ลูกหนี้
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยทีมงานจาก บริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด (KTBL) และ บริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ครั้งที่ 37/2568 ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายกิตติพศ ตันประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติในงาน กิจกรรมครั้งนี้มีลูกหนี้เข้าร่วมไกล่เกลี่ยจำนวน 796 ราย คิดเป็นภาระหนี้รวมกว่า 102 ล้านบาท โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถตกลงเงื่อนไขการชำระหนี้ที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายพีระพงศ์ พิตรพิบูลพาทิศ ผู้บริหารสูงสุดสายงานสำนักกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “เคทีซีให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่ในกระบวนการบังคับคดี ซึ่งมักเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสในการเจรจาและหาทางออกทางการเงิน เราเชื่อว่าการเปิดพื้นที่ให้ลูกหนี้ได้พูดคุยภายใต้บรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ จะช่วยลดความตึงเครียด และนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยที่โปร่งใสและเป็นธรรม ตลอ
ธอส. ช่วยลูกหนี้ NPL ลดค่างวด-ดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ นาน 1 ปี ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป วันที่ 13 ส.ค. 2564 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สถานะ NPL ซึ่งถือเป็นลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ธอส. จึงได้จัดทำมาตรการที่ 17 [M 17] ช่วยเหลือลูกหนี้สถานะ NPL ให้ผ่อนชำระเงินงวดต่ำพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ ระยะเวลา 1 ปี แบ่งเป็น เดือนที่ 1-3 ผ่อนชำระเพียงงวดละ 1,000 บาท คิดดอกเบี้ยเท่ากับ 0% ต่อปี (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) เดือนที่ 4-6 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี กรณีเงินต้นคงเหลือ 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี เงินงวดจะอยู่ที่ 1,800 บาทต่อเดือน ขณะที่เดือนที่ 7-12 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี กรณีเงินต้นคงเหลือ 1 ล้านบาท เงินงวดจะอยู่ที่ 3,500 บาท ทั้งนี้ หากลูกหนี้ชำระเกินที่ธนาคารกำหนดจะนำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระของลูกหนี้ (ถ้ามี) สำหรับลูกหนี้ที่มีสิทธิเข้ามาตรการ คือ ลูกหนี้ที่มีสถานะ NPL (ค้างชำ
อัพเดตล่าสุด! มาตรการช่วยลูกหนี้ของทุกสถาบันการเงิน สู้วิกฤตโควิด-19 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลก ได้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ได้สรุปมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของแต่ละสถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เช่น ภัยแล้ง และการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไว้ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารยูโอบี ธนาคารทิสโก้ ธนาคารธนชาต ธนาคารทหารไทย ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ธนาคารออมสิน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) https://www.facebook.com/bankofthailandofficial/posts/1072541489
ธปท. ขอสถาบันการเงิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจาก ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แบงก์ชาติมีความห่วงใยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้ 1. ด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม 2. ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้าง 3. ผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63
