สำนักงานประกันสังคม
ประกันสังคม ไฟเขียว! ขยายอายุเกษียณ เป็น 60 ปี ชี้ ไม่กระทบ ผู้ประกันตน ใกล้เกษียณ เพจ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยข่าว ความคืบหน้าการดำเนินการขยายอายุผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เนื่องจากโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้มีจำนวนแรงงานลดลง ในขณะเดียวกัน ก็ส่งผลให้มีจำนวนผู้สูงอายุและผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ระบบการแพทย์ที่ดีขึ้นและสุขภาพที่ดีขึ้น ทำให้อายุเฉลี่ยของประชากรก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนจะได้รับบำนาญเป็นระยะเวลายาวนานขึ้น เนื่องจากบำนาญประกันสังคมเป็นการดูแลตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นก็จะตามมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้ต้นทุนสูงขึ้นมากจนเกินไป ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างต้องนำส่ง สำนักงานประกันสังคม จึงมีนโยบายการปรับปรุงอายุเกิดสิทธิรับบำนาญ (หรือที่เรียกกันว่าอายุเกษียณ) เพื่อให้เกิดสมดุลกับโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ และควบคุมต้นทุนของระบบบำนาญให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยการขยายอายุผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเป็นมาตรการปกติที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกดำ
ความไม่พร้อมทางด้านร่างกาย ทำให้ผู้พิการหลายคน ถูกปฏิเสธการได้รับโอกาส จากสถานประกอบการ หรือสถานที่ทำงานหลายๆ ที่ ทำให้คนพิการเหล่านี้ มองว่าตนเองไร้ค่า และไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปในสังคมได้ แต่ก็ยังมีสถานประกอบการบางกลุ่ม ที่เห็นคุณค่า และความสามารถของพวกเขาเหล่านั้น หนึ่งในนั้นก็มี “คุณสุขสรรค์ กล่ำแดง” รองผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บ.ท็อปฟีดมิลล์ จำกัด (โรงงานผลิตอาหารสัตว์) ย่านปทุมธานี ได้มอบโอกาสในการทำงานให้กับ “คุณอภิชิต เต็มตาวงษ์ หรือ ต้น” ผู้พิการทางร่างกาย จากกรณีไฟฟ้าแรงสูงชอร์ตขณะทำงานติดตั้งป้ายโฆษณา ที่ จ.อุดรธานี ให้ได้ทำงานในส่วนงานธุรการอีกครั้ง คุณสุขสรรค์ เล่าให้ฟังว่า การให้โอกาสในด้านการทำงานบางตำแหน่ง ที่ผู้พิการสามารถทำได้ เช่น ในงานด้านเอกสาร การคีย์ข้อมูล การประสานงานต่างๆ บริษัทจึงตระหนักว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีความสำคัญและควรได้รับโอกาสเป็นอย่างยิ่ง อย่างเช่นในโรงงานเองก็มีพนักงานผู้พิการที่รับเข้าทำงานไว้ จำนวน 3 คน ในส่วนงานต่างๆ ที่เหมาะสม โดยการดูแลสวัสดิการพนักงานผู้พิการ ดูแลเหมือนกับพนักงานปกติ มีสิทธิต่างๆ รวมถึงความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ด้านการงานที่รับผิด
แรงงานต่างด้าวหลายต่อหลายคน ที่ตั้งใจเข้ามาทำงานในไทย ก็หวังว่า พวกเขาและครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นั่นก็เป็นสิ่งที่ Mr.Than Htike Kyaw หนุ่มน้อยแรงงานชาวเมียนมา ก็หวังไว้เช่นนั้นเหมือนกัน ในเช้าวันหนึ่ง…เขาได้ทำหน้าที่ในโรงงานหลอมโลหะของเขาปกติ แต่อาจจะเป็นเรื่องของการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกับเพื่อนร่วมงาน จึงทำให้เขาถูก เครื่องจักรหนีบมือ แขน และกระดูกเกิดการแตกร้าว จนทำให้ต้องตัดแขนขวา ทำให้เขากลายเป็นผู้พิการ ทำให้เขาสิ้นหวังในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก แต่ในความโชคร้ายของเขา ยังมีความโชคดีทางการรักษา เมื่อนายจ้างของเขาได้ทำเรื่อง ยื่นสิทธิประกันตนแรงงานต่างด้าวให้เขา อย่างถูกต้อง จึงทำให้ได้รับสิทธิการรักษาอย่างครบถ้วนและเต็มที่ โดยหลังจากทำการรักษาทางการแพทย์แล้ว เขาได้เข้ารับการรักษาฟื้นฟู ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 จ.ปทุมธานี สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เขาได้รับโอกาสในการดูแลรักษาฟื้นฟู ทำกายภาพบำบัดแขนเทียม อีกทั้งภายในศูนย์ฟื้นฟูฯ ยังมีการสอนและฝึกอาชีพด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เขานำความรู้เหล่านั้นไปใช้ในอนาคต… ทั้งนี้ เขายังฝากข้อคิด
