สตาร์ตอัพ-เอสเอ็มอี
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม ว่า ธุรกิจมีโอกาสอยู่รอดได้ แต่ทางรอดต้องอาศัยการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านงานวิจัย ตัวอย่างเช่น เกษตรกรผู้ปลูกกล้วย แต่ก่อนตัดขายเป็นหวี แต่ตลาดยุคปัจจุบันกลับขายเป็นลูก จึงได้สร้างมูลค่าเพิ่ม นำกล้วยไปทำวิจัย เปลี่ยนหน้าตาจากกล้วยเป็นหวี กลายเป็นผงกล้วยเสริมพลังงาน สิ่งที่ผู้ประกอบการรายนี้ได้ไปคือเคล็ดลับความสำเร็จที่ไปได้ไกลกว่าเดิม จากธุรกิจเดิมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกต้อง ความสำเร็จที่มีอาจไม่เรียกว่าความสำเร็จอีกต่อไป เช่นเดียวกับ ตัวอย่างเอสเอ็มที่สอง น้องรุ่นใหม่ความรู้สูง ค้นพบงานวิจัยว่า เปลือกมังคุดมีสารชนิดหนึ่ง ที่คนเป็นสิวรักษาสิวได้ เป็นแผลก็รักษาได้ ผู้ประกอบการรายนี้จึงได้นำเปลือกมังคุดเหลือทิ้ง มาสร้างมูลค่
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ธพว.ยังคงเดินหน้าตามบทบาทภารกิจด้านการร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณะกรรมการร่วมลงทุนของ ธพว.อนุมัติในหลักการร่วมลงทุนธุรกิจกลุ่มสตาร์ตอัพ ตามเป้าหมายของรัฐบาลก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยนำนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ก่อให้เกิดการสร้างงานในชุมชนและเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยเป็นการร่วมทุนในกองทุนร่วมลงทุนพันธกิจเอสเอ็มอี เชิงเกษตรและที่เกี่ยวข้อง จำนวนรวม 6 กิจการ คิดเป็นวงเงิน 117.61 ล้านบาท “กิจการสตาร์ตอัพ ที่ ธพว.ร่วมลงทุน เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกวยจั๊บกึ่งแปรรูปของผู้ประกอบการ 2 กิจการ คือ บริษัท ดีไลท์ 88 จำกัด ตราจั๊บจั๊บ และบริษัท เบน เบน ฟู๊ด จำกัด ตราฮาลอง จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมทุนรายละ 0.35 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ธนาคารให้การสนับสนุนตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ โดยส่งเสริมการบ่มเพาะตามโปรแกรมการพัฒนาเกิดจากความร่วมมือระหว่าง ธพว.กับอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จนสามารถนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย และ
