สู้ชีวิต
แม่ค้าเขียงหมู จบแค่ ม.3 ฮึดสู้จนได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ‘ไส้กรอกอีสานแม่ไก่’ เริ่มต้นจากเช่าแผงขายในตลาด สู่แบรนด์ร้อยล้าน! ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน! ประโยคนี้ใช้ได้กับ คุณไก่-กรรณิการ์ สิริทรัพย์เพิ่มโชค อดีตแม่ค้าเขียงหมู ที่เรียนจบแค่ชั้น ม.3 ลุกขึ้นสร้างอาชีพใหม่ด้วยความมุ่งมานะ อุ้มท้องเปิดร้านไส้กรอกอีสานกับสามี แม้โดนติโดนว่าไม่เว้นวัน แต่พรแสวงก็ทำให้ทั้งคู่ก้าวข้ามมาได้ จนแบรนด์ไส้กรอกอีสานเติบใหญ่ กลายเป็นธุรกิจร้อยล้าน! คุณไก่ เล่าให้ฟังว่า เธอเคยเป็นแม่ค้าเขียงหมูในตลาดย่านบางแค จนได้มาพบรักกับ คุณไก่-ธนพล โวหารบัณฑิตย์ คู่ชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งทำหมูยอ กุนเชียง และไส้กรอกขายที่จังหวัดหนองคาย เมื่อแต่งงานจึงช่วยกันสร้างธุรกิจแบรนด์ ไส้กรอกอีสานแม่ไก่ เป็นของตัวเอง “เราเก่งเรื่องหมู เรามีความรู้เรื่องอาหารแปรรูป เพราะได้สูตรทำไส้กรอกอีสานมาจากลุง ที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของแม่ ทำไมไม่ทำสิ่งที่ตลาดต้องการ ทุกวันนี้คนอีสานย้ายถิ่นฐานเข้ากรุงเทพฯ มาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวกันเยอะมาก และส้มตำ ไส้กรอกย่าง ก็เป็นซิกเนเจอร์ของคนอีสานอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นทำไส้กรอกอีสานขายดีกว
แม่ค้า 104 ปี จะขายจนกว่าไม่มีแรงเดิน เคล็ดลับอายุยืน กินยาหอมวัดโพธิ์ เป็นข่าวฮือฮารอบ 2 เมื่อสื่อหลายสำนัก รายงานข่าวของคุณยายจำลอง วงค์หงษา ชาวจังหวัดพิษณุโลก ที่ปัจจุบันแม้จะมีอายุอานามถึง 104 ปีแล้ว แต่ยังขยันทำมาหากิน จากเมื่อก่อนตอนอายุยังไม่ถึงร้อย เคยยึดอาชีพขายกล้วยทอด มันทอด แต่ด้วยเหตุสู้ราคาต้นทุนของไม่ไหว ทั้งกล้วย ทั้งแก๊ส ที่ต่างพากันขึ้นราคาแบบไม่มีทีท่าจะลด จึงหันมารับขนมปังไส้ต่างๆ มาเข็นขาย ได้กำไรชิ้นละ 3 บาท ก็ยังดี อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : แม่ค้าอายุ 104 ปี ยืนขายขนมปัง เช้าจรดเย็น ไม่เคยท้อ ขอแค่มีรายได้ คุณยายจำลอง ยืนขายขนมปังทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยช่วงเช้า ยืนขายตรงหน้าโลตัสเอ็กซ์เพรส ตกสายๆ ไปยืนขายหน้าเซเว่นฯ สาขาพระองค์ดำ ถึงตอนเย็น ค่อยได้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม มีข่าวล่าสุดว่า ทาง ซีพี ออลล์ GIVING SPACE ได้เปิดพื้นที่สร้างโอกาส มอบพื้นที่หน้าร้านเซเว่นฯ พร้อมอุปกรณ์ ให้แก่แม่ค้าอาวุโส ใจสู้ เพื่อใช้ต่อยอดอาชีพต่อไป “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยถามไถ่อายุ 104 ปีแล้ว ทำไมยังไม่พักผ่อนอีก คุณยายจำลอง บอกยิ้มๆ ยังพักไม่ได้ เพราะไม่มีเงินใช้ บ้านยังต้องเช่าเด
