วิถีพอเพียง
ผลิตสินค้า แล้วไม่ทำการตลาดควบคู่กันไป เกิดคำถามแน่ ทำแล้วจะขายใคร เพราะอยากปลูกพืชให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก เพื่อสร้างรายได้ปลดหนี้สิน ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ยังคงพึ่งพาสารเคมีกําจัดวัชพืชและแมลงศัตรูพืชในปริมาณมาก ทว่าแม้จะพยายามหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารพิษด้วยการไม่กินผักที่ปลูกขาย ใช่ว่าจะหลีกหนีพ้น เมื่ออากาศที่สูดดมเต็มไปด้วยละอองฝอยของสารเคมี ส่วนผืนดินยังอาบชุ่มไปด้วยสารพิษ และเพื่อเป็นการรณรงค์ให้เกษตรกร เห็นความสำคัญของการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ‘สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน’ จังหวัดกาญจนบุรี จึงจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยพอใจในวิถีพอเพียง เมื่อปี 2562 เพื่อฝึกทักษะอาชีพการทำเกษตรอินทรีย์และการแปรรูปผลผลิตจากพืชผลทางการเกษตร จนนำไปสู่การรวมกลุ่มของคนในชุมชนจัดตั้ง ‘วิสาหกิจชุมชนพอใจในวิถีพอเพียง’ เป็นผลสำเร็จ และปี 2563 ได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้ครบวงจร เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ผู้ด้อยโอกาสให้สามารถผลิต แปรรูป และจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้อย่างยั่งยืน คุณพาฝัน ไพรเกษตร อายุ 48 ปี ผู้รับผิดชอบโครงการฯ เล่าว่
ผู้เขียน พัฒนา นรมาศ เกษตรกรรม เป็นกิจกรรมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง แต่การเลือกทำเพียงกิจกรรมเดียว จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะไม่ได้รับผลผลิตเมื่อต้องประสบกับภัยสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ แต่ถ้าเลือกทำ “เกษตรผสมผสาน” คือมีตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไป มีการวางแผนการผลิต ใช้ปัจจัยผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงก็ลดลง ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวนเกษตรผสมผสานจึงเป็นทางเลือกในการยกระดับรายได้เพื่อนำไปสู่การดำรงชีพที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสาน วิถีพอเพียง บนพื้นที่ 2 ไร่ ที่สิงห์บุรี มาบอกเล่าสู่กัน คุณยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดสิงห์บุรีมีพื้นที่การเกษตร 418,781 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำนา 377,826 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ 11,002 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชสวน เช่น ปลูกไม้ผล พืชผัก 26,895 ไร่ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 1,189 ไร่ และพื้นที่ประมง 1,869 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทั้งทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำไร่นาสวนผสม หรือเกษตรผสมผสาน เกษตรผสมผสาน เป็นงานเกษตรที่ทำตั้งแต่ 2 กิจกรรม ขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยง โดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทา
