วิกฤตเศรษฐกิจ
รายได้ “X” ยังขาดทุนต่อเนื่อง พบว่า ความเชื่อมั่นของนักการตลาดลดลง เหตุเพราะ “X” เปลี่ยนแปลงไวและคาดเดายาก เรียกได้ว่าเวลาผ่านไป 2 ปีแล้ว นับตั้งแต่ Elon Musk ได้เข้าซื้อ Twitter มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์ และถ้าบอกว่า 2 ปีที่ผ่านมานี้เป็นช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายก็ถือว่าไม่เกินจริง เพราะตั้งแต่การเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก ไปจนถึงการยกเลิกฟีเจอร์ยอดนิยม และการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างกะทันหัน Elon Musk ไม่เพียงแต่พลิกโฉมทวิตเตอร์เท่านั้น แต่เขายังเปลี่ยนชื่อเป็น X อีกด้วย ซึ่งมีรายงานว่า นี่จะเป็นก้าวแรกที่ทำให้ Twitter กลายเป็นแอปสำหรับทุกอย่างที่มหาเศรษฐีผู้นี้ใฝ่ฝันที่จะสร้างขึ้นสักวัน เนื่องด้วยสถานการณ์ที่แตกแยกกันอย่างรุนแรงนี้ ประชาชนจึงมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ว่าการเข้าซื้อกิจการของ Musk ซึ่ง Wall Street Journal เรียกว่า “การซื้อกิจการที่แย่ที่สุด นับตั้งแต่วิกฤตการเงิน” ทำให้แพลตฟอร์มนี้ดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่ ในขณะที่บางคนบอกว่า เขาเปลี่ยน Twitter หรือ X ให้กลายเป็นป้อมปราการด่านสุดท้ายของเสรีภาพในการพูด ในโลกที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความตื่นรู้อย่างกว้างขวาง คนอื่นคิดว่าการขาดก
วิกฤตเลวร้ายสุด ในรอบศตวรรษ ครึ่งปีนี้อ่วมแน่ ถ้ารัฐไม่แก้ปัญหา ราคาน้ำมัน คุณวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า ประธานทีมเศรษฐกิจ กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจ รอบนี้น่าจะเลวร้ายสุดในรอบศตวรรษ ทั้งภัยโรคระบาด ภัยสงคราม และภัยการเมือง ความขัดแย้งในประเทศ ช่วงครึ่งปีหลังนี้ น่ากลัวมาก ผู้ประกอบการต้องประคองธุรกิจ และตั้งการ์ดสูงๆ เข้าไว้ ทั้งนี้ พรรคกล้า ในฐานะพรรคการเมือง ที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ได้พบสาเหตุหลักของ สินค้าราคาแพง และเงินเฟ้อพุ่งกระฉูด เพราะสาเหตุใหญ่มาจากราคาน้ำมันแพง เพราะน้ำมัน เป็นต้นทุนของการผลิตสินค้า และเป็นต้นทุนค่าขนส่งของทุกสินค้า ถ้าราคาน้ำมันแพง นั่นคือสินค้าทุกชนิดแพงทั้งแผ่นดิน ดังนั้น ทุกรัฐบาลจึงต้องควบคุมราคาน้ำมัน ให้ต้นทุนต่ำและมีราคาที่เป็นธรรม แต่จากการตรวจสอบของพรรคกล้า พบความผิดปกติของต้นทุนน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศ เพราะค่าการกลั่นน้ำมัน สูงขึ้น 10 เท่าในปีเดียวอย่างไม่มีเหตุผล จากค่ากลั่น 0.87 บาทเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมาเป็น 8.56 บาทในปีนี้ ขึ้นสูงมากอย่างไม่มีเหตุผลรองรับ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน แพงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นอีกลิตรละเกือบ 8 บาททันที