สุดอึ้ง เคยแอบกินน้ำก๊อกประทังหิว ปัจจุบันขึ้นแท่น เจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน! เจ้าของเรื่องราว ที่เปิดใจแทบหมดเปลือก กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ครั้งนี้ มีชื่อว่า คุณจักรี จันทร์คณา ปัจจุบันอายุ 43 ปี พื้นเพเป็นคนสมุทรปราการ หลังเรียนจบวิชาเชฟ จากวิทยาลัยดุสิตธานี เคยขอร้องให้คุณแม่ของเขา ช่วยนำบ้านหลังเดียวที่มีอยู่ไปจำนอง เพื่อนำเงินเกือบ 3 แสนบาท มาเป็นทุนในการเดินทางไปทำงานในร้านอาหารไทยที่ประเทศอังกฤษ ส่วนเหตุผลที่ต้องลัดฟ้าไปทำงานถึงเมืองนอกเมืองนานั้น มีเหตุผลเดียวสั้นๆ คือ “อยากมีรายได้เยอะๆ” “ผมเกิดมาจากครอบครัวค่อนข้างยากจน สมัยเรียนที่บ้านสามารถส่งได้แค่คนเดียว เลยให้พี่สาวเรียนไป ผมได้เรียนช่างเทคนิคแถวบ้าน แต่ตีกันเละ จนเพื่อนสนิทถึงกับเสียชีวิต เลยคิดว่าไปต่อไม่ไหว กลับไปเรียนสายสามัญดีกว่า แต่สุดท้ายผมก็จบ ม.6 จาก กศน. ก่อนไปต่อที่วิทยาลัยดุสิตธานี โดยมีรุ่นพี่คนหนึ่งแนะนำว่า มีเรียนวิชาเชฟด้วย ถ้าทำดีๆ อาจได้ไปทำงานเมืองนอก” คุณจักรี เล่าเรื่องครั้งนั้น ก่อนย้อนความหลังให้ฟังต่อ ช่วงเรียนที่วิทยาลัยดุสิตธานี ได้รับทุนสนับสนุนเรื่องค่าเทอม แต่ค่ากิน ค่าอยู่ ต้องหาเอง เลยผ่านง
แม่ค้าอายุ 104 ปี ยืนขายขนมปัง เช้าจรดเย็น ไม่เคยท้อ ขอแค่มีรายได้ ย้อนไปราว 5 ปีก่อน มีข่าวฮือฮาจากเมืองสองแคว พิษณุโลก เป็นเรื่องราวสู้ชีวิตของ คุณยายวัย 99 ปี ที่ยังยึดอาชีพแม่ค้า ปั่นรถซาเล้งขายกล้วยทอด จนบรรดาผู้คนในละแวก พากันไปตามหาเพื่ออุดหนุนสินค้าของคุณยายกันยกใหญ่ คุณยายท่านดังกล่าว เคยให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ครั้งนั้นว่า ชื่อ จำลอง วงค์หงษา เกิดวันที่ 1 เมษายน 2462 พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย สมัยสาวๆ มีอาชีพทอผ้าขาวม้าอยู่ที่บ้าน แต่งงานมีลูกชาย 2 คน แต่ทั้งสามีและลูกเสียชีวิตหมดแล้ว ทุกวันนี้อาศัยยอยู่กับหลาน เป็นบ้านเช่าเดือนละ 1,500 บาท ค่าน้ำ-ค่าไฟ เดือนละ 300 บาท สำหรับกิจวัตรประจำวัน ของคุณยายจำลอง ช่วงเวลานั้น ตอนเย็นจะเดินไปซื้อของเองที่ตลาดโคกมะตูม พอตี 4 ตื่นมาทำของที่ขาย อย่าง กล้วยทอด มันทอด ไข่นกกระทา ข้าวโพดปั้นทอดผสมพริกแกง เสร็จแล้วก็เข็นรถออกไปขายหน้าโรงพยาบาลรัตนเวชเด็ก กระทั่ง 10 โมงเช้าเข็นรถมาขายข้างเซเว่นฯ หน้าโรงพยาบาลตา “หยุดขายของทุกวันศุกร์ แต่ไม่ได้พักผ่อนอะไร เพราะจะไปรับจ้างลอกหนังปลาที่ต้มแล้วเพื่อเอาไปทำน้ำย
