สินค้าชุมชน
ปัจจุบันมีคนไทยที่เข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากทุกแพลตฟอร์มรวมกว่า 45 ล้านคน ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตตามไปด้วย ในปี 2561 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย มีมูลค่ารวมกว่า 3.2 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ยิ่งเสริมให้การค้าขายทั้งแบบมีหน้าร้าน และขายออนไลน์ กลายเป็นเทรนด์ธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายเล็กในระดับท้องถิ่นด้วย คุณสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา ปณท ในฐานะที่เป็นองค์กรเพื่อคนไทย มองเห็นโอกาสของเทรนด์ดังกล่าว ที่จะมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นต่างๆ โดยในปี 2561 ปณท ได้เข้าไปส่งเสริม และเป็นช่องทางการกระจายสินค้ากว่า 10 รายการ จาก 17 ชุมชน ที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน ทั้งช่วยขนและช่วยขาย เป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ในใจของคนไทยตลอดมา ในปี 2562 มี 5 ชุมชนเด่นที
เปิดตัวเว็บไซต์ชุมชน ของดีต้องมีพื้นที่ขาย สสส.และเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้ร่วมกันเปิดตัวเว็บไซต์ www.hcshopping.org ซึ่งมาจากคำว่า healthy community หมายถึงสังคมชุมชนของคนรักสุขภาพ เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น โดยจะทำหน้าที่เป็นตลาดเพื่อใช้ระบายสินค้าของชุมชน ด้วยระบบการตลาดแบบออนไลน์ (digital market) สำหรับสินค้าหลักนำมาจำหน่ายมี 6 หมวด ได้แก่ ผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย ผ้าไหม ผ้าคราม ผ้าไทยทรงดำ ผ้าไทยใหญ่ ผ้าปากะญอ ผ้ามัดหมี่ และ ผ้าบาติก/ปาเต๊ะ ข้าว/โรงสี ซึ่งเป็นสินค้าจากการเกษตรยั่งยืน เช่น ข้าวสารหลากสายพันธุ์ ขนมที่แปรรูปจากข้าว 3.สินค้าแปรรูป ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและวัสดุในพื้นที่ เช่น หน่อไม้ดอง แหนมหมู ส้มปลา ถั่วตัด ข้าวเกรียบจากผลไม้ 4.สินค้าสุขภาพ เพื่อการพึ่งตนเองของชุมชน เช่น สมุนไพรรักษาสุขภาพ และของใช้ที่ผลิตจากสมุนไพร 5.สินค้าหัตกรรม จากภูมิปัญญาและแรงงานของชุมชน เช่น กระเป๋าสานจากไม้ไผ่ จากสายป่าน กระเป๋าผ้า กระเป๋าจากวัสดุเหลือใช้ พืชผักผลไม้ ตามฤดูกาล เช่น กล้วยหอม ลองกอง และส้ม
