วางแผนการเงิน
ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า อายุขัยเฉลี่ยของประชากรทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการมีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่ยังนำมาซึ่งความท้าทายทางการเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Longevity Risk” หรือความเสี่ยงที่อายุขัยของมนุษย์ยืนยาวกว่าเงินออมที่เตรียมไว้ ในอดีตแนวคิดการวางแผนการเงินมักตั้งอยู่บนสมมติฐานแบบเดิม คือ เรียน ทำงาน สะสมเงิน และเกษียณในช่วงอายุประมาณ 60 ปี แต่ในโลกที่อายุขัยยืนยาวขึ้น ชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานหลายสิบปี ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “มีเงินพอใช้หลังเกษียณหรือไม่” แต่คือ “ระบบการเงินของเราจะสามารถรองรับชีวิตที่ยาวขึ้นได้อย่างไร” การวางแผนการเงินจึงจำเป็นต้องปรับมุมมองใหม่ เคทีซีแนะนำ 3 วิธีคิดสำคัญ ที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพื่อให้สามารถรองรับชีวิตที่มีหลายช่วงและหลายบทบาทมากกว่าที่เคย 1. มองการเงินเป็น “เส้นทางชีวิต” ไม่ใช่เพียงรายรับรายจ่ายรายเดือน การวางแผนการเงินในอดีตม
‘Happy Money, Happy Young Old ปูนนี้ (ก็) มีใช้’ วางแผนการเงินเตรียมพร้อมเกษียณอย่างมั่นคง ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญกับภาวะสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) หรือมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องมีการเตรียมการรับมือในหลายด้าน รวมถึงด้านการเงินที่จากข้อมูลพบว่าสถานการณ์ทางการเงินของคนไทยวัยเกษียณอยู่ในภาวะเปราะบางอันเกิดจากการขาดความรู้และทักษะด้านการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ริเริ่มโครงการ “Happy Money, Happy Young Old ปูนนี้ (ก็) มีใช้” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับองค์กรและหน่วยงานพันธมิตร เตรียมกลุ่มวัยใกล้เกษียณและหลังเกษียณ เข้าถึงความรู้และเข้าใจการวางแผนและการจัดสรรเงินออมเพื่อเกษียณได้อย่างเหมาะสม ผ่านรูปแบบกิจกรรม ผสมผสานทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ วางเป้าหมาย เตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน “จาก Aged Society สู่ Happy Young Old” เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 เพื่อนำเสนอแนวคิดหลากหลายแง่มุมแก่ผู้ที่เตรียมเกษียณหรือเกษียณแล้ว ต้องตระหนักและเตรียมการ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ภาครัฐและพ
ต้องยอมรับว่าในภาวะเศรษฐกิจเช่นยุคนี้ การวางแผนการเงิน คือทางรอดสำคัญอย่างหนึ่ง หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองมาฟังคำแนะนำดีๆ จาก กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่แนะเคล็ดลับวางแผนการเงินรับต้นปีเพื่อช่วยให้คุณมีเงินใช้คล่องมือตลอดปีแบบไม่มีสะดุด 1. ตรวจสอบที่มาของรายรับและรายจ่ายสม่ำเสมอ การทำบัญชีแสดงรายรับ-รายจ่าย คือ หัวใจ สำคัญที่จะเห็นร่องรอยการใช้จ่ายของตัวเองว่าเป็นอย่างไร เปรียบได้กับมีแผนที่ช่วยนำทางเพื่อให้รู้ที่มาและที่ไปของเงินคุณ จะได้รู้ว่าคุณควรแบ่งเงินสำหรับใช้หรือเก็บอย่างไร อาจลองทำตามคำแนะนำง่ายๆ คือ ให้แบ่งเงินเป็น 3 หมวดตามรายการใช้จ่ายจริงของคุณ ดังนี้ เงินเพื่อการออม เช่น เงินฝากประจำ กองทุน สลากออมสิน หุ้น เงินเพื่อใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าสาธารณูปโภค ค่าอาหาร เงินเพื่อความสุข เช่น หนังสือ ท่องเที่ยว ชมความบันเทิงต่างๆ เคล็ดลับสำคัญคือ ให้ออมก่อนใช้ และอย่าใช้ก่อนแล้วค่อยออมจะทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย 2. ใช้แอปพลิชันช่วยจัดการค่าใช้จ่าย ยุคนี้มีแอปพลิเคชันช่วยจัดการเรื่องการเงินอย่างมากมาย แอปพลิเคชันบริหารค่าใช้จ่าย
