล้วจะมีปริมาณสารไฮโพไกลซินอยู่ราว 0.1พีพีเอ็ม(ppm)เท่านั้น จากที่ในผลดิบจะมีมากถึงหลักหมื่นพีพีเอ็ม และจะมีปริมาณสูงในเม็ดลิ้นจี่ ซึ่งในประเทศแถบแอฟริกา จะมีผลไม้ชื่อแอกคี(ackee) ซึ่งมีสารไฮโพไกลซินสูงเช่นเดียวกับลิ้นจี่ดิบ รศ.รัชนี กล่าวอีกว่า ในกรณีของเด็กอินเดียที่เสียชีวิตจากการรับประทานลิ้นจี่นั้น ไม่สามารถระบ
