สระบุรี
พนักงานบริษัท ปั้นแบรนด์ ไก่หมุนเมียน้อยซิ่ง ขายดีจนขยายแฟรนไชส์ 10 สาขา จากพนักงานบริษัท ทำงานรับเงินรายเดือน ใครจะคิดว่าวันนึงจะกลายมาเป็นเจ้าของแบรนด์ไก่ย่างในจังหวัดสระบุรี ที่ขยายแฟรนไชส์แล้ว 10 สาขา คุณมด-ไพรินทร์ มีศรี เจ้าของแฟรนไชส์ “ไก่หมุนเมียน้อยซิ่ง” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านไก่ย่างให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท ส่วนสามีเปิดร้านขายไก่ย่างอยู่ก่อนแล้ว ชื่อว่า ร้านรุ่งโรจน์ ไก่ย่าง ตนจึงได้ลาออกมาช่วยกันทำร้านไก่ย่าง โดยเปลี่ยนชื่อร้านเป็น ไก่หมุนเมียน้อยซิ่ง ซึ่งเป็นคำที่เพื่อนฝูงชอบแซว จึงนำมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ สำหรับร้านไก่ย่าง เปิดมานาน 8 ปีแล้ว ด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนการคัดไก่ที่จะต้องสดใหม่และขนาดเท่ากันทุกตัว ในส่วนของการหมักเครื่องหมักต้องครบเครื่องเข้าถึงรสชาติ ซึ่งจะต้องหมักทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนจะนำมาย่างขาย ซึ่งจะได้รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็ม ไม่หวานเกินไป หรือมีกลิ่นของเครื่องเทศโดดขึ้นมา “ยอดขายต่อวันในวันธรรมดาจะอยู่ที่วันละ 30-40 ตัว วันเสาร์-อาทิตย์ จะอยู่ที่ 60-100 ตัวขึ้นไป” ปัจจุบัน คุณมดขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ เพราะมีคนส
อย่ารังเกียจพวกเรา! ร้านบุฟเฟ่ต์ ชี้แจง กรณี พบผู้ติดเชื้อในสระบุรี 3 ราย เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 63 จากกรณี พ่อ-แม่-ลูก ชาวสระบุรี ติดโควิด-19 ล่าสุด เพจ แจ่วฮ้อนตาแป๊ะ บุฟเฟ่ต์ 149 สาขา 2 แก่งคอย ได้โพสต์ข้อความ ชี้แจง ดังนี้ อ่านเพิ่มเติม เปิดไทม์ไลน์ 3 พ่อแม่ลูก ชาวสระบุรี ติดโควิด-19 “สวัสดีลูกค้าทุกท่านนะคะ ทางร้านจะขอชี้แจงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ภายในร้านให้ทราบโดยทั่วกันนะคะ วันที่น้าชาย กับ ลูกสาว ไปรับของทะเลที่มหาชัย วันที่ 16 ธันวาคม กลับมากระจายของ วันที่ 17 ธันวาคม น้าชายเริ่มมีอาการไม่สบาย ลูกไม่สบาย ไปหาหมอกินยา แล้วเริ่มติดน้าสาว น้าสาวไม่ค่อยสบายเลยนอนพักอยู่ที่บ้านส่วนตัว ไม่ใช่ที่ร้าน ทั้ง 3 สาขา หลังจากนั้น มีข่าวออกมาว่าตลาดกลางแพกุ้งมีการติดเชื้อโควิด 548 คน ซึ่งเป็นคนละตลาดกับที่น้าชายไปรับของค่ะ พอมีข่าวออกมาน้าและลูกก็กักตัวอยู่ที่บ้านค่ะ ไม่ได้เข้ามาที่ร้านทั้ง 3 สาขา คนที่ร้านยังไม่มีใครติดค่ะ วันนี้เวลา 10.00 น.ทางร้านทั้ง 3 สาขา จะเข้าไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลตามที่สาธารณสุขนัดไว้ ตอนนี้ทางร้านได้ปิดร้านจนกว่าจะหายขาด ทางร้านต้องขออภัยลูกค้าทุกท่
เปิดไทม์ไลน์ 3 พ่อแม่ลูก ชาวสระบุรี ติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 63 เปิดไทม์ไลน์ พ่อ-แม่-ลูก ชาวสระบุรี ติดโควิด-19 พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 25 ราย คือลูกชายที่อยู่บ้านเดียวกัน และลูกจ้างร้านแจ่วฮ้อน 21 ราย วันที่ 14 ธ.ค. 63 -สามีและบุตรสาวเดินทางไปตลาดทะเลไทย ด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถึงจังหวัดสมุทรสาคร เวลา 23.30 น. กลับถึงบ้าน จังหวัดสระบุรี เวลา 04.00 น. (ไม่พักค้างคืน) วันที่ 15 ธ.ค. 63 วันที่ 16 ธ.ค. 63 -ภรรยาเริ่มมีอาการป่วย ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดสระบุรี เวลา 09.00 น. -บุตรสาวไปร้านแจ่วฮ้อน ตำบลหนองแค ช่วงเย็น -สามีและบุตรสาว เดินทางไปตลาดทะเลไทยด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถึงจังหวัดสมุทรสาคร เวลา 22.00 น. กลับถึงจังหวัดสระบุรี เวลา 04.00 น. (ไม่พักค้างคืน) วันที่ 17 ธ.ค. 63 วันที่ 17 ธ.ค. 63 -ภรรยาไปเขียงหมู ตลาดสด อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เวลา 08.00 น. -ภรรยา เดินทางไปร้านแจ่วฮ้อน ตำบลหนองแค เวลาช่วงเย็น -บุตรสาว เริ่มมีอาการ ตรวจรักษาคลินิก ในจังหวัดสระบุรี เวลา 17.00 น. -สามีเริ่มมีอาการ ตรวจรักษาคลินิก ในจังหวัดสระบุรี เวลา 18.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. 63 -สามีไปขายหมูตลาดนัด ตำ
มีชาวบ้านในพื้นที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี หลายครัวเรือนประสบปัญหาการทำนาไม่ได้ผลแล้วส่งผลต่อรายได้ จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงกระบือหรือควายขุนเนื้อขายแทน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่าย ทนทาน แล้วขายได้ราคา มีรายได้ดีกว่าทำนาเสียด้วย!! เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงต้องลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงควายกันสักหน่อย ผู้ใหญ่ไพฑูรย์ แพทย์เจริญ อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 6 ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โทรศัพท์ (081) 762-6957 บอกว่า ลูกบ้านในชุมชนที่ดูแลอยู่มีจำนวน 125 ครัวเรือน ทำเกษตรกรรมหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไม้ขุดล้อมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ แล้วยังทำนา ทำไร่ และเลี้ยงกระบือขาย ผู้ใหญ่บ้านกับสมาชิกประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ พร้อมกับบอกถึงเหตุผลที่ชาวบ้านต้องเปลี่ยนแนวทางการเลี้ยงควายจากเดิมที่ใช้ทำนาทำไร่แล้วมาเลี้ยงขายเนื้อ เพราะในระยะหลังพื้นที่ทำนาลดน้อยลงมาก ประกอบกับมีหลายปัจจัยที่ชาวบ้านเลิกทำนา ไม่ว่าจะเป็นสภาพดินฟ้าอากาศ ราคาปุ๋ยยา ค่าแรงที่สูงขึ้น ราคาข้าวไม่คงที่ ประกอบกับการที่เครื่องจักรเกษตรตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าควาย ฉะนั
