สินค้าแม่และเด็ก
กรุงเทพฯ, 22 เมษายน 2569 – ลาซาด้า ประเทศไทย และ เนสท์เล่ ตอกย้ำความร่วมมือเป็นปีที่ 6 จัดแคมเปญ Nestlé Nutrition x Lazada Super Brand Day ในวันที่ 23 เมษายน 2569 พร้อมอีก 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ยกระดับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี AI ที่จะทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์ตอบโจทย์ความต้องการ และตอบโต้กับผู้ใช้งานได้อย่างเฉพาะเจาะจงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น แคมเปญปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “A Better Me, In You” สะท้อนบทบาทของพ่อแม่ในการสร้างรากฐานทั้งในปัจจุบันและอนาคตของลูก ผสานมิติด้านอารมณ์ความรู้สึก เข้ากับการยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้า ในแคมเปญนี้ เนสท์เล่ และลาซาด้า ร่วมกันนำเสนอวิธีใหม่ๆ ในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ควบคู่ไปกับการผลักดันการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้บริโภคไทยหันมาเลือกสินค้าคุณภาพ ดันหมวดแม่และเด็กโตแรง สินค้าแม่และเด็กยังคงเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่เติบโตอย่างโดดเด่นบนลาซาด้าในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญเซลใหญ่วันเกิดลาซาด้าที่ผ่านมา
งานแสดงสินค้านานาชาติ Kind + Jugend ASEAN 2025 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ โดยมีเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสินค้าแม่และเด็กในภูมิภาคอาเซียนสู่ตลาดโลก ภายใต้ความร่วมมือจาก Koelnmesse เยอรมนี และพันธมิตรระดับชาติ อาทิ หอการค้าไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในปีนี้ Kind + Jugend ASEAN 2025 มีการจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำมากกว่า 100 รายจากทั่วโลก รวมถึงผู้แสดงสินค้าจากประเทศไทย จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สเปน เนเธอร์แลนด์ และออสเตรีย ภายในงานยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) อย่างครอบคลุม ฟอรั่มแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสัมมนาโดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ โซนนวัตกรรม (Innovation Zone) ที่จัดแสดงแนวคิดล้ำสมัย และการแข่งขันนำเสนอนวัตกรรมเพื่อชิงรางวัล Innovation Award โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก อาทิ ออสเต
Kind + Jugend ASEAN 2025 งานแสดงสินค้า B2B ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอุตสาหกรรมแม่และเด็กในภูมิภาคอาเซียน เตรียมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติอีกครั้ง ในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) Hall 5-6 เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใต้การบริหารจัดการโดย Koelnmesse ร่วมกับพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก Kind + Jugend ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี และเป็นที่ยอมรับในระดับโลกว่าเป็นเวทีหลักของสินค้าแม่และเด็กระดับพรีเมียม หนึ่งในไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือ การประกวด Kind + Jugend ASEAN Innovation Award 2025 เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแม่และเด็ก นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใน 5 หมวด ได้แก่ Travelling & Moving Kids, Furniture, Textile, Kids Care และ Nutrition โดยผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศจะนำเสนอผลงานแบบ Live Pitch บนเวทีภายในงาน พร้อมคณะกรรมการตัดสินชื่อดังในแวดวงธุรกิจ ร่วมซักถาม เจาะลึก แง่มุมประโยชน์ของสินค้านวัตกรรมที่มีผลต่อยอดขายในปั
Koelnmesse Thailand เปิดตัว Kind + Jugend ASEAN 2025 มหกรรมแสดงสินค้าแม่และเด็กระดับโลก จุดศูนย์กลางโอกาสทางธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Kind + Jugend ASEAN 2025 มหกรรมแสดงสินค้าแม่และเด็กที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ งานนี้จัดโดย Koelnmesse Thailand (โคโลญเมสเซ่ ประเทศไทย) เพื่อตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ศูนย์กลางการค้าและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแม่และเด็กของภูมิภาค พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจที่เหนือชั้นให้กับผู้ประกอบการจากทั่วโลก ตลาดสินค้าแม่และเด็กทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1,472.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2571 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 14.73% ปัจจัยการขับเคลื่อนหลักมาจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ความนิยมในสินค้าพรีเมียมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว (ที่มา : Research and Markets, 2023) ขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
Kaidee เจาะเทรนด์คุณแม่ยุคของแพง เปลี่ยนพฤติกรรมช้อปผ่านตลาดมือสองออนไลน์ เน้นใช้ซ้ำ ขายต่อ ลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 60% ขานรับเทรนด์รักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม จากพิษปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสภาวะเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงบุตรสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยการเลี้ยงดูเด็ก 1 คนแบบขั้นพื้นฐานไปจนจบปริญญาตรี จะต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบัน คนไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนประมาณ 28,000 บาท จึงไม่เป็นที่แปลกใจที่อัตราการเกิดประชากรใหม่ในปี 2564 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในปีที่ผ่านมามีเด็กไทยเกิดใหม่เพียงแค่ 5.4 แสนคน ในขณะที่อัตราการตายสูงถึง 5.6 แสนคน นั่นหมายความว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สภาวะขาดแคลนแรงงานในอนาคต จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้งานสินค้าหมวดแม่และเด็กบน kaidee.com ระหว่างเดือน มกราคม-มิถุนายน หรือ ครึ่งปีแรก 2565 พบว่า – มีการเข้าเยี่ยมชมหมวดสินค้าแม่และเด็ก เฉลี่ย 300,000 ครั้งต่อเดือน โดยหมวดย่อยที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ของใช้แม่และเด็ก ของเล่นเด็ก และ เสื้อผ้าเด็ก – 5 อันดับสุดยอดคำ
