สวีเดน
ไม่ต้องกลัวโควิด! ร้านอาหารในสวีเดน ทั้งร้านมีแค่ “โต๊ะเดียว” และรับลูกค้าแค่คนเดียวต่อครั้ง! ออกไปกินข้าวนอกบ้านตอนนี้ หลายคน “กลัวจะติดโควิด” มากกว่ากลัวจะเข้าร้านผิดแล้วเจออาหารรสชาติไม่อร่อยไม่ถูกใจ หรือเจออาหารราคาแพงเวอร์เสียอีก การสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่า เข้ามานั่งกินอาหารแล้วไม่ต้องกังวลใจ กลัวว่าจะติดโควิดกลับไป จึงเป็นทั้ง “จุดขาย” และ “จุดแข็ง” ที่ร้านอาหารต่างๆ ต้องพยายามสร้างให้ได้ในห้วงเวลานี้ ล่าสุด มีร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองวาร์มแลนด์ ประเทศสวีเดน คิด “จุดขาย” นี้ได้โดยบังเอิญ หลังจาก ลินดา คาร์ลสัน วัย 36 และ ราสมัส เพอร์สัน สามี คิดหาวิธีที่จะทำให้พ่อแม่วัยชราของลินดา ที่กำลังจะมาเยี่ยม และมาพักด้วยที่บ้าน นั่งกินอาหารได้อย่างปลอดภัย ห่างไกลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลินดาและสามีจึงคิดวิธีนำโต๊ะอาหาร ที่นั่งกินได้ 2 คนไปตั้งไว้กลางทุ่งกว้างข้างบ้าน เพื่อให้พ่อแม่ของลินดา สามารถนั่งกินอาหารได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสายลม แสงแดด และธรรมชาติรอบข้างที่ชื่นตา ชื่นใจ โดยลินดาและสามีใช้วิธีทำอาหาร แล้วส่งอาหารผ่าน “สะลิง” จากหน้าต่างห้องครัวในบ้านไปยังโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู
เพราะเชื่อว่าสิทธิการลาเลี้ยงดูบุตรเป็นส่วนผสมสำคัญทำให้ครอบครัวอบอุ่น ยิ่งหากเปิดให้ผู้ชายได้ลาหยุดเพื่อช่วยเลี้ยงดูลูกจะยิ่งส่งผลดียิ่งกว่า ซึ่งเป็นที่มาของงานแถลงข่าว “สิทธิการลาเลี้ยงดูบุตร-ก้าวที่สำคัญสู่ความเสมอภาคระหว่างเพศ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ HeForShe Arts Weed ขององค์การยูเอ็นวีแมนแห่งสหประชาชาติ จัดโดยสถานทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และอิเกีย ประเทศไทย ณ ชั้น 4 หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายสตัฟฟาน แฮร์สตรัม เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประเทศสวีเดนให้สิทธิพ่อ-แม่ลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรถึง 480 วัน หรือ 16 เดือน แบ่งเป็น 6 เดือนแรกหลังคลอด พ่อหรือแม่สามารถใช้สิทธิลางานได้ฝ่ายละ 3 เดือน หากไม่ใช้ก็เสียสิทธิไป จากนั้นอีก 10 เดือนที่เหลือพ่อหรือแม่สามารถแบ่งกันใช้สิทธิได้ตามความพึงพอใจ ทั้งนี้ การแบ่งวันลาเลี้ยงลูกให้พ่อและแม่เท่าๆ กันมีผลดีหลายอย่างไม่เฉพาะกับผู้หญิง อย่างที่สวีเดน เห็นได้ชัดว่าผู้ชายเมื่อมีส่วนรับผิดชอบในการเลี้ยงดูลูกมากขึ้น ผู้หญิงก็มีรายได้และมีความสุขเพิ่ม นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกที่ดีขึ้น มีวิถีชีวิตที่มีคุณภ
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้ออกประกาศเตือนคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สวีเดน โดยระบุว่า ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางสถานเอกอัครราชทูตได้รับแจ้งจากชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สวีเดน เกี่ยวกับการถูกขโมยทรัพย์สินและหนังสือเดินทางเป็นจำนวนมาก ทางสถานเอกอัครราชทูตจึงขอแจ้งเตือนคนไทยที่จะเดินทางไปสวีเดนหรืออยู่ระหว่างการท่องเที่ยวในสวีเดน ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษระหว่างการเดินทางหรือขณะอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟใต้ดิน สถานีรถไฟฟ้า ป้ายโดยสารรถขนส่งมวลชน ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานอาร์ลันดา และสถานีที เซ็นทราเลน ซึ่งเป็นสถานีขนส่งใจกลางกรุงสตอกโฮล์ม และโรงแรมที่พักต่างๆ ในช่วงเช็กอิน-เช็กเอาต์ เนื่องจากการลักขโมยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสถานที่ที่ไม่สามารถระวังตัวได้เต็มที่ นอกจากนี้ ไม่ควรสนทนากับคนแปลกหน้า (หากไม่จำเป็น) เนื่องจากบ่อยครั้งที่การเข้ามาทักทาย สอบถามเส้นทาง หรือขอความช่วยเหลือของบุคคลแปลกหน้า รวมทั้งการชี้ให้ดูสิ่งของที่ตกลงบนพื้น เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากนักท่องเที่ยวเ