วางแผนการเงินอย่างไร ให้ท่องเที่ยวได้สนุกสุดคุ้ม ใกล้ปลายปีแล้ว หลายคนคงเริ่มคิดถึงทริปในฝันเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตชั้นนำ มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้วางแผนการเงินเพื่อการท่องเที่ยวปลายปีได้แบบคุ้มๆ มาฝากกัน 1. เที่ยวอย่างสบายใจต้องจัดสรรเงินไว้ล่วงหน้า ก่อนอื่นควรหาข้อมูลคร่าวๆ ว่าจุดหมายปลายทางของเราต้องใช้งบประมาณเท่าไร และเราต้องการจะเดินทางไปในช่วงไหน มีเวลาออมเงินนานแค่ไหน จากนั้นก็วางแผนออมเงินเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทริปในฝันเป็นจริงได้ง่ายขึ้น และป้องกันไม่ให้งบที่จะใช้เพื่อท่องเที่ยวไปกระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ของเรา เช่น ใช้วิธีออมเงินเพื่อใช้ท่องเที่ยวโดยแบ่งส่วนมาจากรายได้ประจำราว 10% และออมเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้เพื่อการท่องเที่ยวไว้โดยเฉพาะไว้เป็นประจำทุกเดือน หรือปันส่วนมาจากรายได้พิเศษ เช่น เงินโบนัส เป็นต้น นอกจากนี้ อาจลองลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มงบท่องเที่ยว เช่น ลดความถี่ในการสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อน, งดช้อปปิ้งของฟุ่มเฟือยชั่วคราว เป็นต้น 2. วางแผน
ชวนคู่รัก วางแผนเก็บเงินแต่งงาน ไร้กังวลเรื่องเงินในกระเป๋า การสร้างครอบครัวเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการใช้ชีวิตคู่ของหลายๆ คน แน่นอนว่าปัจจัยเรื่องสถานะทางการเงินของคู่รักย่อมส่งผลต่อทิศทางการดำเนินชีวิตคู่ เพราะการเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการแต่งงานสร้างครอบครัวนั้น ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ยิบย่อยจนคุณอาจคาดไม่ถึง วันนี้เรามีเคล็ดลับทางการเงินที่จะชวนคู่รักประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับจัดงานแต่งงานที่ต้องเตรียมรับมือ เพื่อให้โอกาสสำคัญในชีวิตคู่ราบรื่นไร้กังวลเรื่องเงินในกระเป๋า และวางแผนการเงินล่วงหน้าได้ดียิ่งขึ้น โดยประเมินจากงบประมาณจำนวนผู้ร่วมงานประมาณ 50-100 คน และค่าใช้จ่ายนี้เป็นเพียงประมาณการข้างต้น คร่าวๆ จะมีค่าใช้จ่าย 8 ส่วนที่ต้องวางแผน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ และปัจจัยอื่นๆ ตามความเหมาะสม 1. ค่าพรีเวดดิ้ง 8,000-15,000 บาท สำหรับหลายๆ คู่ที่อยากเก็บภาพความทรงจำไว้ เลือกที่จะถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเก็บไว้นั้น ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อยู่ระหว่าง 8,000-15,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สถานที่ถ่ายภาพ ค่าช่างภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถเลือกประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนน
