สังคมสูงวัย
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงแนะ เร่งแก้ปัญหาปากท้องด่วน ห่วงคนไทย “ตายก่อนรวย” หลังเข้าสู่สภาวะสังคมสูงวัย เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์อินสตาแกรมส่วนพระองค์ ความว่า Good morning วันจันทร์ค่ะ💛 ได้เห็นบทความที่บลูมเบิร์ก (Bloomberg) เขียนถึงประเทศไทย ในประเด็นที่ว่า ไทยเรากำลังเข้าสู่สภาวะสังคมสูงวัย หรือ Aging Society ซึ่งเขาว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา (Developing Country) แต่เกิดไปมีปัญหาของประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งเศรษฐกิจเขารองรับได้ แต่เรามีคนจนมากกว่าคนรวย และเรากำลังมีปัญหาเศรษฐกิจถดถอยด้วย เพราะเขาว่าภายใน 10 ปี ประชากร 25% ของไทยจะมีอายุมากกว่า 60 ปี คนรุ่นใหม่ซึ่งมีน้อยลงทุกทีก็ต้องแบกภาระทางสังคมและการคลัง ฝรั่งเขาเลยว่า “คนไทยตายก่อนรวย” คือ “แก่และจน” ฟังแล้วเศร้านะ ทั้งแก่ทั้งจน😱👴🏻👵🏻 การแก้ปัญหาก็ค่อนข้างยาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่ฐานะลำบากและไม่ค่อยมีโอกาส สภาพสังคมก็มีปัญหา และเมื่อคนเข้ามาทำงานในเมืองหลวงก็มีลูกน้อย ทำให้จำนวนประชากรรุ่นใหม่มีน้อยลงทุกที การแก้ก็คงต้องมองไปในหลายๆประเด็นพร้อมๆกัน ท
!เปิดราคาที่พักผู้สูงวัย คนใกล้เกษียณต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะจับจองได้ ปัจจุบันประเทศไทยถือว่า เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยแล้ว โดยจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า จำนวนประชากรสูงอายุหรือผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เมื่อสิ้นปี 2561 ที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 10.25 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 16.8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณ ให้ความสำคัญในการดูแลประชากรกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่เป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย หรือกลุ่มคนแก่ที่ยากจนนั่นเอง แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มคนสูงวัยที่มีกำลังซื้อสูง ก็เป็นตลาดที่น่าจับตามอง และมีความน่าสนใจ ดึงดูดการลงทุนได้ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะการลงทุนด้านธุรกิจบ้านพักของผู้สูงวัย บ้านพักของผู้สูงวัยที่ถือว่า เป็นโครงการต้นแบบ ก็คือ สวางคนิเวศ ของสภากาชาดไทย ปัจจุบันมี 2 ทำเล จุดแรกเริ่มที่บางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อปี 2539 โครงการที่ 2 อยู่ที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยเป็นโครงการที่พักอาศัยของผู้สูงอายุที่มีฐานะปานกลาง เงื่อนไขการเข้าอยู่ นอกจากจะต้องมีฐานะพอสมควร คือ มีเงินซื้อห้องพักตลอดชีพ
คอลัมน์ Market Move ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความเร็ว” เป็นหนึ่งในคีย์ซักเซสของธุรกิจ โดยเฉพาะค้าปลีก ซึ่งต้องมีการพัฒนาให้รวดเร็วยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการผลิตสินค้าและให้บริการ จนถึงการคิดราคาสินค้า ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจแล้ว ยังช่วยให้ร้านค้าสามารถรับลูกค้าต่อวันได้มากขึ้นอีกด้วย โดยซูเปอร์มาร์เก็ตเองเป็นธุรกิจที่เน้นความรวดเร็วในเรื่องการหมุนเวียนลูกค้าเห็นได้จากการจัดสถานที่อาทิไม่มีที่ให้นั่งพัก หรือไม่มีพนักงานคอยให้บริการมากนัก และในบางแห่งไม่มีแม้แต่พนักงานคิดเงินแต่เน้นให้ลูกค้าเข้ามาหยิบตะกร้าหรือรถเข็นเดินไปที่ชั้นวางสินค้าหยิบสินค้าแล้วไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ซึ่งเทียบกันแล้วใช้เวลาน้อยกว่าซื้อของในตลาด อย่างไรก็ตามการเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” ในหลายประเทศ ทำให้ธุรกิจต้องพัฒนากลยุทธ์อีกรูปแบบไว้ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายนี้ ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า“เซนบิวรีส์”(Sainsbury”s)เชนซูเปอร์มาร์เก็ตเก่าแก่อายุกว่า 147 ปี และมีสาขามากกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศอังกฤษ ได้เริ่มทดลองใช้โมเดลการให้บริการรูปแบบใหม่ในชื่อว่า “
