สวน
นี่คือเรื่องราวของการจัดดอกไม้ประดับงานศพและเมรุวัดธาตุทอง(พระอารามหลวง) ในพิธีพระราชเพลิงศพ“นางนงนุช ตันสัจจา” ผู้ก่อตั้งสวนนงนุช พัทยา เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๘ พิธีพระราชทานเพลิงศพอบอวลไปด้วยกลิ่นกรุ่นของมวลดอกไม้นานาพรรณและความงดงามอลังการของการจัดสวนประดิษฐ์ด้วยดอกไม้สดตามแนวคิด “สวนดอกไม้บนสวรรค์” ของนายกัมพล ตันสัจจา บุตรชาย ผู้ออกแบบสวนดอกไม้ให้ช่างฝีมือจำนวน ๓๐๐ คน เนรมิตประดิดประดอยขึ้นในเวลาถึง ๓ วัน ๓ คืน นี่คือมหกรรมการจัดดอกไม้สดประดับงานศพขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดขึ้นมาในประเทศไทย ใช้งบประมาณเกือบ ๑๐ ล้านและดอกไม้เป็นล้านๆดอก เพราะ “คุณโต้ง” กัมพล ตันสัจจาต้องการให้ “เป็นงานศพที่มีแต่รอยยิ้ม ไม่มีน้ำตา” นางนงนุช ตันสัจจา เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา สิริอายุได้ ๙๑ ปี เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ และการจัดดอกไม้ประดับศาลาสวดศพอย่างสวยสดงดงามก็เริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกไปจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายซึ่งเป็นวันพระราชทานเพลิง ซึ่งทำได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการตื่นตาตื่นใจอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนสมกับที่เป็นผู้ก่อตั้งสวนนงนุช สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอันดับต้นๆของเมืองพัทยาและของประเท
เดือนที่แล้วมีโอกาสได้ไปเห็นสวนผักในบ้านของคนสวิสฯ และฝรั่งเศสมา เลยพบคำตอบว่าทำไมชาวยุโรปถึงได้ผูกพันกับฤดูร้อนและการทำสวนกันนักหนา หน้าร้อนอันแสนสั้นเพียงสามสี่เดือนนั้น ดูเหมือนจะเป็นความสำราญเล็กๆ ที่ทุกคนโหยหา แทบทุกบ้านรอคอยเดือนแดดแจ่ม เพื่อจะได้พรวนดินทำสวนรอบใหม่ หลังจากปล่อยให้หิมะและความหนาวเย็นกลบฝังทุกชีวิตในสวนให้หลับใหล ขอให้มีที่รับแดดเถิด ฉันไม่เห็นบ้านไหนเลยที่ยอมปล่อยให้ระเบียงโล่งว่างเปล่า ถ้าไม่มีกระถางเจอราเนียม พิทูเนีย และไม้ดอกไม้ใบแสนสวยอื่นๆ ตรงนั้นก็จะเป็นสวรรค์ของพืชผักสวนครัว บรรดาเครื่องเทศสมุนไพรสารพัดที่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงอาหาร ฉะนั้น ข่าวที่ว่า เทรนด์มาแรงในสหรัฐอเมริกายามนี้คือการปลูกผักสวนครัวนั้น คนฝั่งยุโรปเขามิได้ตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าไปด้วยเลย เพราะพวกเขาปลูกผักสวนครัวเป็นวัฒนธรรมประจำชีวิตมาตั้งแต่ยุคกลางโน่น ข่าวเล่าว่า ผักที่ชาวอเมริกันนิยมปลูกกันฮิตสุดขีดก็คือ มะเขือเทศ แตงกวา และถั่ว มีตัวเลขที่น่าสนใจว่าขณะนี้ครัวเรือนชาวอเมริกันปลูกพืชผักสวนครัวกันถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีสถิติการปลูกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีล
ราวกับสวนนี้มีชีวิตและเฝ้าคอยเวลาของตัวเองอยู่ หลังจากผ่านกาลไปช่วงหนึ่งทายาทรุ่นต่อมาในตระกูลทรีเมน คือ ทิม สมิธ และจอห์น วิลลิส ก็หวนคืนมากอบกู้มรดกตกทอดของตระกูลไว้ได้ และพวกเขาได้ค้นพบ “สวนที่หายไป” ซุกซ่อนอย่างเงียบเชียบอยู่ท่ามกลางซากผุพังของต้นไม้และเถาแบล็กเบอร์รี่ เธอคือเทพธิดา… เธอคือเทพธิดา… ทอดกายอยู่บนผืนหญ้า ในนิทรารมณ์อันแสนสุข อ้อมแขนของเธอกอดรัดผืนดินเอาไว้แนบอก เทพธิดาผู้งดงามนี้ ทอดกายผ่อนคลายแนบชิดผืนธรณี รอบตัวเขียวชอุ่มด้วยแมกไม้ใหญ่น้อย เธอมีต้นไม้ใบบังเป็นบ้าน มีนก หนู งู แมลง ส่ำสัตว์เป็นเพื่อน เห่กล่อมความหลับใหลด้วยเสียงเพลงแห่งสายลม ค่ำคืน…ดวงดาวใหญ่น้อยคอยเล่านิทานผีพุ่งไต้ จันทร์เรืองฉายรัศมี บอกรักตลอดราตรี มิเคยพร่ำบ่น ทุกทิวา สุริยะเคลื่อนบาทลอยเลื่อน เตือนให้ลืมตาด้วยแดดอุ่น แต่ธิดาเทพก็มิเคยฟื้นตื่นจากการหลับใหล ไม่ว่าจะร้อน ฝน หนาว หรือตากหิมะ นอนนิ่งอยู่เช่นนั้นด้วยใบหน้าพริ้มอิ่มสุข มีแต่มวลหมู่ไม้เท่านั้นที่รู้ว่าเทพธิดาเพียงแค่หลับใหล ทุกองคาพยพของเธอยังมีชีวิตอยู่เหนือดินอุ่น ด้วยไลเคนเปื้อนแก้มเป็นด่างดวงมิเคยเลือนหาย บางเวลาอ
