วัตถุกันเสีย
สุ่มตรวจ “ขนมจีน” พบยี่ห้อหมื่นบูรพา-บ้านขนมจีนปทุม วัตถุกันเสียเกินมาตรฐาน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จับมือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สุ่มตรวจขนมจีนและเส้นก๋วยเตี๋ยว โดยมีการสุ่มตรวจตัวอย่างขนมจีนทั้งหมด 31 ตัวอย่างจากตลาดสดและห้างสรรพสินค้าทั้งใน กทม. และปริมณฑล จากผลตรวจไม่พบสารกันบูดประเภทกรดซอร์บิก แต่พบสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิกในทุกตัวอย่าง โดยเส้นขนมจีนที่มีปริมาณสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิกเกินมาตรฐาน คือ เส้นขนมจีน ยี่ห้อ หมื่นบูรพา จากตลาดคลองเตย ตรวจพบปริมาณกรดเบนโซอิก 1066.79 มก./กก. และ เส้นขนมจีน ยี่ห้อ M&A บ้านขนมจีนปทุม จากตลาดสี่มุมเมือง ตรวจพบปริมาณกรดเบนโซอิก 1316.12 มก./กก. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 389 พ.ศ. 2561 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 5) อนุญาตให้ใช้วัตถุกันเสียประเภทกรดเบนโซอิก ปริมาณสูงสุดได้ไม่เกิน 1000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักอาหาร 1 กิโลกรัม ในอาหารประเภทพาสต้า ก๋วยเตี๋ยว และผลิตภัณฑ์ทำนองเดียวกัน ที่ผ่านกระบวนการ ชนิดสด ชนิดแห้ง และชนิดกึ่งสำเร็จรูป กรณีพบการใช้วัตถุเจือปนอาหาร เช่น สารกันบูด เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด จัดเป็นอาหารผิดมาตรฐา
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่า สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ทั่วประเทศ เฝ้าระวังคุณภาพของน้ำปลาที่จำหน่ายและผลิตในประเทศ ในปี พ.ศ.2555 – 2558 ได้รวบรวมข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำปลาทั่วประเทศไทย จำแนกเป็น น้ำปลาแท้ 576 ตัวอย่าง น้ำปลาผสม 545 ตัวอย่าง รวม 1,121 ตัวอย่าง จากผู้ผลิต 245 ราย 422 ยี่ห้อ พบไม่ได้มาตรฐาน 410 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 36.57 โดยพบน้ำปลาแท้ไม่ได้มาตรฐาน 159 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น ร้อยละ 27.6 ส่วนน้ำปลาผสมไม่ได้มาตรฐาน 251 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 46.06 สาเหตุที่น้ำปลาไม่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่ เนื่องจากปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดต่ำร้อยละ 56.10 และปริมาณกรดกลูตามิคต่อไนโตรเจนทั้งหมดสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 65.12 นพ.พิเชฐ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบการเติมผงชูรสเพื่อนำมาแต่งกลิ่นรสของน้ำปลา อาจส่งผลต่อผู้บริโภคที่แพ้ผงชูรส ดังนั้นการกำหนดอัตราส่วนของปริมาณกรดกลูตามิคต่อไนโตรเจนทั้งหม
เมื่อวันที่ 20 กันยายน นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เก็บตัวอย่างน้ำพริกพร้อมบริโภค เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา น้ำพริกเผา น้ำพริกปลาร้าสับ น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก แจ่วบอง เป็นต้น ที่จำหน่ายตามตลาดสด ตลาดนัด ศูนย์โอท็อป ศูนย์ของฝากทั่วประเทศ เพื่อตรวจเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยน้ำพริกพร้อมบริโภคของประเทศไทย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555-2558 รวมทั้งสิ้น 1,071 ตัวอย่าง พบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน 164 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 15 เป็นน้ำพริกพร้อมบริโภคแบบเปียก 346 ตัวอย่าง ไม่ผ่านมาตรฐาน 84 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 24 และน้ำพริกแบบแห้ง 725 ตัวอย่าง ไม่ผ่านมาตรฐาน 80 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 11 นพ.อภิชัยกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ไม่ผ่านมาตรฐานด้านเคมี พบการใช้วัตถุกันเสียเกินปริมาณที่อนุญาต ร้อยละ 11 ชนิดของวัตถุกันเสียที่พบมากสุด ได้แก่ กรดเบนโซอิก โดยปริมาณที่พบในน้ำพริกแบบแห้ง 1,089-6,872 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) และน้ำพ
