สาธารณสุข
สธ. เล็งผ่อนคลายมาตรการ เปิด “คลินิกความงาม-นวดสปา-สถานบริการ” นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า หากมีการประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มสถานการณ์โควิด-19 ในส่วนของคลินิกความงามหากจะเปิดบริการ ได้กำหนดมาตรการ ประกอบด้วย ช่วงก่อนเปิดบริการ แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก “สถานประกอบการ” ต้องทำความสะอาด จัดสถานที่เว้นระยะห่าง จัดจุดพื้นที่ภายนอกหรือส่วนแยก (Isolate area) เพื่อคัดกรอง เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้เพียงพอ ส่วนที่สอง “ผู้รับบริการ” ต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานพยาบาล ส่วนที่สาม “ผู้ให้บริการ” ต้องจัดทำเวชระเบียนเพื่อซักประวัติผู้รับบริการ ให้บริการแบบ 1 คน ต่อแพทย์ พยาบาล 1 คนเท่านั้น และจัดเตรียมห้องทำหัตถการแยกห้องๆ ละ 1 คน ส่วนในช่วงให้บริการ เน้นการคัดกรองผู้รับบริการเป็นสำคัญ วัดอุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ล้างมือและสวมหน้ากากตลอดเวลาที่เข้ารับบริการ หากพบภาวะเสี่ยงต้องรายงานและส่งต่อรักษาได้ทันที นอกจากนี้ ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์หลังใช้งานและไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น ทำความสะอาดพื้นที่และจัดเก็บขยะทุกครั้ง อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุข
‘สสจ.พะเยา’ เตือนปชช. หากมี ‘กัญชา’ ไว้ในครอบครองต้องเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น เร่งแจ้งก่อน ’19 พ.ค.’ นี้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายแพทย์ไกรสุข เพชรบูรณิน สาธารณสุข(สสจ.) จ.พะเยา เปิดเผยว่าตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่5 (ฉบับที่ 7 ) ในปี 2562 มีผลบังคับใช้แล้วอย่างเป็นทางการวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ตามข้อบังคับใช้ของกฏหมาย ผู้ที่ปลูกกัญชาหรือผู้ครอบครองกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ต้องขออนุญาตการปลูกในการครอบครองตามจำนวน,ปริมาณพื้นที่ปลูกฯ หากว่าผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิด ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งแพ่งและอาญา น.พ.ไกรสุข กล่าวต่อว่า ได้สั่งการมอบหมายให้กับสาธารณอำเภอ (สสอ.) ในพื้นที่พะเยาทั้งจังหวัดหวัดรวม 9 อำเภอ 68 ตำบล ให้ออกสำรวจข้อมูลชาวบ้าน ผู้ที่มีกัญชาไว้ในครองครองตามปริมาณตามความเป็นจริง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามผลประโยชน์ ทางการแพทย์ก่อนพ.ร.บ.ฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ และผู้ที่ให้ความร่วมมือจะ ไม่ต้องมีโทษ แต่มีข้อแม้ต้องแจ้งการครอบครองในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ และจำแนกให้ครอบคลุมบุคคล 3 กลุ่มประกอบด้วย 1. ผู้มีคุณสมบัติตามกฎห
เมื่อไม่นานมานี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อการแพทย์และสาธารณสุขไทย ในการร่วมกันวิจัยและพัฒนาแอลกอฮอล์เพื่อการแพทย์และสาธารณสุข สำหรับการดูแลสาธารณสุขต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความร่วมมือทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพ การวิจัย และความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยว่า แอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งและเป็นเวชภัณฑ์พื้นฐาน ทั้งในทางการแพทย์และในชีวิตประจำวันของคนไทย สำหรับโรงพยาบาลศิริราช แอลกอฮอล์ถือได้ว่ามีบทบาทที่สำคัญมาก สำหรับการรักษาพยาบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทั่วไปอย่างการทำความสะอาดแผล ฆ่าเชื้อโรค ฉีดยา และการนำมาใช้ทำความสะอาดป้องกันอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสำหรับบุคลากรการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล แพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดมือและอวัยวะอื่นๆ
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ลูกเรือประมงเสียชีวิตหลังรับประทานไข่ปลาปักเป้า 2 ราย และมีอาการสาหัส 1 ราย โดยรับรักษาตัวที่โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานผู้ป่วยมีอาการจากพิษปลาปักเป้าจากปลาปักเป้าน้ำเค็มและปลาปักเป้าน้ำจืด จำนวนเหตุการณ์ 6 ครั้งในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นผู้ป่วย 17 ราย เและผู้เสียชีวิต 5 ราย ปลาปักเป้ามีพิษที่ชื่อว่า เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งจะอยู่ในอวัยวะภายใน ทั้งตับ สำไส้ หนังปลา และไข่ปลาซึ่งเป็นส่วนที่มีพิษมากที่สุดคือ ที่สำคัญคือพิษปลาปักเป้าทนความร้อนสูงมาก และความเค็มจากการแปรรูปเป็นปลาร้าก็ไม่สามารถทำลายพิษได้เช่นกัน ประชาชนจึงไม่ควรรับประทานปลาปักเป้า เพราะมีพิษร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนสังเกตเนื้อปลาแล่เป็นชิ้นที่จำหน่ายในตลาด อาจมีเนื้อปลาปักเป้าปะปนอยู่ โดยลักษณะเนื้อคล้ายสันไก่ ซึ่งพิษของปลาปักเป้าจะออกฤทธิ์หลังรับประทานไปแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง จะมีอ