ไม่หวั่นวิกฤต! เปิด 7 กลยุทธ์ ช่วยธุรกิจเติบโตทุกสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจ มักทำให้ธุรกิจอยู่บนความไม่แน่นอน หากต้องพบกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ จนขายของไม่ได้ ธุรกิจไม่มีรายรับ จะรับมืออย่างไร? มีกลยุทธ์อะไรบ้าง ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ? มาดู 8 กลยุทธ์ดังต่อไปนี้กัน กลยุทธ์ที่ 1 : ลงทุนน้อย ให้ได้กำไรมาก การลงทุนน้อยๆ ให้ได้กำไรมากๆ เป็นวิธีการที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะเวลาที่ เมืองสองเมืองรบกัน ก็มักจะใช้หลักการ ชนะศัตรูโดยเสียเสบียงไพร่พลให้น้อยที่สุด เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันการทำตลาดด้วยการลงทุนน้อยๆ แต่ให้ได้ผลมากๆ อย่าง การทำตลาดผ่าน Social Network ก็เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะตัวเลขของลูกค้าที่หันมาใช้โทรศัพท์มือถือ Smart Phone หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มีมากขึ้นทำให้การทำตลาดที่มีต้นทุนสูง ในระบบเดิมๆ อาจไม่ตอบโจทย์แล้ว ถ้าหากผู้ประกอบการทำได้ ถูกจุด ถูกทาง ก็จะทำให้สามารถเพิ่มยอดสินค้าและบริการได้ แม้ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคือง กลยุทธ์ที่ 2 : ปรับปรุงคุณภาพสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ยามเศรษฐกิจดี ค้าขายคล่องมือ ผู้ประกอบการอาจต้องใช้เ
SMEs ชี้ “เศรษฐกิจเข้าขั้นวิกฤต!” คนใช้เงินน้อย ต้องจัดโปร-ลดราคา เรียกลูกค้า วิกฤตเศรษฐกิจ – หันซ้ายแลขวา เห็นมีแต่คนบ่นกันให้หนาหู โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายที่บ่นกันว่า “ขายของไม่ค่อยได้” ไม่ก็ “เศรษฐกิจแย่” แม้แต่ในโลกโซเชียล ก็มีคนออกมาตั้งคำถามว่า “ตอนนี้เรียกว่าอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจแล้วยัง?” ถือเป็นคำถามชวนสะกิดใจที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้นำไปสอบถามเหล่าผู้ประกอบการต่างๆ คุณภาพ- สุภาพ แนบกลาง วัย 49 ปี เจ้าของร้าน “ครูภาพ ตำยำนัว” ให้สัมภาษณ์ว่า โดยส่วนตัวเธอคิดว่า เศรษฐกิจไม่ดี คนลดการกินการใช้ลงมาก หลายคนตกงานออกมาค้าขาย มีแต่คนขาย คนซื้อไม่มี ทุกร้านในบริเวณเดียวกันก็เงียบเหงาไม่ค่อยมีลูกค้า ร้านเธอเองจากที่เคยขายดีลูกค้าเต็มร้าน ตอนนี้ต้องลุ้นกันวันต่อวันว่าจะขายทุนหรือเปล่า มีเงินจ่ายลูกน้องไหม เพราะตั้งแต่ต้นปีมาขายของยาก ยอดขายตกลงมาก เธอจึงต้องประคองตัวด้วยวิธี จัดโปรโมชั่นอาหารบางรายการที่สามารถลดราคาได้ แต่ยังคงจำนวนและคุณภาพของอาหารเหมือนเดิม และเพิ่มการขายผ่านออนไลน์ในทุกแอพพลิเคชั่น เช่น ไลน์แมน แกร็บฟู้
วิกฤตเศรษฐกิจ! “ซันโย” ประกาศปิดกิจการ เลิกจ้างพนักงานกะทันหัน ขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน! วันที่ 21 ก.ค. แฟนเพจ เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง เผยแพร่เอกสารประกาศจาก ผู้บริหารบริษัท ซันโย เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้สั่งให้มีการแจ้งปิดกิจการ และเลิกจ้างพนักงาน โดยเนื้อหาดังนี้ “เรียนพนักงานทุกท่าน บริษัทมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องปิดกิจการ และเลิกจ้างพนักงานทุกคน เหตุผลของการเลิกจ้างครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ประสบภาวะขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 2562 เป็นต้นไป” สำหรับบริษัท ซันโย เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด นั้น เป็นบริษัทประกอบกิจการ ผลิตชิ้นส่วนแม่พิมพ์ แม่พิมพ์ และซ่อมแซมแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะ ตั้งอยู่ ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
