ส.อ.ท.
ปัจจุบันประชากรโลกเริ่มตระหนักถึงปัญหาขยะมากขึ้น เหล่านี้ไม่เพียงส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แต่ยังขยายความรับผิดชอบและการตระหนักรู้ไปยังบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ด้วย ด้วยเหตุนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงเดินหน้าจัดกิจกรรม ‘PackBack in Action ปี 3 รวมพลังเดินหน้า: The Drive for EPR in Thailand’ เพื่อประกาศเจตจำนงผลักดันการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการส่งคืนบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ภายใต้หลักการ ‘EPR’ EPR คือ หลักการที่ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปยังช่วงต่างๆ ของวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่การเริ่มต้นคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดส่งกระจายสินค้า การรับคืน การเก็บรวบรวม การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการบำบัด เพื่อให้เกิดเป็นกระบวนการการใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน EPR ได้กล่าวถึงนโยบายภาครัฐต่อการขับเคลื่อน EPR ในประเทศไทยว่า ทส. มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบ EPR ด้านบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยมาโดยตลอด จึงได้ร่วม
SME D Bank ผนึก ส.อ.ท. ยกทัพสินเชื่อ 20,000 ลบ. คู่บริการเสริมแกร่งธุรกิจ ฟรี! แถม Cash Back สูงสุด 5,000 บ. เสิร์ฟทั่วไทยในงาน ‘เปิดกล่องของขวัญเพื่อ SME’ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเติบโตยั่งยืน ร่วมทัพมอบบริการ “เติมทุนคู่พัฒนา” ในงาน “เปิดกล่องของขวัญเพื่อ SME ปี 2567” จัดโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกของ ส.อ.ท. และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ที่เตรียมไว้รองรับ วงเงินรวมมากว่า 20,000 ล้านบาท ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 15 ปี และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน ช่วยเสริมสภาพคล่อง ยกระดับธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน จัดครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง พฤศจิกายน 2567 ไฮไลต์จาก SME D Bank “ด้านการเงิน” ได้แก่ สินเชื่อ “Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้” ผ่อนปรนเงื่อนไขสุดพิเศษ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำธุรกิจ 1 ปีก็กู้ได้ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 6.50% ต่อ
SME D Bank ปูพรมหนุนเอสเอ็มอีสมาชิก ส.อ.ท. ทั่วไทย มอบโปรโมชั่น 3 ต่อ จัดเต็มพาถึงเงินทุนคู่พัฒนาธุรกิจ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดกิจกรรม “เปิดกล่องของขวัญเพื่อ SMEs ปี 2566” ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. เข้าถึงสินเชื่อพิเศษของ SME D Bank วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุดถึง 15 ปี รวมถึง การพัฒนาสนับสนุนธุรกิจเติบโตยั่งยืน กำหนดจัด 20 ครั้ง ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงเดือนมิถุนายน 2566 ภายในงานพบกับกิจกรรมเติมความรู้เสริมแกร่งธุรกิจพร้อมพาเข้าถึงแหล่งเงินทุน พ่วงด้วยโปรโมชั่น 3 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1) เมื่อลงทะเบียนที่บูธ SME D Bank รับ บัตร Inthanin มูลค่า 200 บาท (จำนวนจำกัด) และโปรแกรมทางบัญชี จาก บริษัท แอ็คเค้าท์ติ้ง ทรานฟอร์ม เมชั่นส์ จำกัด (Accrevo) ฟรี 3 เดือน มูลค่า 3,500 บาท ต่อที่ 2) เมื่อแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อ พร้อมยื่นเอกสารครบ รับฟรี บัตรเติมน้ำมันบางจาก มูลค่า 500 บาท และ ต่อที่ 3) เมื่อได้เบิกจ่ายส