คนเมิน ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ร้านอาหารดัง จับมาใส่อ่างล้างมือ ช่วยลดโควิด ซะเลย ยุคสมัยหนึ่ง โทรศัพท์สาธารณะ คือ ความจำเป็นพื้นฐาน อาจถึงขั้นปัจจัยที่ห้า เพราะนับเป็นเครื่องมือสื่อสารที่รวดเร็ว ค่าบริการไม่แพง ประชาชนให้ความนิยมเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อโลกหมุนมาถึงยุคดิจิทัล ที่พลเมืองค่อนโลก มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดมืออยู่ตลอดเวลา การสื่อสารข้ามทวีป ทำได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ภายในเวลาไม่กี่วินาที เวลานี้ ตู้โทรศัพท์สาธารณะ จึงถูกทิ้งร้าง หลงลืมจนแทบจะไม่มีใครเห็นความสำคัญ เหมือนเมื่อครั้งเคยรุ่งโรจน์ แต่ที่ร้านอาหารดังแห่งหนึ่ง แถวแยกอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังพอเห็นประโยชน์ของตัวตู้ จึงนำมาดัดแปลง ใส่อ่างล้างมือแบบเท้าเหยียบเข้าไปแทนเครื่องโทรศัพท์ อาจเพราะเล็งเห็น ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อ่างล้างมือ น่าจะสำคัญกว่า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เสียแล้ว
สู้ชีวิต ขาดทุนทุกวัน ยังไม่ท้อ ขายก๋วยเตี๋ยวก่อน วิ่งไปร้องเพลงต่อ คุณโจ-โชคมหากัณห์ ทองทิลาวงศ์ วัย 48 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว น้ำใสดัง ตั้งอยู่ในโครงการกรีนพลาซ่า ย่านสุขาภิบาล 2 เขตประเวศ กรุณาสละเวลา มาพูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มกันเอง เริ่มต้นเล่าเรื่องราวความเป็นมา ว่า ก่อนหน้าจะมาเป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว เคยมีอาชีพเป็นนักร้อง และหัวหน้าวงดนตรี รับจ้างสร้างความบันเทิงตามอีเว้นต์ต่างๆ “มีวงดนตรีของตัวเองตั้งแต่อายุ 25 ตอนปี 2548 เคยออกอัลบั้มเพลงลูกทุ่งด้วยนะ ใช้ชื่อในวงการว่า หนุ่มโจ จอมใจ แล้วก็เคยค้าขายมาหลายอย่าง ทั้งไก่ย่าง ผลไม้สับ น้ำปั่น เปิดร้านหน้าเซเว่นฯ ทำมาหมดแล้วครับ” คุณโจ ย้อนอดีตให้ฟัง และว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เขามีธุรกิจอีกหนึ่งอย่าง คือ ปล่อยเช่าเครื่องเสียง ให้กับบรรดาร้านเหล้าดังๆ ย่านลาดกระบัง แต่เมื่อโควิด ย่างกรายเข้ามา ธุรกิจกลางคืนทุกแขนง มีอันต้องพับไป ได้ผลกระทบเป็นโดมิโน ล้มระเนระนาด ตามๆ กัน “ชีวิตหลังโควิด พังมาก ทั้งอาชีพ ทั้งครอบครัว กระทั่งเพื่อนสนิท ชื่อ คุณเอก ยื่นมือมาช่วยเหลือ ด้วยการให้เซ้งต่อร้านก๋วย
