สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
สานต่อคุณค่างานหัตถกรรมแห่งชาติพันธุ์ “มละบริ” สู่งานคราฟต์ เอาใจคนรักธรรมชาติ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. สืบสานและส่งต่อภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมแห่งชาติพันธุ์มละบริ ผ่านการยกย่องเชิดชู “นางอรัญวา ชาวพนาไพร” เป็นทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2567 ประเภทเครื่องจักสาน ที่สืบสานและสร้างสรรค์งานกระเป๋าถักมือจากเถาวัลย์ป่า ให้เป็นงานคราฟต์โดนใจสายแฟที่แคร์โลก ชาติพันธุ์มละบริ หรือที่เป็นที่รู้จักและถูกเรียกขานว่า “ชาวตองเหลือง” ตั้งถิ่นฐานในจังหวัดแพร่และน่าน เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความผูกพันกับธรรมชาติและผืนป่า มีความสามารถพิเศษในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย ยา และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ล้วนได้มาจากป่าทั้งสิ้น รวมถึงภูมิปัญญาในงานศิลปหัตถกรรม เพราะมีการผลิตของใช้ในชีวิตประจำวัน เรียกว่า “ญอก” หรือ “ย่าม” ปัจจุบัน ภูมิปัญญาเหล่านี้ได้ถูกส่งต่อจากบรรพบุรุษรุ่นสู่รุ่น และมีการปรับประยุกต์รูปแบบ สร้างสรรค์เป็นงานหัตถกรรมที่มีความร่วมสมัยโดย “อรัญวา ชาวพนาไพร ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2567” อรัญวา กล่าวว่า ญอก หรือกระเป๋าถักจากเถาวัลย์ป่า
อวดโฉมหัตถศิลป์แห่งภูมิปัญญาไทย ผสานความคิดสร้างสรรค์ ในงาน LIFESTYLE Week TOKYO 2023 สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit มีนโยบายเสริมสร้างภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” สู่ระดับโลก โดยอาศัยจุดแข็งของทุนทางวัฒนธรรมของไทยด้านศิลปหัตถกรรม สร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยมีความแตกต่าง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทย โดย sacit ได้นำงานหัตถศิลป์ไทยทรงคุณค่า โดดเด่นด้านดีไซน์ ไปจัดแสดง พร้อมกับเชิญ 5 ตัวแทนผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทยไปร่วมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฝีมือเชิงช่าง ในงาน LIFESTYLE Week TOKYO 2023 ณ ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวงานครั้งแรกกับผลงานใหม่สุดล้ำค่า “แจกันพันธนาการแห่งสายน้ำ” ของ ครูอุทัย เจียรศิริ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ของ sacit ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติอย่างมาก โดยผลงานนี้ได้นำคติความเชื่อเรื่องป่าหิมพานต์ คือ ชลบาท (สัตว์น้ำ) และดอกบัว มาเป็นแรงบันดาลใจในสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมกับผสมผสานทฤษฎีการออกแบบสากล “golden ratio” ปรับรูปทรงแจกันเป็นหอยน
