สัตว์น้ำประจำชาติ
ว่างจากนา เลี้ยงปลากัด! ขายผ่านโซเชียล คนแห่ประมูล รับทรัพย์อื้อ ไม่พอ! รับต่อตู้ปลาอีก ปัจจุบันความสวยงามของปลากัด เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หลายคนหันมาเลี้ยงกันมากขึ้น จากเดิมปลากัดเป็นเพียงแค่ปลาต่อสู้ของเซียนพนันในหมู่บ้านเล็ก หลังจากที่มีคนนำปลากัดมาผสม และสร้างสายพันธุ์ใหม่ จนได้ปลากัดที่มีความสวยงาม และไม่เหลือเค้าโครงของปลากัด ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลากัดที่สร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี มีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศรองรับ อย่างเช่นนางวิไลพร สามพิมพ์ อายุ 36 ปี และนายคมสันต์ สามพิมพ์ 2 สามีภรรยา ชาวบ้านโสน ต.แสลงพันธ์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ หลังว่างเว้นจากการทำนาข้าว ได้หันมาทำอาชีพเสริมโดยการเลี้ยงปลากัดแฟนซี ส่งขายต่างประเทศ และขายผ่านโซเชี่ยลโดยใช้ชื่อเพจ “ปลากัด บ้านปลาฟาร์มสุรินทร์” เพาะปลากัดส่งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเริ่มต้นครั้งแรกใช้งบประมาณ 5 พันบาท ลงทุนซื้อพันธุ์ปลากัดและวัสดุอุปกรณ์ เพาะเลี้ยงปลากัดแฟนซีขายทำมาปีนี้เป็นปีที่ 2 สร้างรายได้เสริมจากเวลาว่างเว้นจากการทำนาข้าว เฉพาะปลากัดอย่างเดียว จะมีรายได้ประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน หรือมีรายได้หมื่นอัพ
หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ด้วยสาระสำคัญ 3 ด้าน คือ คนไทยรู้จักปลากัดมายาวนาน ปลากัดมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว และสามารถเพาะพันธุ์ต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างอาชีพให้คนไทยได้ มีข้อมูลผู้ประกอบการไทยส่งออกปลากัดระหว่างปี 2556 – 2560 ประมาณ 20.85 ล้านตัวต่อปี ส่งไป 95 ประเทศทั่วโลก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 115.45 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยราคาตัวละ 5.42 บาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี คุณสุวรรณีย์ แสงดี หรือ “คุณแอน” เจ้าของธุรกิจ เจ๊แอนปลากัด ร้านดังในตลาดนัดจตุจักรเปิดมายาวนาน 11 ปี ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ว่า “ปัจจุบันปลากัดในท้องตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อ ครม.มีมติให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ คาดว่าสัตว์น้ำชนิดนี้จะขายดียิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งไปรษณีย์ไทยอำนวยความสะดวกมีบริการส่งปลากัดภายในประเทศ เชื่อว่าจะส่งผลให้ธุรกิจปลากัดขยายตัวมากขึ้น ตลาดปลากัดจะกว้างขึ้น” คุณสุวรรณีย์ แสงดี เมื่อปลากัดกลายเป็นสัตว์น้ำประจำชาติและส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทย คุณสุวรรณีย์ มี
พาณิชย์ ยกระดับคุ้มครอง ‘ปลากัดไทย’ ทั้งในและต่างประเทศ รับลูกมติ ครม. ประกาศให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2562 เห็นชอบให้ปลากัดไทย ซึ่งมีชื่อสามัญว่า “Siamese Fighting Fish” เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลทางชีวภาพของสายพันธุ์ปลากัดไทย เพื่อใช้ในการอ้างอิงสายพันธุ์ปลากัดไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 เป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ กระทรวงพาณิชย์ เห็นถึงความสำคัญและจำเป็น ในการคุ้มครองปลากัดไทย ในฐานะที่เป็นทรัพยากรพันธุกรรม (Genetic Resources) ของไทย ทั้งในระดับประเทศและระดับดับสากล น.ส.ชุติมา กล่าวต่อว่า ในการดำเนินการเพื่อคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมของไทย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เส
หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ด้วยสาระสำคัญ 3 ด้าน คือ คนไทยรู้จักปลากัดมายาวนาน ปลากัดมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว และสามารถเพาะพันธุ์ต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างอาชีพให้คนไทยได้ มีข้อมูลผู้ประกอบการไทยส่งออกปลากัดระหว่างปี 2556 – 2560 ประมาณ 20.85 ล้านตัวต่อปี ส่งไป 95 ประเทศทั่วโลก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 115.45 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยราคาตัวละ 5.42 บาท และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี คุณสุวรรณีย์ แสงดี หรือ “คุณแอน” เจ้าของธุรกิจ เจ๊แอนปลากัด ร้านดังในตลาดนัดจตุจักรเปิดมายาวนาน 11 ปี ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ว่า “ปัจจุบันปลากัดในท้องตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อ ครม.มีมติให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ คาดว่าสัตว์น้ำชนิดนี้จะขายดียิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งไปรษณีย์ไทยอำนวยความสะดวกมีบริการส่งปลากัดภายในประเทศ เชื่อว่าจะส่งผลให้ธุรกิจปลากัดขยายตัวมากขึ้น ตลาดปลากัดจะกว้างขึ้น” เมื่อปลากัดกลายเป็นสัตว์น้ำประจำชาติและส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทย คุณสุวรรณีย์ มีแผนสร้างรายได้เพิ่ม
ผู้ประกอบการเผย ยอดขาย “ปลากัด” พุ่ง! คนไทยแห่ซื้อ หลังถูกจัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เป็นเรื่องราวดีๆ ของวงการปลาไทย หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวประกาศให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ด้วยเอกลักษณ์และความโดดเด่นของปลากัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นเจ้าของ และยังเป็นสัตว์น้ำที่ช่วยส่งเสริมด้านพาณิชย์และเศรษฐกิจอีกด้วย เส้นทางเศรษฐีสอบถามไปยังร้านปลากัดถึงข่าวน่ายินดี โดยมี คุณจิ๋ว-ณภัทร ตาณธนพนธ์ และ คุณหน่อย-รมิดา ตาณธนพนธ์ เจ้าของกิจการขายปลากัดออนไลน์ “Bettaberry Thailand” (เบตต้าเบอร์รี่ ไทยแลนด์) ให้ข้อมูลว่า ทางร้านยินดีมากที่ ครม. ประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ หลังมีข่าวออก ลูกค้าเริ่มเข้ามาติดต่อสอบถามอยากนำไปเลี้ยง มีความสนใจมากขึ้นว่า ปลากัดมีลักษณะอย่างไร มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสวยงามขนาดไหน ทำไมจึงถูกยกให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เชื่อว่าตลาดปลากัดจะมีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนยอดขายถ้าทำแบรนด์มาค่อนข้างดีแน่นอนว่ายอดขายย่อมดีตาม “การที่รัฐบาลผลักดันให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ใน
ปลากัด – คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ มีมติเห็นควรให้กรมประมง ชงครม.ให้หนุน ปลากัดไทย กลายเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ปลากัด – เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ครั้งที่ 2/2561 เพื่อพิจารณาการให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามข้อเสนอของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เผยว่า ในที่ประชุม นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง และคณะนักวิชาการ ได้นำข้อมูลของปลากัดไทย อย่างครบถ้วนรอบด้าน และมีหลักฐานยืนยันว่าปลากัดไทยปรากฏในบทประพันธ์และวรรณคดีไทย รวมถึงประวัติศาสตร์ไทยมานานร้อยกว่าปี มิติด้านความเป็นเจ้าของ มีชื่อที่บ่งบอกและเป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับด้านวิชาการและในวงการวิชาการด้านสัตว์น้ำ คือ Siamese Fighting Fish ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกพบในประวัติศาสตร์มานานแล้ว อีกทั้งมีข้อมูลระบุด้วยว่าแหล่งที่พบปลาดังกล่าวอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ในบางกอก นายสุวพันธุ์ เผยต่อว่า ด้านประโยชน์ที่จะรับหากประกาศให้ปลา