ใครที่ท้ออย่าเพิ่งหมดไฟ! มาเอากำลังใจจากคนสู้ไม่ถอย ไปตั้งหลักใหม่ด้วยกัน เข้าสู่การเริ่มต้นพุทธศักราชใหม่ แต่ประชากรโลก ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนหลายๆ ปีก่อน หลายคนเบื่อหน่าย ผู้ประกอบการหลายคนอาจท้อแท้จากการล้มลุกคลุกคลาน เนื่องจากโรคระบาดทำการค้าขายฝืดเคือง จนยังมองไม่เห็นแสงสว่าง แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง! เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้ ก็เคยผ่านจุดที่ท้อแท้สิ้นหวัง แต่ก็ลุกขึ้นสู้ จนสามารถยืนหยัดต่อไปได้ “พอโควิดมา เรียกว่า ธุรกิจพังเลยก็ว่าได้…เรียกว่ากลายเป็นคนมีหนี้ 40 ล้านเพียงข้ามคืนเลย ไหนจะเรามีปัญหาชีวิตอีก ประดังประเดจนแทบจะเดินต่อไม่ไหวเลยค่ะตอนนั้น…จำได้ว่านอนเก็บตัวอยู่ 4 วัน ปัญหามันมะรุมมะตุ้มจนไม่รับสายใครทั้งนั้น จนลูกโทรมาขอเงินจะไปซื้อข้าวกิน แต่เราไม่มีให้เขาเลย ก็ได้แต่บอกให้เขามีเหลือเท่าไหร่ ก็ออกเองไปก่อน แต่เขาก็บอกเรากลับมาว่า มีอยู่แค่ 1 บาท 50 สตางค์เองแม่ เราก็เลยพูดๆ กับเขาว่างั้นเดี๋ยวแม่ทำหมูปิ้งบาทห้าสิบให้กิน เพราะลูกเราก็ชอบกิน” คุณวาชิ-วชิราภรณ์ พงษ์วรัฎฐกุล เจ้าของธุรกิจโฮสเทล และบริษัทไมโครไฟแนนซ์ ผู้หันมาขายหมูปิ้งไ
ขายขนมปังบนรถแท็กซี่ เหตุอาชีพเดียวไม่พอกิน! ผู้โดยสารช่วยอุดหนุนเกลี้ยง จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oomim Ya แชร์เรื่องราวของคนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ที่นำขนมมาขายบนรถขณะขับแท็กซี่ โดบระบุว่า “นั่งแท็กซี่เช้านี้ เขียวเหลือง 1มค 2857 ขึ้นมาตกใจนิดหน่อยพบตะกร้าขนมวางอยู่ คนขับรีบบอกว่า อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ผมขออนุญาตขายขนมไปด้วย เพราะสถานการณ์อย่างนี้ผมทำอย่างเดียวไม่พอกินนะครับ ขนมผมทำเอง อุดหนุนได้ก็เชิญ ไม่อุดหนุนไม่เป็นไร ชิ้นละ 20 บาท เช้านี้มีเค้กหน้านิ่มทั้งเค้กส้ม เค้กช็อกโกแลต เค้กชาเขียว แล้วก็มัฟฟิน ที่บ้านโชเฟอร์ทำขนมมาตั้งแต่เกิด มีสูตรขนมหลากหลาย ใครสนใจอยากเรียนทำขนมยินดีไปสอนให้ได้ ติดต่อคุณอนุชิต 063-835-9718 // 095-230-9450” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง คุณอนุชิต วัย 64 ปี คนขับแท็กซี่สู้ชีวิต เผยว่า ยึดอาชีพขับแท็กซี่มานาน 12 ปี ตอนนี้คนขับแท็กซี่แย่กันหมด โดยตนเริ่มนำขนมมาขายบนรถได้ประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว เหตุเกิดจากภรรยาเกษียณอายุแล้วไม่มีงานทำ จึงนำสูตรขนมของครอบครัวมาสอนให้ภรรยาทำขาย ถือเป็นอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้ในยามวิกฤต เมื่อมีคนนำเรื่องราวไปโพสต์บนโลกโซเชียล