จากความประมาทบนท้องถนน โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ในวันนี้ “คุณเธียร ทองลอย” นักวิชาการประกันสังคมระดับ3 หรือที่ใครหลายๆคน ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 จ.ปทุมธานี สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เรียกว่า อ.เธียร ก่อนที่เขาจะมีชีวิตที่ช่วยเหลือตัวเองได้แบบในวันนี้ เขาได้เล่าให้ฟังว่า… ในวันนที่ 3 ธันวาคม 2542 เขาได้ทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งเอกสารของบริษัทเอกชน และ ได้รับมอบหมายให้ไปส่งสินค้าให้กับลูกค้า ในระหว่างนั้นเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง รถมอเตอร์ไซด์แหกโค้งเนื่องจากเจอน้ำมันบนพื้นถนน เป็นเหตุทำให้รถล้มจน ตัวเองไปฟาดกับที่กั้นทางโค้งทำให้กระดูกสันหลังหัก ส่งผลให้เป็นอัมพาตท่อนล่าง…ทำให้เดินไม่ได้ตลอดชีวิต ครั้งหนึ่งเค้าเคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าตนเป็นภาระให้กับคนอื่น โดยจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจ ในระหว่างที่ทำการรักษาที่โรงพยาบาล เขาได้เจอเพื่อนร่วมห้องที่พิการหนักกว่า และได้พูดกับเขาว่าจะสู้และใช้ชีวิตต่อ ทำให้เขามีกำลังใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง โดยได้รับการดูแลจากสำนักงานประกันสังคมกองทุนเงินทดแทน ที่ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเงินชดเชยต่างๆ ในสิทธิของผู้ประกันต
“ฟ้าหลังฝน มักสวยงามเสมอ” หลายคนคงมองคำๆนี้ เป็นคำให้กำลังใจ หรือปลอบใจ ในวันที่เผชิญเรื่องราวที่แสนหนักยิ่ง แต่สำหรับ “อภิชิต เต็มตาวงษ์ หรือ ต้น” คำๆนี้เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจเค้ากลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ เพื่อสู้ต่อกับวันข้างหน้า ได้อย่างดี อภิชิต เต็มตาวงษ์ หรือ ต้น หนุ่มลูกจ้างจากอุดรธานี ผู้ประสบเหตุไฟฟ้าแรงสูงช็อตขณะทำงานติดตั้งป้ายโฆษณา โดย มีบาดแผลรอยไหม้ที่ใบหน้า เอว รวมทั้งแขนทั้งสองข้าง ส่วนนิ้วมือ 4 นิ้ว และหูด้านซ้ายถูกตัด และที่ดวงตาด้านซ้ายถุงใต้ ตาเปิด กลายเป็นคนพิการ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ในขณะนั้น โดยเขาได้เปิดใจว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท้อแท้เพราะกลัวว่าเป็นภาระของครอบครัว เคยคิดที่จะฆ่าตัวตายและไม่กล้าเข้าสังคม เขาเองต้องผ่านความยากลำบากมามากมายกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของเขา คือการได้รับความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล จนหายจากการเจ็บป่วย ได้รับเงินทดแทนรายเดือน เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิต จากกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม และได้รับโอกาส เข้ารับการฟื้นฟูดูแลร่างกายสภาพจิตใจที่เจ็บป่วย จากศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 จังหวัดปทุ
ในห้องห้องหนึ่ง กลุ่มบุคลาการ หลายชีวิต กำลังประคับประคอง ผู้รักษาฟื้นฟู บ้างก็ ให้ก้าวอย่างมั่นคง, บ้างก็กำลังรักษาอาการเจ็บปวด, บ้างก็ดูแลทักษะเพิ่มสมรรถภาพในการรักษา…ห้องที่กล่าวมานี้คือห้องทำกายภาพบำบัดภายใน ณ.ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 จ.ปทุมธานี สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พี่นีย์ หรือ คุณจิรัฐติญา เสาสมภพ นักกายภาพบำบัด ศูนย์ฟื้นฟูชำนาญการ ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 จ.ปทุมธานี สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เป็นอีก 1 คนที่กำลังสำคัญในห้องนี้ เธอได้เล่าให้ฟังว่า การทำงานในส่วนนี้จะเน้นไปทางการทำกายภาพบำบัด หลังจากที่ผู้ประกันตนฯ ประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน โดยจะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกายของคนไข้ ว่าได้รับการบาดเจ็บที่ต้องทำการรักษาโดยการกายภาพ เพื่อวางแผนการรักษา โดยสภาพการบาดเจ็บส่วนใหญ่ ก็เป็นลูกจ้างในวัยทำงาน ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร และอุปกรณ์ในการทำงานต่างๆ ทำให้มือ,แขน,ขา ฯลฯ ได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งเคสที่เธอเล่าให้ฟัง หลังจากทำการรักษาฟื้นฟู ไปแล้วออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ก็คือ เคสของ “อภิชิต เต็มตาวงษ์ หรือ ต้น” หนุ่มลูกจ้างจากอุดรธานี
