สมาคมผู้เลี้ยงหมู
“หมูเถื่อน” เหิมเกริมนำเข้าหนัก ทำผู้เลี้ยงหมูกระอัก ราคาดิ่ง หมูมีชีวิตเหลือ 72-73 บาท/กก. ขณะที่ต้นทุนเกือบ 100 บาท/กก. ขาดทุนยับ ประชุมด่วนร้องตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายแก้ปัญหา หากไม่ได้รับการแก้ไขเตรียมแจ้งความ-ร้อง DSI-ป.ป.ช.เอาผิด นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากการนำเข้าหมูเถื่อนจากต่างประเทศที่มีอย่างมโหฬาร ผ่านแหล่งต้นทางใหญ่นำเข้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มซื้อขายกันจริงดิ่งลงเหลือเพียง 72-73 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนผู้เลี้ยงรายย่อยตกเกือบ 100 บาทต่อกิโลกรัม ผู้เลี้ยงรายกลางต้นทุนอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และต้นทุนรายใหญ่อยู่ที่ 70 กว่าบาทต่อกิโลกรัม และราคายังมีทิศทางดิ่งลงอีก สวนทางกับต้นทุนราคาอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพดและถั่วเหลืองที่ปรับราคาสูงขึ้น ขณะที่กำลังการบริโภคลดลง แม้การท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัว แต่การบริโภคยังน้อย ส่งผลให้ผู้เลี้ยงรายเล็กและรายกลางที่กำลังเริ่มฟื้นตัวจากโรคอหิวาต์แอฟริกัน
สมาคมผู้เลี้ยงหมู ยืนยันคัดค้านนำเข้าหมูมะกันหวั่นอันตรายสารเร่งเนื้อแดง นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี และอุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐอเมริกา (ทิฟา) จะเผยผลการศึกษาและวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการบริโภคเนื้อหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างตามมาตรฐานของโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเดกซ์) ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคมนี้ตามกำหนดของคณะกรรมการร่วมสองฝ่าย ทำให้ผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศวิตกกังวลหากผลการศึกษาออกมาว่าแล้วพบว่าการกินหมู-เครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างไม่เป็นอันตราย เท่ากับคนไทยต้องยินยอมให้หมูสหรัฐที่มีสารเร่งเนื้อแดงเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “สหรัฐมีความพยายามจะส่งออกเนื้อหมูและเครื่องใน ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยงมายังไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าไทยจะยืนยันหนักแน่นไม่ให้นำเข้าเพราะการเลี้ยงหมูสหรัฐสามารถใช้สารเร่งเนื้อแดงได้อย่างเสรี ซึ่งขัดกับกฎหมายไทยที่ห้ามใช้สารดังกล่าวมาตั้งแต่พ.ศ.2525 และภาครัฐมีการเดินหน้าจับกุมผู้ลักลอบกระทำ
