สวนดาวเรือง
“นิอร ปฏิทิน” เกษตรกรรุ่นใหม่วัยเพียง 36 ปี ประสบความสำเร็จปลูกดาวเรืองขาย สร้างเม็ดเงินหลักแสนบาทต่อเดือน ใช้วิชาเก่าจากอาชีพชาวนาของครอบครัว ประยุกต์เทคโนโลยีการเกษตรมาใช้กับสวนดาวเรือง 10 ไร่ ที่ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี “ดาวเรือง” ดอกไม้เศรษฐกิจ สร้างสีสันใหม่ให้ชาวปทุมฯ การมีอาชีพ “เกษตร” ของคนรุ่นใหม่ ที่สามารถยืนได้ด้วยผลกำไรจากการค้าขายผลผลิตทางเกษตรนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสำหรับคุณนิอร ก้าวเข้ามาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกดอกดาวเรืองอย่างเต็มตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งเวลานั้นเธออายุเพียง 34 ปี และอยู่ในจังหวะหมดหน้าที่จากการเป็นเลขานุการของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในแวดวงวิชาการด้านการกีฬา จึงใช้โอกาสนั้นผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว “ตอนนั้นอายุ 30 กว่าๆ ทำงานกับเจ้านาย พอดีเจ้านายเกษียณ และพ่อก็ไม่ทำนาแล้ว เพราะราคาข้าวไม่ดี ก็ดูเฟซบุ๊กอยู่เฟซบุ๊กหนึ่ง ไปเจอเขาทำไร่ดาวเรืองที่โคราช ก็เริ่มศึกษามาเรื่อยๆ ดูจากเฟซบุ๊กมา และค่อยๆ ศึกษาไป เจ้านายก็แนะนำให้หาตลาดก่อน ก่อนจะทำอะไร เพราะเจ้านายเป็นคนชอบต้นไม้ มาก และพอเรามาเป็นเกษตรกรเต็มตัวดีกว่า ก็เป็นนายตัวเ
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่สวนธนายุทธ ม.1 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสวนดาวเรืองขนาดใหญ่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ขณะนี้กำลังเร่งเก็บเกี่ยวดอกดาวเรือง ส่งขายตามออเดอร์ที่ถูกสั่งจองจากกรุงเทพมหานคร ให้ทันช่วงใกล้วันมาฆบูชา ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ นางลำพูน ไพรฤทธิ์ อายุ 40 ปี เกษตรกรผู้ปลูกดอกดาวเรืองใน ม.3 ต.วัดพริก อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า แต่เดิมตนและสามี ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทแห่งหนึ่งที่กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้รายรับแทบไม่พอกับรายจ่าย ประกอบกับต้องอยู่ไกลพ่อแม่ จึงตัดสินใจลาออกจากงานกลับมาค้าขายข้าวโพดต้มที่บ้านแต่ก็ต้องประสบปัญหาพิษเศรษฐกิจ ขายไม่ค่อยดี จึงตัดสินใจหาช่องทางที่จะประกอบอาชีพเพราะครอบครัวยังพอมีที่นาอยู่ แต่จะกลับไปปลูกข้าวเหมือนแต่ก่อนก็กลัวจะขาดทุน จึงเริ่มศึกษาว่ามีพืชชนิดใดบ้างที่จะมาทดแทนการทำนาได้ จนเห็นว่าน่าจะเป็นดาวเรืองเหมาะสมที่สุดเพราะขั้นตอนในการดูแลไม่ยาก ทนกับสภาพอากาศได้ทุกฤดู นางลำพูน เล่าต่อว่า ตนจึงนำเงินเก็บที่มีประมาณ 2 หมื่นบาท ลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์ ในราคาเม็ดล่ะ 1 บาท มาปลูก จนถึงปัจจุบันผ่า