ไขข้อข้องใจ ว่างงานแบบไหน ได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ไขข้อสงสัย เรื่อง ว่างงานจากสถานการณ์โควิด-19 1. นายจ้างให้ลูกจ้างหยุดกักตัว 14 วัน เพราะมีความเสี่ยง สำนักงานประกันสังคมช่วยเหลืออะไรบ้าง (ลูกจ้างไม่ได้ป่วยแต่โดนกักตัวเพราะมีความเสี่ยง และนายจ้างให้หยุดงาน) คำตอบ นายจ้างไม่ให้ทำงาน ให้กักตัว 14 วัน เพราะมีเหตุสงสัยหรือควรสงสัยว่าลูกจ้างอาจเป็นโรคโควิด-19 และไม่จ่ายค่าจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย ในอัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน ตามที่นายจ้างรับรองการหยุดงาน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคมีคำสั่งให้กักตัว แต่ไม่เกิน 90 วัน (อยู่ระหว่างแก้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ม.79/1) ทั้งนี้ แนะนำให้นายจ้างและลูกจ้างลงทะเบียนผ่าน e-form กรณีว่างงานทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th ได้ดังนี้ – (สำหรับลูกจ้าง/ผู้ประกันตน) แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (e-form for unemployment benefit) กรณีหยุดงานเนื่องจากหน่วยงานภาครัฐ นายจ้างสั่งปิดกิจการชั่วคราว หรือท่านหยุดเนื่องจากต้องกักตัว
“นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ” เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง การจ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีตายของกองทุนประกันสังคมว่า การจ่ายค่าทำศพให้แก่ผู้มีสิทธิรับประโยชน์จำนวน 40,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดการศพ ผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย โดยผู้มีสิทธิสามารถนำหลักฐาน คือ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม (สปส.2-01) สำเนาบัตรประชาชนของผู้จัดการศพ หลักฐานจากฌาปณสถานหรือมัสยิดที่แสดงว่าเป็นผู้จัดการศพ สำเนาใบมรณบัตร สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้จัดการศพ (กรณีรับเงินทางธนาคาร) นอกจากนี้ ทายาทผู้มีสิทธิของผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้กับบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุให้เป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ โดยการทำหนังสือระบุไว้ ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ว่า ให้ใครเป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย คือ บิดา มารดา สามีหรือภริยา และบุตร โดยหารเฉลี่ยในอัตราคนละเท่าๆ กัน ดังนี้ หนึ่ง ถ
“อนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ” เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (Particulate Matter : PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคหัวใจ เสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปอด,โรคระคายเคืองจมูก แสบจมูก ไอมีเสมหะ, โรคหลอดเลือดหัวใจ,หลอดเลือดสมอง,หัวใจขาดเลือด และโรคที่ส่งผลกระทบต่อทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ ว่า กระทรวงแรงงาน โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคมได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแรงงานในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม หากเกิดเจ็บป่วยสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และหากเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน หลังจากนั้น ญาติ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องรีบแจ้งให้โรงพยาบาล ตามสิทธิฯ ทราบโดยด่วน เพื่อรับตัวไปรักษาต่อและรั
