สาวพลัสไซซ์
เรียกได้ว่าแฟชั่นในปัจจุบันมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมากมายหลายแบบ ไม่ได้มีแค่หุ่นตามบิวตี้สแตนดาร์ดหรือค่านิยมอีกต่อไป แต่ยังมีแฟชั่นสำหรับสาวพลัสไซซ์ ที่โดดเด่นทั้งสไตล์ และขนาดที่มีหลากหลายกว่าเมื่อก่อน จากรายงานของ Future Market Insight คาดการณ์ว่า ตลาดเสื้อผ้าพลัสไซซ์จะมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2025 ถึง 2035 โดยในปี 2025 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 319,821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2035 มีโอกาสแตะ 583,451 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ ได้แก่ เทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไว บวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีในเรื่องของการที่โลกยุคนี้มีการยอมรับตัวตนที่หลากหลายมากขึ้น เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ยกตัวอย่าง วัฒนธรรมการแต่งกายในประเทศจีน ที่จะมีความกดดันในเรื่องของขนาดร่างกาย ที่สะท้อนออกมาให้เห็นผ่าน ‘ขนาดของเสื้อผ้า’ โดยคุณหลี่ เล่าให้ Jing Daily ฟังว่า ในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างกลางๆ แต่ต้องใส่เสื้อผ้าไซซ์ 3XL-5XL นั่นก็เพราะว่าไซซ์เสื้อผ้าที่จีนมีขนาดเล็กมาก “ลองนึกดูสิว่าไซซ์ S จะมีขนาดเล็กแค่ไหน” เพราะคนจีนถูกปลูกฝังให้ไม่อยากใส่เสื
สาวพลัสไซซ์ตั้งกระทู้ น้อยใจไม่มีใครรับทำงาน ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ แนะลดน้ำหนักเพื่อตัวเอง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่ง ได้ตั้งกระทู้ตัดพ้อน้อยใจ ถึงเรื่องบุคลิกภาพที่มีผลต่อการรับเข้าทำงานของหลายๆ บริษัท เจ้าของกระทู้ดังกล่าว คือ สมาชิกหมายเลข 5465479 โดยเธอได้ตั้งคำถามว่า ผิดมากไหมคะ ที่เกิดมาอ้วน ไม่มีใครรับทำงาน ก่อนจะขยายความเรื่องราวให้ฟังว่า เธอเป็นคนอ้วนเพราะกรรมพันธุ์ ที่บ้าน ทุกคนหนักเกิน 100 กิโลทั้งนั้น ส่วนตัวเธอหนัก 80 และเป็นแม่หม้ายลูก 2 มีสามีเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อสามีเสียชีวิต เธอจึงต้องออกไปหางานทำเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูก แต่เมื่อไปสมัครงาน จนผ่านการสอบสัมภาษณ์หลายๆ ที่ จนได้ทดลองทำงาน แต่กลับถูกปฏิเสธ หรือถูกประเมินให้ไม่ผ่านงาน ด้วยเหตุผลด้านบุคลิกภาพ ที่ไม่เหมาะกับงาน จนเธอตั้งคำถามขึ้นมาว่า ประเทศนี้ตัดสินคนจากรูปร่างเท่านั้นหรือ เธอกล่าวว่า ตนเองเป็นคนทำงานได้เร็วและคล่องตัว อีกทั้งไม่มีโรคประจำตัวใดๆ แต่เพียงเพราะเธอเป็นคนอ้วน จึงทำให้หางานทำไม่ค่อยได้ ซึ่งเธอเองก็เรียนจบ ป.ตรี การจัดการ มีประสบการณ์มาก่อน ทั้งเรียน และทำงานด้วย จบมาก็ทำงานเป็นลูกจ้างราย
