วิธีการถนอมอาหาร
ศิลปวัฒนธรรม ชวนชิมประวัติศาสตร์ผ่านปลาร้า น้ำปลา กะปิ ภูมิปัญญาถนอมอาหารเก่าแก่คู่ครัวไทย ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของภูมิปัญญาด้านการถนอมอาหารของไทยและอุษาคเนย์ ที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ โดยเฉพาะ “ปลาร้า น้ำปลา กะปิ” ที่เป็นส่วนผสมสุดพิเศษคู่ครัว ช่วยขับเน้นรสชาติอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น และยังเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ส่วนผสมสำคัญที่ทำให้อาหารไทยโด่งดังไกลทั่วโลก “ศิลปวัฒนธรรม” ผู้นำคอนเทนต์ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ และวัฒนธรรม ในเครือมติชน จึงได้ชวนทุกคนมาร่วมชูภูมิปัญญาถนอมอาหารเก่าแก่คู่ครัวไทย ในงาน SILPA SAVOURY “ชิมประวัติศาสตร์ผ่านปลาร้า น้ำปลา กะปิ” ร่วมกับ ร.ศ. ๑๒๗ “ในข้าวมีคำ” ร้านอาหารไทยระดับไฟน์ไดนิง เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีผู้สนับสนุน ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) น้ำปลาแท้ กะปิแท้ ตรา ตราชู ตราชั่ง “กว่า 70 ปี ที่อยู่คู่เมืองระยอง” และน้ำปลาร้า หม่ำแซ่บ “แซ่บทุกคำ.. หม่ำคอนเฟิร์ม” ภายในงาน ผู้บริหารเครือมติชน นำโดย ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ และผู้บริหาร ร.ศ. ๑๒๗ “ในข้าวมีคำ” เช่น ปิยวรรณ สารสมบูรณ์ เชฟและหนึ่งในหุ้นส่วน ให้การต้อนรับผู้ร่วมงาน อาทิ สุรช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่โรงเรียนสฤษดิ์เสนาพิทยาคม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มนี้ ได้ช่วยกันทำไข่เค็มสมุนไพรที่มีกลิ่นของสมุนไพรใบเตย เพื่อนำออกจำหน่ายในตลาดชุมชน เนื่องจากในชุมชนมีการเลี้ยงเป็ดไข่กันมาก เมื่อเหลือจากรับประทานในชีวิตประจำวันแล้ว จึงจำเป็นต้องทำไข่เค็ม เพื่อถนอมอาหารไว้รับประทาน นักเรียนกลุ่มนี้จึงได้ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการถนอมอาหาร โดยการนำไข่เป็ดมาทำเป็นไข่เค็ม มีแนวคิดพัฒนาไข่เค็มที่ทำให้มีกลิ่นและรสชาติของใบเตยขึ้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะชุมชน เพื่อเป็นการถนอมอาหารไว้รับประทานและจำหน่ายสร้างรายได้ นางสมใจ ชูจิตร ครูชำนาญการพิเศษ เล่าว่า การทำไข่เค็ม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การวางแผนการทำงานร่วมกัน การตลาดเป็นการส่งเสริมรายได้ให้เด็ก สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ ใช้เวลาในช่วงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ และกลุ่มสนใจ ที่ทำไข่เค็มสมุนไพรนี้ เรามองการตลาดว่าหน้าโรงเรียนมีตลาดชุมชนที่ยังไม่มีไข่เค็มจำหน่าย นอกจากนี้ ไข่มีประโยชน์ เด็กได้รับประทานและนำไปจำหน่ายได้ด้วย นายเจตริน มูลสวัสดิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บอกว่า ผมใช้เวลาทำในช
