วัยรุ่นจีน
หากย้อนไปไม่กี่ปีก่อน ภาพจำของคนจีนทั้งกลุ่มวัยรุ่น Gen Z และ Millennials คือการประโคมใส่สินค้าแบรนด์เนมที่มีโลโก้เด่นชัดแบบตะโกน เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่ง แต่มาวันนี้ พฤติกรรมเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่พุ่งสูง วัยรุ่นจีนตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตเริ่มหายาก พวกเขาจึงหันมาใช้จ่ายกับ “Emotional Value” หรือคุณค่าทางอารมณ์ เพื่อเป็นเกราะกำบังความเครียด จนเกิดเป็นกระแสที่เรียกว่า “Xuanxue Economy” (เศรษฐกิจซวนเสวี่ย) หรือเศรษฐกิจสายมูเตลูหรือความเชื่อนั่นเอง แม้ว่าภาพรวมของตลาดสินค้าหรูในจีนจะหดตัวลง แต่สินค้าแบรนด์เนมที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับ “ความเชื่อและโชคลาภ” กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง Xiaohongshu แฮชแท็ก #xuanxue มียอดเข้าชมมากกว่า 5 พันล้านครั้ง โดยชาวเน็ตจีนได้ร่วมกันสร้างคู่มือ “เครื่องประดับสายมู” ขึ้นมาอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น ไม่เพียงแต่แบรนด์หรูเท่านั้น เพราะตลาดเครื่องประดับราคาย่อมเยา อย่าง กำไลหินคริสตัลเสริมพลังงาน ก็มียอดขายออนไลน์พุ่งสูงขึ้นถึง 320% ในปีที่
ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ บรรดาคนรุ่นใหม่ในเมืองกุ้ยหยาง เมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ต่างนิยมใช้ชีวิตตามวิถี “กาแฟยามกลางวัน สังสรรค์สุรายามค่ำคืน” (Coffee by Day, Beer by Night) วัฒนธรรมนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สร้างสีสันให้กับบรรยากาศวันหยุดของเมือง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจการบริโภค โดยร้านกาแฟท้องถิ่นอย่างร้าน “กัปตัน จอร์จ” (Captain George) มีลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่านักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากกรุงปักกิ่งต่างประทับใจในคุณภาพที่เหนือระดับของวงการกาแฟในกุ้ยหยาง ผู้ก่อตั้งคาเฟ่แห่งหนึ่งของกุ้ยหยางยังได้รับรางวัลการแข่งขันดริปกาแฟชิงแชมป์โลก (World Brewers Cup) ประจำปี 2025 อีกทั้งร้านกาแฟต่างๆ ยังมีการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับวัตถุดิบพื้นเมือง อาทิ ผลกุหลาบป่า (Roxburgh Rose) และผักคาวตอง ซึ่งได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูง แม้ว่ากุ้ยหยางจะไม่ได้ผลิตเมล็ดกาแฟเอง ทว่ากลับมีคาเฟ่มากกว่า 3,000 แห่ง และมีบุคลากรดีกรีแชมป์ระดับประเทศและระดับสากลทั้งด้านการคั่วและการชงกาแฟมากกว่า 10 ราย ขณะท
