สภาพัฒน์
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เผย รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2568 พบว่า ภาพรวมตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย การจ้างงานเพิ่มขึ้น 0.02% อยู่ที่ 39.5 ล้านคน ขณะที่การจ้างงานภาคเกษตรกรรมหดตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 0.9 ด้านค่าจ้างแรงงานโดยรวมลดลง 1.9% แต่แรงงานในระบบเพิ่มขึ้น 2.5% ขณะที่ภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น 2.4% อยู่ที่ 14,370 บาทต่อเดือน อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.91% หรือ 3.7 แสนคน ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า โดยผู้ว่างงานที่จบอุดมศึกษายังมีสัดส่วนสูงเกือบ 2% ส่วนผู้เสมือนว่างงานอยู่ที่ 2.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5% ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ขณะที่องค์กรต่างๆ ปรับสัญญาการจ้างงานจาก “พนักงานประจำ” เป็น “สัญญาจ้างชั่วคราว” โดย 2 ปีที่ผ่านมามีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน มองว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวและต้องการลดต้นทุนองค์กรในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า ส่วนชั่วโมงการทำงานที่ลดลง ในภาคเอกชนยังไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก โดยเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มการส่งออกยังคงอยู่ในระดับเดิม ชั่วโมงการทำงานจะปรับตัวดีขึ้น นายดนุ
เคทีซี x สภาพัฒน์ ชี้เศรษฐกิจปี 2568 โอกาสเติบโตท่ามกลางความท้าทาย ในอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภค เคทีซี เปิดเวทีเสวนา KTC FIT Talk 13 “โฟกัสเศรษฐกิจปี 2568 : โอกาสและความท้าทาย” นำเสนอข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจ การรับมือความผันผวนและปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจเกิดขึ้นในปี 2568 ชี้อุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคมีโอกาสเติบโตท่ามกลางความท้าทาย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ประมาณ 2.7% โดยไตรมาส 4/2567 จีดีพีจะขยายตัวได้ 4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และการขยายตัวของการส่งออก แต่ในปี 2568 ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า จีดีพีจะขยายตัว 2.9% แต่แนวโน้มยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีความเสี่ยงที่โน้มเอียงไปในทิศทางขาลง ซึ่งทางไอเอ็มเอฟคงจะนึกถึงการชนะการเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์ และความเสี่ยงของภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้น หากมองไปในปี 2568 จะมี 4 ปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้คือ 1. การส่งออกสินค้าซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของจีดีพี โดยการส่งออกของ