ขอทานผู้พิการใจสู้ หันทำ “แซนด์วิช” ขาย พออยู่พอกิน ชีวิตมีความสุข แม้ชีวิตคนเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ บางคนเกิดมาครบถ้วนสมบูรณ์ กินอิ่มนอนหลับในบ้านหลังใหญ่ แต่บางคนเกิดมาปากกัดตีนถีบ ไม่เคยได้กินอิ่ม หลับสบาย ดิ้นรนให้มีชีวิตอยู่รอดในแต่ละวันราวกับโชคชะตากลั่นแกล้ง เฉกเช่นชายวัย 33 ปีคนนี้ “ต้น-ทิน บุญมี” หนุ่มพิการเป็นโปลิโอตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ผู้ไม่เคยยอมแพ้ให้กับโชคชะตา แม้ชีวิตจะลำบากมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่เคยท้อแท้ วันนี้เขากลายเป็นเจ้าของ “ต้นบัว” แซนด์วิชแสนอร่อยที่ทุกคนอยากอุดหนุน “กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เจอมาทุกปัญหา ชีวิตผมลำบากมาตั้งแต่เด็ก 4 ขวบ เป็นขอทานมาจนถึงอายุ 20 กว่าปี เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำดีได้ ใช้ชีวิตตามท้องถนน นอนใต้สะพาน ทำทุกทางเพื่อเอาชีวิตรอด ภาพเหล่านั้นยังจำได้แม่น” คุณต้น เล่าถึงความลำบากของชีวิตที่ไม่เคยลืม จนวันหนึ่งคุณต้นย้ายมาแถวเกษตร-นวมินทร์ มีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือให้อาชีพ แรกๆ รับจ้างขายน้ำส้ม ต่อมาจึงรับจ้างขายแซนด์วิช “ผมรับจ้างขายแซนด์วิชมาปีกว่า ก็พอมีความรู้อยู่บ้าง คิดทำแบรนด์มานานมากแล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะ พอม
“เหนื่อย…แต่สุขใจที่ได้ทำเพื่อลูก” คุณแม่ใจสู้ ไลฟ์สดขายน้ำพริก หาเงินเลี้ยงลูกพิการ หลายต่อหลายครั้งที่เราได้เห็นความรักของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ทำเพื่อลูกได้ทุกอย่าง เนื่องในเทศกาลวันแม่ปีนี้ เส้นทางเศรษฐีขอนำเสนอเรื่องราวของ คุณแม่สู้ชีวิต ที่ไม่เคยย่อท้อ เธอไลฟ์สดขายน้ำพริกเลี้ยงลูกพิการ แม้เหนื่อยแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าลูก ความเหนื่อยนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความสุขได้ในพริบตา คุณมิ้น–ปรียาภา ศุปธรรม คุณแม่วัย 26 ปีเล่าให้ฟังว่า เดิมทีเธอทำงานอยู่ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เธอก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป ที่มีสามีมีครอบครัว ต่อมาก็ตั้งครรภ์ใช้ชีวิตและให้กำเนิดน้องบิวไปตามปกติ คุณมิ้นและน้องบิว จนเมื่อพบว่าลูกสาวของตนที่ขณะนั้นอยู่ในวัยเพียง 7 เดือนไม่มีพัฒนาการใดๆ อย่างที่เด็กควรจะเริ่มมี อาทิการตะแคงตัวหรือนอนคว่ำ จึงพาลูกไปตรวจ จนทราบว่าลูกตัวน้อยของเธอมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด “ตอนนั้นหมอส่งให้ไปทำกายภาพ คิดว่าไม่เป็นอะไรมากเพราะเด็กเดี๋ยวนี้เป็นโรคพัฒนาการช้ากันเยอะ ก็พาน้องบิวไปกายภาพที่โรงพยาบาล อาทิตย์ละ 2 วัน วันละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่อายุได้ 7 เดือนจนน้องบิ
