ลูกอม
การสร้างธุรกิจ อาจไม่ได้เริ่มจากความฝันที่ยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าในสิ่งเล็กๆ รอบตัว เช่นเดียวกับจุดเริ่มต้นของ แบรนด์คูก้า ที่หยิบผลผลิตทางการเกษตรอย่าง กล้วย มะม่วง และมะพร้าว มาเพิ่มมูลค่าเป็นลูกอม ด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมง่ายๆ ในครัวเรือน ตั้งแต่การกวนในกระทะ รีดเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้น ไปจนถึงการห่อด้วยกระดาษแก้วอย่างประณีต ก่อนจะพัฒนาและต่อยอด จนกลายเป็นลูกอมในตำนานที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันมีกำลังการผลิตนับล้านเม็ดต่อวัน ด้วยเครื่องจักรทันสมัยในโรงงานมาตรฐานระดับสากลทุกขั้นตอน คุณฐณัตพล กาญจโนฬาร เติบโตมากับภาพของพ่อที่ทุ่มเทและตั้งใจสร้างธุรกิจนี้มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่การพัฒนาสูตรไปจนถึงความใส่ใจทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต จนทำให้กิจการเล็กๆ ในครอบครัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้เข้ามาสานต่อกิจการในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด เขาจึงมุ่งมั่นพัฒนาลูกอมคูก้าให้มีคุณภาพ ปลอดภัยและถูกใจผู้บริโภค ด้วยการพัฒนาสูตรต่างๆ รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมาปรับใช้ในกรรมวิธีการผลิต เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้ผลิตลูกอมชั้นนำของประเทศไทย ที่ครองใ
เอี๊ยะแซ ร้านขายยาร้อยปี เจน 4 ผุดไอเดีย แปลงร่าง น้ำเก๊กฮวยตู้แช่ ใส่ซอง อัดเม็ด การยืนระยะได้ยาวนานนับร้อยปี ของ เอี๊ยะแซ ร้านขายยาเก่าแก่ย่านตลาดน้อย ถนนเจริญกรุง ซึ่งปัจจุบันมีทายาทรุ่นที่ 4 เข้ามาสืบทอดแล้วนั้น นับเป็นเรื่องน่าศึกษาสำหรับผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ที่ตั้งใจอยากนำพากิจการของตัวเอง ให้เจริญเติบโตได้ยาวนานและยั่งยืน คุณแตงโม-นพรัตน์ เฉลิมชัยกิจ ทายาทรุ่นที่ 4 ร้านขายยา เอี๊ยะแซ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูล เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง เริ่มต้นว่า ทวดของเธอ มีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นทุน ถ่อเรือจากเมืองจีน ก่อนมาเปิดร้านขายยาครั้งแรก ที่จังหวัดชลบุรี จากนั้นอากง (ลูกของทวด-ปู่ของเธอ) เวลานั้นอายุ 10 กว่าขวบ ตามมาสมทบ เมื่อมีวิชาสมุนไพรพอตัว จึงขอทุนจากทวด มาเปิดร้านยาที่ตลาดน้อย ซึ่งก็คือ ร้านเอี๊ยะแซ ในปัจจุบัน ส่วน ป๊าของเธอ เป็นลูกชายคนโตของอากง ได้รับการถ่ายทอดวิชาสมุนไพรจีนมาสะสมไว้พอตัว ก่อนจะไปเรียนต่อเป็นวิชายาแผนโบราณของไทย เพื่อให้มีใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ร้านดำเนินกิจการต่อมา ส่วนน้องชายคนถัดจากเธอ เรียนทางด้านแพทย์แผนจีน ขณะที่ตัวเธอเอง
มิติใหม่ วงการลูกอม “รสลาบ-ต้มยำ-เขียวหวาน” ถูกใจต่างชาติ แห่ซื้อเพียบ ปกติลูกอมที่เราเห็นกันทั่วไปจะมีรสหวาน เปรี้ยว ซ่า มีส่วนผสมจากน้ำตาล แต่งกลิ่นผลไม้หอมชื่นใจ แต่ปัจจุบันรสชาติของลูกอมได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อาหารไทยที่เราทำกินกันทุกวันนี้ จะกลายเป็นลูกอมเม็ดเล็กๆ ให้เราได้พกพาไปกินได้ทุกที่ เป็นตัวแทนความคิดถึงอาหารไทยได้เป็นอย่างดี ไอเดียน่าสนใจนี้มีที่มาจากชายหนุ่มวัย 32 ปี คุณเอ็กซ์-สราวุธ กุรุพินท์ศิริ ครีเอทีฟประจำบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เขาเริ่มสร้างธุรกิจแรกของตัวเอง ด้วยแนวคิดที่ว่าอยากทำอะไรแปลกใหม่ และฉีกแนวไปจากงานประจำที่ทำมานานหลายสิบปี เขานำไอเดียที่เก็บไว้นานตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา มาลองทำเป็นโปรเจ็กต์เล็กๆ จนกลายเป็นแบรนด์ลูกอมรสอาหารไทย “MINIDISH CANDY” (มินิดิชแคนดี้) ส่งขายห้างชั้นนำของไทยได้สำเร็จ “เด็กๆ ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศจะถูกบอกต่อกันมาว่า ต้องมีของไปโชว์ฝรั่งนะ บางคนไปทำอาหารไทย ไปโชว์ศิลปวัฒนธรรม แต่ผมอยากนำรสชาติอาหารไทยให้ต่างชาติได้ชิม ติดอย่างเดียวคือทำไม่เป็น ลูกอมเป็นไอเดียที่อยู่ในหัวมานาน อยากทำมาก
เปิดใจเด็ก 13 ขวบ เจ้าของลูกอม ‘Zollipops’ โกยรายได้เกือบ 200 ล้าน เมื่อปี 2561 หาเงินได้เยอะแยะตั้งแต่ยังเรียนอยู่แค่ชั้นมัธยม โดยเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา อาลินา มอร์ส เด็กหญิงชาวรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา วัย 13 ขวบ สามารถทำรายได้จากการขาย ซอลลี แคนดี้ (Zolli Candy) ลูกอมที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพฟัน ยังช่วยทำความสะอาดฟันได้ด้วย เป็นเงินถึง 6,000,000 ดอลลาร์ หรือราว 198 ล้านบาท อาลินาคิดส่วนผสมของลูกอมซอลลีขึ้นมาตั้งแต่เธออายุเพียง 9 ขวบ กระทั่งปัจจุบันลูกอมของเธอ ซึ่งมีทั้ง Zollipops, Zolli Drops และ Zaffi Taffy มีวางขายอยู่ในร้านค้า 7,500 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา รวมทั้งในเว็บอเมซอน ในห้างวอลมาร์ท ในโครเกอร์ ใน Whole Foods บริษัทที่ทำธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐอเมริกา สาวน้อยนักคิด นักทำ ให้สัมภาษณ์กับ ยาฮู ไลฟ์สไตล์ (Yahoo Lifestyle) ถึงความเป็นมาและความสำเร็จของลูกอมในตระกูลซอลลีของเธอไว้ดังนี้ ยาฮู ไลฟ์สไตล์ ถามว่า “ฉันได้อ่านมาว่า หนูได้ไอเดียอยากทำลูกอม ซอลลีป๊อป (Zollipops) ตั้งแต่หนูอายุแค่ 7 ขวบ หนูมีการตัดสินใจ และพยายามทำอย่างไรให้ไอเดียนี้ของหนูเป็นจริงขึ้นมา?” อาลินา