ดีพร้อม จับมือ ส.อ.ท. พัฒนา IAID App. เข้าถึงเครื่องจักรง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว พร้อมกรุยทางปั้นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ด้วยเทคโนโลยี ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรม ให้เต็มศักยภาพ จำเป็นต้องเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีเครื่องจักร แต่ด้วยปัญหาด้านราคาที่สูงของเครื่องจักรแต่ละชนิด ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งหาแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อการพัฒนาไปสู่การเป็นเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ 4.0 ที่จะเป็นกำลังสำคัญของภาคเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งของประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองชิ้นสำคัญของภาคเศรษฐกิจที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์วิกฤตการขาดแคลนอาหาร ดีพร้อมจึงได้ผนึกความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. พัฒนาการบริการเครื่องจักรและเทคโนโลยีทางการเกษตรบนดิจิทัลในรูปแบบ IAID Application พร้อมการให้บริการข้อมูลเชิงลึกที่เป็นป
ส.อ.ท. เตรียมชง ศบศ. ยืดหนี้ เอสเอ็มอี ถึงสิ้นปี เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังน่าห่วง เพราะการใช้จ่ายของประชาชนยังไม่ได้ขยายตัวมากนักจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ลากยาว ตัวเลขผู้ติดเชื้อในยุโรปยังพุ่งสูง ล่าสุด รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือโดยเตรียมกู้เพิ่มอีก 2 แสนล้านบาท จำนวนนี้มีวงเงินช่วยเอสเอ็มอีแต่ในรายละเอียดยังคงเน้นกลุ่มลูกค้าธนาคาร ไม่ได้เปิดรับทุกกลุ่ม จึงยังอาจไม่ตอบโจทย์มากนัก ดังนั้น กลุ่มเอสเอ็มอีทั่วไป ไม่ได้เป็นลูกค้าธนาคารจึงมีโอกาสรอดยาก สถานการณ์ย่ำแย่ “ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ออกโครงการช่วยลูกหนี้เอสเอ็มอีวงเงินหนี้ 50-500 ล้านบาท 8.5 พันราย ก็น่าจะช่วยบรรเทาได้บ้าง แต่รายเล็กๆ ที่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท น่าห่วงอยู่ดี ดังนั้น อีกสิ่งที่จำเป็นขณะนี้คือการพักชำระหนี้ อาจขยายถึงสิ้นปี ซึ่งผมจะเสนอในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ
ส.อ.ท.อ้อนรัฐออกเงินกู้ดอกต่ำช่วยเอสเอ็มอีแก้หนี้ ’สุริยะ’สั่งกสอ.ทะลวงปัญหาให้ถึงแก่น ส.อ.ท. อ้อนรัฐออกเงินกู้ดอกต่ำแก้หนี้รุงรังเอสเอ็มอี ทำสะดุดเดินหน้าทำธุรกิจไม่ได้ วงเงินรายละ 5 ล้าน ด้าน “สุริยะ” สั่ง กสอ. ทะลวงปัญหาเอสเอ็มอีให้ถึงแก่น จี้แก้ให้ตรงจุด บ่นพูดกันมานาน แต่ยังแก้ไม่ได้สักที นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อยากให้ภาครัฐ ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ยระยะหนึ่งออกมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีปัญหาเรื่องหนี้ในส่วนต่างๆ เนื่องจากทำให้เอสเอ็มอีไม่สามารถขยายธุรกิจได้ เพราะต้องนำเงินไปจ่ายหนี้เดิม บางส่วนก็กู้หนี้นอกระบบมา อัตราดอกเบี้ยสูงมาก โดยวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อาจจะเป็นรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้พิจารณาจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีปัญหาภาระการจ่ายหนี้ แต่ธุรกิจยังขยายต่อไปได้ เพื่อออกมาช่วยเสริมสภาพคล่อง “ได้สอบถามปัญหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พบว่า มีปัญหาหนี้ต้องจ่าย ทำให้เอสเอ็มอีหลายรายขยายธุรกิจไม่ได้ เพราะต้องจ่ายหนี้เดิม ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงมาก แล้วสินเชื
